30.4.55

หน้าโคตรร้อน

ร้อนจริงๆ ฮะ คิดว่าหลายคนก็คงรู้สึกเหมือนกัน ไม่รู้ว่าพระอาทิตย์จะขยันอะไรกันนักหนา แดดแรงจนถึงขนาดที่ว่า อยู่ในบ้านนี่แทบจะกลายเป็นกล้วยปิ้งกันเลยทีเดียว

วันเสาร์ที่ผ่านมาไปเอาสปริงเกอร์ลูกรัก กลับมาจากร้านแถวสุทธิสารครับ ให้เขาช่วยเซ็ทช่วงหน้าสปริงให้ เปลี่ยนบูทขาไก่ ตั้งซี่ลวดใหม่ และอื่นๆ อีกนิดหน่อย

แล้วก็เอามาแว๊นซ์ :) แถวเลียบด่วนรามอินทรา - แฟชั่น - เกษตรนวมินทร์ครับ พอดีว่ามีมีตติ้งกันเล็กๆ น้อยๆ กับรุ่นพี่ ถือเป็นการวอร์มอัพก่อนลงใต้ต้นเดือนหน้าไปในตัว

กรุงเทพนี่รถเยอะชิบหายครับ ยิ่งเมื่อสองวันก่อน ไม่รู้จะไปไหนกันนัก ติดขัดตลอดทุกเส้นทาง เล่นเอาโยกกันเอวแทบเคล็ด ซัก 3 ทุ่มก็เผ่นแน่บกลับบ้าน

ธรรมดาแล้ว ขี่รถกลับบ้านนี่เย็นสบายนะครับ ลมโกรกเพลินเลยล่ะ แต่เมื่อวันก่อน เหมือนขี่ผ่านเตาตลอดทั้งทาง สามทุ่มแล้วยังร้อนไม่หาย ให้ตายเถอะ

เมษายน 2555

ร้อนแทบบ้า

18.4.55

วันเกิด

วันที่ 18 นี่เป็นวันคล้ายวันเกิดผมฮะ (บอกใครวะ) คือว่า ทุกคนก็จะมีวันพิเศษแบบนี้เหมือนกัน ในทุกๆ ปี ผมเองก็เช่นกันแหละ แต่ต่างกันตรงที่ว่า มากหรือน้อย เท่านั้นเอง

ผมไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับวันเกิดของตัวเองมากซักเท่าไหร่ เพราะแม่งรู้สึกว่า กูแก่ขึ้นทุกปี (เซ็ง 55) แต่พอมีคนอื่นมาให้ความสำคัญกับวันเกิดของเรา ก็ต้องยินดีและขอบคุณกลับไปตามธรรมเนียมล่ะฮะ

เอาเป็นว่า ในวันเกิดครบรอบปีที่ 30 กว่าๆ (กว่าเยอะแหละ) ของผม ก็ขอให้ทุกท่าน ทุกคนที่อวยพรให้ มีความสุข ความเจริญ คิดอะไรก็ขอให้ได้อย่างนั้น คิดดี ขอให้ได้ดีนะจ๊ะห์ ใครรักผม ผมก็รักตอบ ใครไม่ชอบผม ก็ขออนุโมทนานะครับ


เมื่อเช้าพ่อโทรมาอวยพร
บอกว่า "ขอให้มีเงินมีทอง พอใช้ พอกิน นะลูก" 
เป็นคำอวยพรที่พอเพียงมาก เท่านี้ก็ชื่นใจตายแล้วครับ


เมษายน 2555

เป็นปีแรก ที่ไม่ได้ของขวัญซักอย่างจากใคร หรือเราเริ่มแก่แล้ววะ
วันเกิดมันก็เลยเริ่มลดลำดับความสำคัญลงไป ถ้าใครได้อ่าน ก็ไม่ต้องซื้ออะไรมาให้ย้อนหลังแล้วนะครับ ปีนี้ไม่ทันละ เอาไว้ปีหน้าละกัน 555

17.4.55

สงกรานต์ 55






สงกรานต์ปีนี้ ลงใต้ครับ ถึงไม่ได้ไปจนสุดกู่แต่ก็ได้กลิ่นไอของทะเลกลับมาบ้าง ชะอำ-หัวหิน โดดงานไปตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน แบบหายใจทิ้งไปวันๆ หลังจากทำงานมาทั้งปี

ทะเลเป็นอีกที่หนึ่งที่ไม่เคยคิดจะไป แต่พักหลังนี่รู้สึกว่าจะกลมกลืนได้พอประมาณ เริ่มเห็นทะเลสวยขึ้นบ้างแล้ว (แต่แม่งก็ยังร้อนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน)

หัวหินเป็นประเทศของฝรั่งครับ เราคนไทยเป็นนักท่องเที่ยว ไปทางไหนก็มีแต่ฝรั่งตัวแดงๆ ผมทองหน้าเป็นกระเต็มไปหมด ปีนี้ประเทศไทยเจอซึนามิเข้ามาทักทาย ก่อนที่เราจะไปลงไปแค่ 3 วัน เป็นแค่การกระแอมจากทางอินโดนีเซีย แต่ก็มีหางเลขมาออกที่ ภูเก็ต หาดใหญ่ บ้างเล็กน้อย

ได้ไปนอน Service Apartment น่ารักๆ แห่งหนึ่งแถวเพลินวาน ที่คนดูแลยิ้มต้อนรับเป็นอย่างดี มันก็ยิ่งทำให้การหายใจทิ้งเป็นไปอย่างมีความสุขครับ แถมยังได้ตระเวนกิน ตระเวนเดิน (ขาแทบลาก) ในที่ๆ ไม่เคยได้ไป มันเหมือนปลดล๊อคหลายเรื่องที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้า

ให้ได้คลายลง

ฝันที่ดีผ่านไปแล้ว ขอบคุณหัวหินจริงๆ

กลับมาสู่วันทำงานเดิมๆ
แม่งร้อนเหมื๊อนเดิมสาดดดดด

เมษายน 2555

5.4.55

Have Chance

หลายวันก่อนได้คุยกับพ่อ เกี่ยวกับสุขภาพของแม่ ไม่ว่าจะเป็นที่ขา หรือ หัวใจ ในรอบอายุ 60 ปีกว่าๆ ว่าด้วยเรื่องของต้นขาอันไม่ปรกติ ซึ่งทั้งหมอและทั้งพ่อ (รวมตัวเราด้วย) ต่างตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบการไหลเวียนของเลือด ไว้คร่าวๆ ว่า มันคงเดินไป-กลับระหว่างหัวใจไม่ค่อยสะดวก เหมือนต่อสายยางเข้าก๊อกน้ำ แล้วบีบกลางสาย ทำให้น้ำที่ผ่านมือไปไม่เต็มที่ หมอคงอาจจะกลัวว่า วันดีคืนดี ขั้วสายยางมันอาจจะหลุดออกจากก๊อกฉับพลัน ก็เป็นไปได้ เพราะเหตุจากที่แม่เคยเข้ารับการบำบัดทางเคมีที่ต้นขาซ้ายเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ท่อน้ำเลี้ยงต่างๆ ของต้นขาลีบลงมากกว่าของเดิม คุณหมอแสนใจดีที่พ่อเอ่ยถึง ก็ทำเรื่องให้แม่เข้ารับการสแกนและตรวจเช็คทุกระบบที่มันเกี่ยวข้องกัน ตามข้อสงสัยเท่าที่มีในมือ ได้คุยกับพ่อก็เลยฝากบอกไปถึงแม่ด้วยเลยว่า...
"แม่ได้รับโอกาสอันดี ในการที่จะได้ตรวจสิ่งที่ผิดปรกติต่างๆ ในร่างกายอย่างมากมาย และสะดวกสบายเกินกว่าที่คนไข้อีกหลายร้อยคนพึงจะได้รับ ก็นับว่าเป็น โอกาสอันดี ที่ควรจะใช้มันให้คุ้มครับ"
... เพราะเรานึกภาพไม่ออกเลยว่า ถ้าแม่และพ่อเป็นบุคคลธรรมดา ตาสี ยายสา จะได้รับโอกาสในชีวิตที่ดีแบบนี้มั้ย คงต้องขอบคุณ ความเป็นพ่อ ที่ทำให้แม่ได้สิ่งที่พิเศษ มากกว่าใครๆ และขอบคุณโอกาสที่ดี ที่คุณหมอมอบให้ด้วย  

คนเรามีสองอย่างครับ

1. ได้รับโอกาส
2. ได้ให้โอกาส

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า แม่ผมคงจะใช้ข้อที่ 1 อย่างคุ้มค่ามากที่สุด แต่ผลที่ได้รับหลังจากนั้น จะหาย หรือ ไม่หาย คงไม่สำคัญ เพราะเราได้ใช้โอกาสที่มีอย่างเต็มที่แล้ว

เท่านั้นก็น่าจะพอใจ

เมษายน 2555

ปล. ผมกลัวอย่างเดียวก็คือ แม่จะเบื่อคำว่า โรงพยาบาลนะสิ เพราะถ้านับวันแรกที่ป่วย
จนถึงวันนี้ แล้วเอาไปแลกกับตำแหน่งในโรงพยายาลได้ ซักที่นึง แม่คงได้เป็น ผู้อำนวยการไปนานแล้วล่ะ เพราะเหลืออย่างเดียวที่แม่ทำไม่ได้ก็คือ ผ่าตัดตัวเองครับ 555

3.4.55

midnight riders



แวะจอดถ่ายรูปสปริงเกอร์ ในอุโมงค์ลอดใต้ถนนพระรามเก้าตัดใหม่เมื่อคืนวานนี้ ทำให้ได้รู้อย่างนึงว่า การจอดรถในอุโมงค์ของบ้านเรานั้น แม่งมีแววจะโดนรถคาบเอาไปแดกอย่างสูงครับ เพราะแต่ละคันเหมือกำลังแข่งจิมคาน่าอยู่ (ทั้งๆ ที่มันมีแค่สองเลนเองนะเฟ้ย)

ขนาดกูขี่ 1340 cc ยังบิดแค่ 80 ก็จะแย่แล้ว
คันอื่นๆ มัน cc เท่าไหร่กันว๊ะ เห็นไฟแล่บแปร้บๆ ออกตูดกันเป็นแถว -"-
ไม่สนใจคนข้างทางอย่างกุมั่งเล้ยสาดดด
กลัวนะเว้ย

เมษา 55

เลิกๆ ไม่จอดแล้วอุโมงค์นี้
...รอบหน้าอุโมงค์ข้างราบ 11 ดีกว่า ยาวดี

29.3.55

ดูแล



เรื่องของเรื่องคืน ไอ้ล้อหน้าสปริงเกอร์มันแกว่งครับ ด้วยเพราะเหตุอันใดก็มิทราบได้ แต่หลักๆ แล้วเดาว่าเกิดจากร้านไอ้หอกหักแถวแยกวังหินนั่นแหละ (ไม่อยากเอ่ยถึงเยอะ คันปาก) เป็นตัวการ

ความที่ผมเป็นคนที่ เห็นอะไรไม่ได้ดั่งใจแล้วมันนอนไม่หลับ บวกกับอาการล้อหน้าแกว่งตอนขี่รถ มันเป็นเหตุแห่งการคว่ำข้าวเม่า ก็เลยลองหาข้อมูลร้านที่รับแก้ไข และจัดการกับช่วงหน้าสปริงแบบนี้ ได้มาร้านนึงแถวสุทธิสาร ซึ่งก็ได้เอารถไปให้เขาโซโล่เรียบร้อยแล้ว รอเพียงรับตัวกลับมาแค่นั้น

จะดี ไม่ดี หรือยังไง

อันนี้วัดดวงล้วนๆ ครับ ไม่รู้จะโดนแหกเนตร หรือ โชว์เหนือจริงๆ อย่างใดอย่างหนึ่งก็ไม่แน่ใจ
แต่รถที่มาอยู่ในค่าย ส.วรกิจ ทุกคัน ไม่ว่าจะกี่ล้อก็ตาม จะต้องเนียน!! เข้าข่ายชิบหายไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้

ถึงรถทุกคัน มันจะอยู่กะกูได้ไม่นานก็เถอะ (555555)
แค่คนที่ซื้อต่อไป สรรเสริญลับหลังก็ยังดีวะ

มีค. 55

ตะปิงเก้ออววววว~

ปล. ดูอย่างไอ้เต่า คุณนายประหยัดนั่นเป็นตัวอย่าง ไล่เก็บซะจนเนียน ขับไม่เคยงอแง ตอนอยู่กับเจ้าของเก่าแม่งห่วยสาด ไม่รู้ซื้อรถมาดองให้เจ๊งทำแมวอะไร ต้องกูนี่ ดูไว้ (555)

ปลล. มีอะไรไว้กับตัวเอง ไม่ว่าจะคน หรือ ของ ถ้าดูแลได้ก็ดูแลกันเต็มเหนี่ยวฮะ พามาแล้วทิ้งๆ ขว้างๆ เดี๋ยวหมามันจะด่าแม่เอา

23.3.55

สิ่งที่ดีที่สุด



หลายวันก่อนไปซื้อแหวนพระ ที่ร้านทองแถวบางบ่อมาครับ ด้วยความที่ว่าเห็นแหวนวงนี้มาตั้งแต่เข้าร้านทองร้านนี้ครั้งแรกๆ เพราะเป็นหัวแหวนหลวงพ่อโสธร ผมก็เลยเกิดความต้องการที่จะนิมนต์ท่านกลับแปดริ้วด้วยตัวเอง (ท่านอยู่บางบ่อมานาน อาจจะคิดถึงบ้าน) ก็เลยใช้เงินที่พอมีอยู่ เช่าแหวนวงนี้ออกมา แต่เนื่องจากมันมีขนาดใหญ่กว่านิ้วผม ก็เลยต้องมีการปรับขนาดด้วยการลดเส้นรอบวงลงซักเล็กน้อย

อาทิตย์ถัดมาก็ไปรับท่านกลับบ้าน แล้วนิมนต์ใส่ไปในนิ้วกลางข้างขวา (แม่เคยบอกว่า ข้างซ้ายใส่แหวนพระไม่ได้ เพราะอะไรต้องนึกเอาเอง) แหวนแม่และแหวนยาย ก็จำต้องอัปเปหิจากข้างขวา ไปอยู่ข้างซ้ายแทน (แล้วยายไม่ด่าตายห่าเรอะแม่) สัมผัสแรกที่เห็นแหวนก็รู้ได้ว่า "มันไม่เนียน" ครับ จะเนื่องจากอะไรก็แล้วแต่ ความไม่เนียนของหัวแหวน ก็ทำให้หญิงกับผม เสวนาจนเกือบจะกัดกันอยู่พักใหญ่

ว่าด้วยเรื่อง "การส่งแหวนกลับไปแก้ไข" ในความคิดของแฟนผม ก็คงอดรนทนไม่ได้นั่นล่ะครับ ที่จะเห็นแหวนทอง ราคาตั้งหลายหมื่นมันขี้ริ้ว ขี้เหร่ ขนาดนี้ เธอแนะนำให้กลับไปทำอย่างที่บอก ผมก็ได้แต่พยักหน้ารับ หงึกๆ เพียงเท่านั้นr

ลำพังสายตาของผมก็เห็นนั่นล่ะครับ ว่ามันไม่เรียบเนียน และดูไม่สวยเอาเสียเลย แต่ในความคิดของผมที่มีต่อแหวนวงนี้ มันเป็นอีกอย่าง ผมเลือกมองในสิ่งที่มันดี และตนเองเห็นว่าสวยงาม ณ ด้านใด ด้านหนึ่งของสิ่งๆ นั้น มากกว่าที่จะกลับไปทำให้มันสมบูรณ์ไปเสียทุกด้าน เพียงเพราะแค่เราเห็นว่าไม่ดีที่สุด ที่คิดออกมานี่ ก็ไม่ใช่จะว่าใครนะครับ แต่ด้วยความเป็นเรา มันคิดแบบนั้นเสียทุกเมื่อเชื่อวัน ก็เลยอดที่จะมาบันทึกไว้ไม่ได้

คือ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ไม่มีอะไรที่มันร้อย % ไปซะหมด คนทั้งร้อยคนที่เราเห็น ใช่ว่าทั้งหมดจะเป็นอย่างที่เราคิด นิสัยใจคอจะตรงกับสิ่งที่เรามอง

จริงอยู่ที่ว่า แหวนมันไม่สวยครับ ... แต่

- อย่างน้อย เราก็ได้รู้ข้อนึงของความจริงบางอย่างว่า แหวนขี้เหร่ๆ ที่ผมใส่ ช่างร้านนี้ไม่เก่งเรื่องทำหัวแหวนหรอก แต่อาแปะ อาม่า เจ้าของร้านทอง อัทธยาศรัยดีกว่าร้านทองที่เราเคยเจอหลายร้าน ที่มองแม้กระทั่งเสื้อรูๆ ของผม (กูพกเงินไปแสนกว่านะเว้ยสาด) ที่วางถาดใส่หน้าแม่งซะยั่งงั้น ในขณะที่เราพูดเพียงว่า "ขอคิดดูก่อนนะครับ" แล้วผละออกจากร้านเท่านั้นเอง

- อย่างน้อย ผมก็ได้รู้ข้อนึงว่า ถึงแหวนผมจะไม่สวย แต่นี่มันก็เป็นความตั้งใจที่จะเก็บหอม และรอมริบ สิ่งที่เรียกว่า อนาคต ที่กำลังมาในไม่ช้า มันดีกว่าเป็นไหนๆ

ก็จริงอย่างที่หญิงบอกน่ะแหละ ร้านที่ทำดีกว่านี้มีตั้งเยอะแยะ และ ร้านอาแปะอาจจะแก้ไขให้มันกลับมาเรียบเนียนกว่านี้ได้ (หรืออาจจะเพลียกว่าเดิมก็ไม่รู้)

สำหรับเรา สิ่งที่ดีที่สุด คงไม่ใช่แหวนที่สวย แต่มันคือสิ่งที่ได้ทำตามความตั้งใจ
นอกเหนือจากนั้นจะมีอะไรแถมมาให้ ก็แล้วแต่วาสนาเถ้อะ

มีนาคม 2555

ปล. คราวหน้าถ้าจะทำอะไรแบบนี้ จะบอกร้านทองล่วงหน้าว่าของานเนียนๆ นะครับ แต่ถ้าออกมาไม่เนียนเท่าที่ใจคิด ก็จะพยายามเข้าข้างตัวเองว่า คงได้แค่นั้น

20.3.55

รักในมุมเดิม

 
 วันก่อนนั่งคุยกับหญิงบนรถ ถึงเรื่องที่ผมนั้นเป็นมนุษย์ประเภท
ซื้อแล้วก็ขาย ขายแล้วก็ซื้อใหม่อยู่ร่ำไป พาลให้ได้นึกถึงสิ่งหนึ่งที่เกิดกับตัวเองเสมอ นั่นก็คือ

ผมรักในสิ่งเดิมๆ ครับ...

ก่อนหน้าที่จะชอบอะไรซักอย่าง ผมจะหมกมุ่นอยู่กับสิ่งนั้นเป็นเวลานานพอสมควร 
เรียกได้ว่าสมาธิทั้งหลายได้หยุดนิ่งอยู่กับมันตลอดเวลา เคยเล่น BBGun มาระยะนึง แล้วก็วนๆ เวียนๆ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่อย่างนั้นโดยไม่เบื่อ เรื่องเงินทองกับการแลกเปลี่ยนของนั่นไม่ต้องพูดถึงครับ เพียบ

แต่ส่วนใหญ่มันมักจะเกิดจากความ ตื่นตาตื่นใจ ของผมที่ได้เจอของใหม่ในเรื่องเดิมทุกครั้ง ซึ่งถ้าให้นับกันจริงๆ แม่งก็ปืนคือเก่าล่ะวะ ไม่รู้มันจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาทำห่าอะไรเยอะแยะนักหนา (555)

ก็มีความสุขนี่หว่า ทีไ่ด้หยิบจับ และได้ใช้ปืนตั้งหลายประเภท

รถมอเตอร์ไซค์ และ รถยนต์ ก็เหมือนกันนะครับ ฟิลลิ่งเดียวกับการเล่นปืนเลย ซื้อมาขายไป ซื้อไปขายมาแม่งอยู่นั่นแหละ นี่ยังไม่รวมถึงกล้อง DSLR ที่เรียกได้ว่า กูผ่านมาแล้วทุกย่านน้ำ (555)

เมื่อวานบน facebook รูปถ่าย Heritage Springer บนเขาใหญ่ที่ผมลงไว้นานแล้ว มีรุ่นพี่คนนึงเข้ามาทักว่า..."มุมเดียว มุมโปรดสำหรับเมียทุกคัน"... เลยทำให้นึกได้ว่า เออ กูนี่ก็บ้าเก็บรูปมุมเดิมๆ เนาะ ว่าแล้วก็ไปควานหารูปรถที่ผมเคยขี่และที่มีอยู่ มาวางเรียงกันสามรูป


สัดเอ้ย เป๊ะเลย 5555
กูนี่แม่งคงบ้าแน่


มีนาคม 2555

ปล. ขึ้นเขาใหญ่เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น มุมนี้ต้องโดนผมครับ
ก็คนมันชอบนี่หว่าทำไงได้ ขนาด March กูก็ยังถ่ายมุมนี้ (555)
ปลล. ถึงจะวนเวียนจนน่าเบื่อ แต่ก็มีอยู่ไม่กี่เรื่องที่ให้ความสำคัญทุกครั้งที่ได้เจอ 
แล้วเค้าก็ไม่เคยเบื่อเลยแหละ แอร้ยยยย~ 

14.3.55

เผื่อไว้ในวันข้างหน้า



เรื่องก็คือ ขายเต่า ไปแล้วน่ะครับ มีเงินก้อนนึงอยู่ในมือ ซึ่งทำอะไรตามใจคิดได้หลายอย่างมาก และทุกอย่างล้วนเป็นกิเลสทั้งนั้น แต่สิ่งที่แปลกก็คือ คิด ครับ เมื่อก่อนมีเงินไม่เคยคิดว่า ข้างหน้าจะทำยังไง อยากได้อะไรซื้อดะ (เดี๋ยวนี้ใช่ว่าจะหาย แสดด) แต่ก็เบาลงกว่าเมื่อก่อนเยอะแหละ

คือมันมีบางเรื่องที่ต้องคิดให้จงหนัก และควรลงทุนอย่างคุ้มค่า.. ไม่สิ เรียกลงทุนกับอะไรแบบนั้นไม่ได้ ต้องเรียกว่า วางแผนอย่างรอบคอบ (โคตรดูดี 55) เออแหละครับ ก็ต้องวางแผนกันบ้าง เพราะมีงานใหญ่รออยู่อีกไม่กี่เดือน

แหม แต่ถ้าได้ใช้ มันก็เหมือนคนติดเฮโรอีนได้เสพยาซักปื้ดดด
คงโล่งพิลึก รถไม่ได้ซื้อ ขอมอไซค์มินิก็ยังดีวะ 55

มาบ่นให้ดูดีทำเหียกอะไรไม่รู้


มีนา 55

กำเงินไว้ ใจแน่วแน่
หลังคาถลก เมื่อไหร่ก็ซื้อได้ถ้าไม่คิด
ช่วงนี้คิดดี ขี่ควายไปก่อน

ปล. ขี่ตะปิงเกอร์ผ่านสะพานข้ามทางรถไฟแถวทับช้าง
เห็นพระอาทิตย์โบกมือลาเลยจอดเก็บภาพซะหน่อย รถจะเอาไปแดกตายห่า

9.3.55

บางแสนไบค์วีค



ดูฟ้าประเทศไทย
วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม 2555
แม่งเอ้ย 5555

ปล. 9-10 มีนาคม 2555 งานบางแสนไบค์วีค ครับ เมื่อก่อนไปทุกปี แต่ช่วงหลังนี่ไม่ได้เข้างาน เตร่อยู่บริเวณรอบๆ เพราะรถเยอะและมั่วมาก ปีนี้ก็เช่นกัน คงไปแค่แว้บนึงแล้วก็กลับ

ปลล. ออกตัวดึกหน่อย ตอนพิมพ์อยู่นี่ฝนก็ลงไปแล้วทั้ง แปดริ้ว พนมสารคาม หนองจอก ชลบุรี ... โชคดีล่ะครับผู้จัดงาน

มีนา 55

ว่าแต่ว่า ตอนนี้กูจะขี่มอเตอร์ไซค์กลับยังไง ฝนแม่งดักซะขนาดนี้ -"-

6.3.55

no limit








เริ่มต้นเดือนมีนาคมได้มันส์มากครับ คือเมื่อวันพฤหัส-อาทิตย์ ที่ผ่านมา ขี่รถไปงานแต่ง ไล่มาตั้งแต่ สระแก้ว มาถึง อ.สูงเนิน และ อ.โชคชัย เมืองโคราช รวมสามวัน สามที่ 800 กว่ากิโลเมตร เป็นงานของรุ่นน้อง และ รุ่นพี่ ที่สนิทกันทั้งสามคน แล้วยังมาจัดงานติดกันตั้งแต่วันที่ 1-2-3 มีนาคม เข้าให้ ก็เลยเลี่ยงไม่ได้ (ความจริงเลี่ยงได่้แต่ไม่เลี่ยง)

วันแรกที่ไปสระแก้ว ขี่สปริงเกอร์จากบ้านแต่เช้า ไปเจอกับเพื่อนที่แปดริ้ว แต่รถดันงอแงก็เลยต้องซ้อนเป็นสก๊อยท้ายรถเพื่อนไป หลังจากจบงานแรก รถเสร็จเรียบร้อยก็รับงานที่สองต่อทันที รอบนี้บินเดี่ยวจากลาดกระบัง - สระบุรี - ปากช่อง - สูงเนิน เพื่อไปงานที่แรก และงานที่สองหลังจากสี่โมงเย็นของวันนั้น บึ่งรถไป อ.โชคชัย ที่อยู่ห่างจากสูงเนิน 50 กม.

วันสุดท้าย จากที่มาทางสระบุรี ก็อ้อมกลับไปทาง ปักธงชัย นึกภาพตามว่าผมขี่รถเป็นเส้นวงกลม จากซ้ายไปขวา นั่นแหละ (แม่งถึกจริงๆ กู)

เพื่ออะไรวะเนี่ย...? ไม่รู้เหมือนกัน ตอนไปไม่ได้คิด รู้ว่าอยากไปก็ไปครับ เท่านั้นล่ะ

ปล. เหมือนที่แม่ผมเคยบอกไว้ว่า ชีวิตผมเนี่ยมีเพื่อนแค่ 20 คน (สมมตินะ) แต่ผมไปงานเพื่อนทั้ง 40 คน ... งงมั้ยล่ะ
ความหมายของแม่ก็คือ ไม่มีงานไหนของเพื่อน ที่กูไม่ไป (555)

ปลล. รูปเดี่ยวบนรถ พี่อุ้ยถ่ายให้ตอนขี่จากบ้านเจ้าสาวพี่แง๊ง ไปบ้านพี่แง๊ง (รุ่นพี่ผมชื่อ แง๊งงงง งงล่ะสิ อิอิ)

มีนา 55
เมื่อยสาด

สิ้นปี 2568

 ส่งท้ายปี 2568 ด้วยการ เมาพับที่ร้าน SlidingDoor น้าเน๊ก อีกวัน (31) พาหญิงไปซิ่งในเมือง กินมิตรโกหย่วนกันตอน 3 ทุ่ม   อากาศดี ผู้คนดี ชีวิ...