11.5.54
Oat Street Funk Rollers - แชร์หัวใจ...
อะไรที่ค้างคาใจ
ได้บอกไปหมดแล้ว
ที่เหลือ เวลาก็จะ พิสูจน์
ว่าใคร เป็นอย่างไร
นานเท่าไหร่ไม่ใช่ประเด็น
พฤษภา 54
10.5.54
... เท่านี้ก็พอ

กลับบ้านแปดริ้วไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แว่บแรกที่จอด KSR หน้าบ้านก็ยังคิดอยู่ว่า เราจะอธิบายให้แม่เข้าใจได้ดีขนาดไหน ในเรื่องราวที่มันเพิ่งเกิดขึ้นในชีวิต ยังกังวลอยู่บ้าง ในบางอย่างที่เกี่ยวกับ "ความเข้าใจ" ของแม่ที่จะมีให้เรา (ซักเพียงใด)
คำถามแรกที่แม่ถาม "เป็นอย่างไรบ้าง" เหมือนการโยนผ้าเย็นมาให้เพื่อดับความร้อนที่สุมอยู่ในหัว ให้มันบรรเทาลง...หลังจากบทสนทนาอันยาวนานกับแม่สิ้นสุด เหมือนโลกทั้งใบที่วางไว้บนหัวและไม่เคยมองเห็น มันลงมาวางอยู่ข้างๆ ให้เราได้นั่งมองอย่างพินิจ อย่างค่อยเป็นค่อยไป สิ่งที่แม่เอ่ยปากบอกวันนั้นมีมากมายหลายอย่าง ผมจับใจในประโยคเพียงสั้นๆ คือ...ไม่เป็นไร เริ่มใหม่และตั้งใจให้ดีๆ นะ ... เท่านี้ก็พอสำหรับคนเช่นผม
หลังจากนั้นก็ออกจากบ้านไปหาเพื่อนและนั่งคุยกันเรื่อยเปื่อยตามประสา...
แค่ได้รู้สึกว่า โล่ง ที่ได้คุยทุกอย่างกับแม่ ทุกอย่างจริงๆ อย่างที่เรารู้สึก
ต่อไปมันจะเป็นยังไงนั่นไม่รู้ แต่สบายใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
... เท่านี้ก็พอสำหรับคนเช่นผม
สำหรับคนอื่น ได้รับมาเท่าไหร่ผมไม่รู้
แต่สำหรับแม่ผม ได้เท่านี้ก็สบายใจอย่างที่อยากเป็น
แล้วก็เริ่มใหม่ และตั้งใจ เหมือนที่แม่บอก
พฤษภา
54
9.5.54
Unfashionable words
เนิ่นนานจนเราอาจลืมคำหวานๆ แต่รู้ว่ามันอยู่ในหัวใจ
หากมันยังคงอยู่ตรงนั้น คำเชยๆหมดความหมาย
คงไม่มีอะไรต้องบอก
พฤษภา 54
6.5.54
ในความเป็นเรา

การทำความเข้าใจและยอมรับคนอื่น
ยากกว่าการบอกให้คนอื่นมาเข้าใจ ในความเป็นเรา
เรามีเท่าที่เห็น ถ้าตั้งใจที่จะมอง
ไม่ชอบก็ไม่ทำ
ไม่อยากก็ไม่เอา
มีอยู่เท่านี้
กรง...ขังฉันไว้ไม่ได้หรอก
เพราะฉันจะดิ้นจนตาย...
โดยไม่สนใจว่า จะเกิดอะไรตามมา
แต่ถ้าหากเข้าใจในความเป็นเรา
กรง...ก็ไม่มีความหมาย
เพราะฉันไม่ได้ใส่ใจมัน
พฤษภา 54
3.5.54
inspired in my dreams.
2.5.54
สิ่งที่อยู่ตรงหน้า

เข้าเดือนใหม่แล้วครับ วันนี้เป็นวันหยุดชดเชยสำหรับผู้ใช้แรงงานทั้งหลาย ไม่รวมทั้งผมซึ่งถูกกำหนดตามกฎหมายให้เป็น บุคคลากรทางการศึกษา (แล้วมันไม่ได้ใช้แรงงานหรือไงวะ) ซึ่งก็อดหยุดไปตามระเบียบ เดือนเมษาที่ผ่านมา ไข้กินไปซะ 2 อาทิตย์ ถือว่าโคตรจะขาดทุน เพราะโดนโรคซึมแต่ไม่เศร้าเข้าเล่นงาน หวังว่าเดือนใหม่คงไม่มีโรคแบบที่ว่าตามมาหลอกหลอน
แต่ก็ยังคงปวดหลังเนืองๆ เป็นระยะ ไม่รู้ใครขี่คออยู่หรือเปล่า (ก็ว่าไปนั่น)
ยังคงนั่งคิดถึงรถมอเตอร์ไซค์อยู่ทุกวัน ว่าเมื่อไหร่ (วะ) ถึงจะได้ซื้อมันอีกซักที อยากขี่รถจะแย่แล้ว ลำพังการขับรถเก๋งมันก็สบายอยู่หรอกครับ แต่สำหรับชีวิตคนที่ไม่ค่อยเอาอะไรเช่นผม การขี่มอเตอร์ไซค์ชายเดี่ยว นั่นเป็นสิ่งที่พึงปรารถนาที่สุดแล้ว
ยังคงนั่งคิดถึงกล้อง DSLR ตัวใหม่อยู่อีกเช่นกัน ถึงตอนนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าการขายเลนส์กับกล้องเก่าทิ้งไป แล้วได้ทองมาเส้นนึง มันจะคุ้มกับการที่ต้องเหงามือเพราะไม่ได้ลั่นชัตเตอร์บ้างหรือเปล่า คำตอบคือเหงาแหละ แต่ก็ทำใจได้ ไว้มีเงินอีกรอบค่อยว่ากัน
ณ ปัจจุบันก็เอามันแค่ใกล้ๆ กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเสียก่อน
แค่ระยะสายตามองเห็น รถไม่มีขี่ ก็ขับเก๋งไปพลางๆ (แอร์เย็นมันก็สบายดีนี่)
กล้องไม่มีกด ก็ใช้มือถือไปก่อน (ถึงจะเบลอบ้าง แต่ก็ยังบันทึกสิ่งที่เราคิดไว้ได้)
ถึงภาพมันจะยังไม่คมชัด จมูกยังคงไม่ได้กลิ่นของความโล่ง
แต่ได้นั่งฝันไปวันๆ โดยหวังบ้างบางคราวเมื่อมีโอกาส
มันก็เพลินดีเหมือนกันล่ะวะ
เดี๋ยวถึงเวลา มันก็มาเอง
พฤษภา 54
27.4.54
เมื่อโลกถามถึงเรา

สัปดาห์แห่งการไม่สบายได้ผ่านไปแล้ว นับนิ้วคร่าวๆ ได้ 2 อาทิตย์เกือบเต็ม (มีดีบ้าง บางวัน) เหตุเกิดจากอะไรไม่รู้เหมือนกัน แต่ตกอยู่ในภวังค์ที่มันหมุนติ้ว ติ้ว ติ้วว อยู่แบบนั้น คือมีอาการเวียนหัว โลกหมุน น้ำลายในปากมีรสชาดเฝื่อน เวลากินอะไรลงไปน้ำในกระเพาะและเส้นในสมองก็สั่งการมาที่ปากว่า ไม่อยากจะกินเลยเว้ย ประกอบกับการเจ็บแปลบที่หน้าอกด้านซ้ายเป็นระยะๆ พาลให้คิดได้ ณ ขณะนั้นว่า หรือกูจะเป็นโรคหัวใจวะ (นี่ถ้าปวดแถวไส้ติ่ง คงดิ่งไปให้หมอผ่าตั้งกะวันแรก)
จนสุดท้าย หมดยาพาราไป 2 แผง ซึ่งก็ไม่รู้ว่ากินเข้าไปแล้วมันจะช่วยอะไรได้ขนาดไหนกันวะ ตั้งใจที่จะไม่ไปหาหมอ (เป็นเรื่องที่ไม่ดี) เนื่องจากว่ายังคงมีแรงนั่งดู UBC อยู่ด้วยความมึนงง ฉะนั้น ตราบใดที่ยังไม่ลงไปชักกะแด่ว ผมก็คงทนไปแบบนี้แหละ (นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ดี) แต่ก็กะว่าไม่นานนี้คงมีความจำเป็น "ต้อง" เข้าไปตรวจสุภาพกันบ้าง (ชักเริ่มมีแววเป็นเรื่องที่ดี)
ณ วันนี้อาการมึนผัวหายไม่มีแล้ว โรคมันคงเบื่อว่าไอ้นี่แม่งไม่สนใจกูบ้างเลย ลองไปสิงร่างคนอื่นดีกว่า อะไรทำนองนั้น (555) ติดตลกแบบนี้ ไอ้ตอนที่เป็นไข้อยู่ก็คิดเหมือนกันนะว่า กูคงตายด้วยอะไรที่มันรวดเร็วแบบนี้ล่ะมั้ง เร็วดี
อีกสาเหตุที่คิดขึ้นมาได้ ก็คงเป็นเพราะว่า อากาศของประเทศไทยในปี พ.ศ. นี้มันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเกินที่คนหลายคนจะรับได้ และมากเกินกว่าที่ร่างกายจะเข้าใจด้วยแหละ ดูอย่างเมื่อวานซืนฝนยังถล่มที่บ้านลาดกระบังอยู่แม๊บๆ มาวันนี้แดดออกแดงแจ๋เชียว นี่ดีไม่ดีพรุ่งนี้จะหนาวหรือเปล่าก็ไม่รู้ เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้เลย ใครที่อ่อนไหวกับสภาพอากาศก็ระมัดระวังร่างกายกันหน่อยก็ดีครับ หาหยูกยาเตรียมไว้บ้าง เวลาเป็นขึ้นมามันไม่มีเวลาหรืออารมณ์ใดที่มากไปกว่า "กูอยากนอน" จริงๆ นะ
บางคนบอกว่า "ห่วงตัวเองเสียบ้าง จะได้มีเวลาไปห่วงคนอื่นนานๆ"
ใครเลยจะไปรู้ว่าเมื่อโรคมันถามหาขึ้นมา เราจะมีเวลาดูแลตัวเอง
ได้ทันท่วงทีหรือเปล่า...เนอะ
เมษา 54
ปล. เอา Link การ Test Drive Honda Brio มาฝากครับ กระจ่างแจ้งทีเดียวสำหรับการรีวิว รถเล็กของค่ายใหญ่ ใครชอบก็ลุยครับ ไม่ชอบก็ดูไว้เป็นข้อมูลเอาละกัน
ปลล. ผมขับรถพี่เคนเป็นพรีเซนเตอร์ครับ ขับสนุกดี สมรรถนะก็สมตัว ราคาสบายกระเป๋า เห็นสมาชิกเว็บของรถค่ายอื่นออกมาโจมตี Brio ว่าไม่ดียังงั้นยังงี้..โถ พ่อคุณ จะเอาอะไรกันนักกับรถเล็กราคาสบายๆ แบบนี้ อยากหรูอยากดี ก็ไปซื้อ BMW ขับสิครับ โลกมันร้อนจะแย่ ยังมานั่งเปรียบเทียบกันให้เวียนหัวอีก
http://www.headlightmag.com/main/index.php?option=com_content&view=article&id=2551%3Aexclusive-first-impression-honda-brio-worlds-first-report-live-from-chiang-rai&catid=62%3Asub-b-segment-1000-1300-cc&Itemid=73%24
19.4.54
anywhere have dog...
there have fish...
แปลทื่อ ได้ฟามว่า
ที่ไหนมีหมา...
ก็มีปลาอยู่ที่นั่น...
นั่นแล
ปลาร้าอยู่ในนั้นนะหมาเอย - -''
เมษายน 2554
18.4.54
ควันหลงวันสงกรานต์

ไปเที่ยววันหยุดสงกรานต์ปีนี้ ฤกษ์ดีแต่หัววัน ออกจากกรุงเทพฝนก็รั่วมาซะห่าใหญ่ ทำเอาความหวังของคนทั้งประเทศ (ในการสาดน้ำ) แทบพังครืนกันเป็นแถบๆ เดชะบุญที่แม่งตกแล้วหยุด 55
ปีนี้ดีกว่าปีที่แล้วหน่อยนึง คือ ไข้แดกครับ...ตั้งแต่เริ่มจนจบทริป มึนหัววิ๊งงงๆๆๆ สลับกับหูทั้งสองข้าง ได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้าง พูดกับใครก็เหมือนได้ยินเสียงตัวเอง 85% แต่เสียงตอบกลับจากคนอื่นนั้นรับมาแค่ 15% เยี่ยมจริงๆ รีสอร์ที่ไปนอนก็โอเคในระดับนึง ไม่อู้ฟู่มากมายแต่ก็ไม่ได้เปลี่ยววิเวกวังเวงซะทีเดียว เสียวอยู่แต่ก็แค่ แม่งดันติดกับวัด ลองข้ามไปขับรถเล่นฝั่งนั้นก็ได้พบว่า กลางคืนกูควรจะอยู่แต่ในห้อง และห่มผ้าให้มิดชิด ดีกว่ามานั่งขนลุุกนอกระเบียง
หลายวันผ่านไป ไข้ก็ยังอยู่ จนกลับมากรุงเทพแล้วมันก็ยังไม่ไปไหน แต่ก็ดีขึ้นบ้าง (ไม่ดีก็นอนโรงพยาบาลเถ้อะ) สุขสันต์ และควันหลงวันสงกรานต์ครับ สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคภัยเบียดเบียนนะจ๊ะ..ตัดจบเห้อะ หูตึง สมองอื้อ
เมษา 54
11.4.54
เมษา พามึน

อีกสามวันก็สงกรานต์แล้วครับ ปีนี้แปลกมากกว่าปีก่อนตรงที่มีฝนติดมาเป็นระยะ อากาศบัดซบมากถึงมากที่สุด เมื่อวานนอนอยู่บ้านร้อนตับแทบแตก พอหัวค่ำฝนกระหน่ำแบบไม่เกรงใจฤดูกาล (นี่หน้าร้อนนะมึ้งง) พาลให้เช้าวันนี้มึนหัวตึ้บ เหมือนใครเอากระแป๋งมาเขกกบาลซ้ำๆ โลกหมุนไปหมด @_@
นี่เล่นพาราไปแล้วสองชุด อาการยังคงที่ คือมึนเหมือนเก่า คาดว่าพรุ่งนี้คงได้เหตุที่จะหยุด ก่อนวันหยุดจริงๆ ของมหาวิทยาลัยเป็นแน่แท้ สงกรานต์ปีนี้ มอไซค์ยังไม่มา รอตังค์ โทรศัพท์ก็พัง กล้องก็ไม่มี อากาศก็โคตรจะเหี้ย คิดแล้วมึนหัวชิบหาย
สุขสันต์วันสงกรานต์นะครับ...จบแม่งตื้อๆ แบบนี้ล่ะ
เมษา 54
4.4.54
เริ่มจากการให้...

วันเสาร์ที่ผ่านมา ผมกับเพื่อนไปสะแกราชกันครับ จากคำชวนของเพื่อนเก่าสมัยที่ยังอยู่ในคลับรถกระบะ colorado ว่าปีนี้จะขึ้นไปที่นั่นอีกครั้ง เพื่อดูความคืบหน้าของ โรงเรียนบ้านหนองหว้า ที่พวกเราเคยมาบริจาคของและร่วมสร้างโรงเรียนกันไปเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว
คราวก่อนผมกับเพื่อนตามไปด้วยมอเตอร์ไซค์ แต่คราวนี้ผมนั่งรถถังไป (55) จริงๆ เพราะรถน้าแกยกซะสูง รอบคันติดโป่งล้อขนาดใหญ่มาก จนดูเหมือนรถถังในสงคราม มากกว่ารถกระบะ 4WD ที่เอาไว้ใช้ในป่า
ถึงโรงเรียนก็มอบของ เล่นเกมส์ครับ ระยะทางจากแปดริ้ว - สะแกราชนั้นประมาณ 180-200 กิโลเมตรขึ้นเขาปักธงชัย ถ้าเป็นรถยนต์ก็คงสบายหน่อย มอเตอร์ไซค์ก็มีพักหลายครั้งบ้าง แต่ก็ไม่มาก
สภาพโดยรวมของโรงเรียนดีขึ้นกว่าเดิมครับ เดาเอานะ เพราะเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ที่เรามามอบให้ รวมถึงช่องทางที่เราบุกเบิกในโลกของ internet มันทำให้หลายคนได้เห็น และรับรู้ว่ายังมีโรงเรียนจำนวนมากในเมืองไทย ที่งบมาแล้วไม่ค่อยถึง (สงสัยหมาแดกระหว่างทาง)
อยู่ที่โรงเรียนซักพัก กินข้าวกลางวันก่อนกลับแล้วก็โบกมือลาครับ ถือเป็นการปิดโครงการเพื่อสาธารณประโยชน์อีกหนึ่งโครงการ ที่ดูจะประสบความสำเร็จมาก ต่อจาก บ้านวังรี ดีใจที่การบุกเบิกของพวกเราและเพื่อนเรา มันได้ผล อย่างอื่นหลังจากนี้เราไม่ได้คาดหวังครับ ไม่รู้หรอกว่ามันจะดีขึ้น หรือจะเหมือนเดิม แต่ที่แน่ๆ คงไม่แย่ลงกว่าเดิม
เริ่มต้นจากการให้
ที่เหลือคงเป็นหน้าที่ของผู้ที่มาสานต่อ
หรือแอบมองแล้วล่ะครับ ว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป
เพราะพวกผมทำหน้าที่กันอย่างที่สุดแล้ว
เราออกจากบ้านหนองหว้ามาด้วยรอยยิ้ม
ความร้อนจากแสงแดด หรือห่าฝน
หนักขนาดไหน แม่งไม่สำคัญเลยซักนิด
จริงๆ...
เมษายน 2554
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
สิ้นปี 2568
ส่งท้ายปี 2568 ด้วยการ เมาพับที่ร้าน SlidingDoor น้าเน๊ก อีกวัน (31) พาหญิงไปซิ่งในเมือง กินมิตรโกหย่วนกันตอน 3 ทุ่ม อากาศดี ผู้คนดี ชีวิ...
-
เมื่อวานไปรับตัว Nissan March รุ่น 1.2 E(A/T) มาจากศูนย์สยามนิสสัน สะพานใหม่ (ไม่ถึงหรอก จริงๆ อยู่ตรงโรงพยาบาลเซ็นทรัล เยอเนอรัล) มาเมื่อตอ...
-
ในโลกของการวิ่ง มี BAREFOOT เป็นต้นกำเนิดแห่งรองเท้า ( ธรรมชาติ ) ครับ ถัดมาจากนั้นก็เห็นจะเป็น Fi...


