26.11.53

เอาเท่าที่มี แค่นี้ก็สุข



เช้าวันศุกร์แห่งชาติมาถึงอีกแล้ว ขับรถออกจากบ้านสวนทางกับลมหนาวที่แว่วผ่านมาอีกครั้ง วันนี้อากาศช่วงเช้าหนาวกว่าทุกวันในรอบ 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา ลมหนาวปีนี้ทำหน้าที่ไม่ค่อยเข้มงวดนัก มาบ้างไม่มาบ้าง ปล่อยให้ชมรมคนรักความหนาวได้หง่าวกันไปแค่อาทิตย์เศษๆ แล้วก็เงียบหายไป จนในที่สุดเราก็ได้เจอกันอีกครั้ง แม้ช่วงสั้นๆ (แหม ลิเกจริงกู)

พรุ่งนี้ไปเมืองกาญ หวังว่าคงจะหนาวนะครับพี่ อุตส่าห์ท่อไปทั้งทีก็หนาวให้สะใจหน่อยเป็นไร..

ได้เลนส์ใหม่มาตัวนึง ในราคามือสองครับ เมื่อวานนี้คนขายใจดีขับรถมาส่งถึงที่บางนา ยกให้เป็นคนขายของมือสองแห่งปีเลยก็ว่าได้ ที่ลงทุนขับรถเอาของมาถวายเจ้าถึงที่ ขอบคุณครับพี่ ชอบใจจริงๆ กับเลนส์ Tokina 12-24 mm ที่ไม่คาดคิดว่าในที่สุดกูก็ซื้อเลนส์ช่วงนี้มาจนได้ หลังจากที่ดู 10-20, 10-22, 11-16 จากหลายค่ายมาตั้งหลายวัน (เอ้า ห่ากิน 55)

คือมักจะเป็นแบบนี้เสมอครับ เมื่อใดที่จดจ้องและมองในสิ่งที่ิคิดไว้ แต่สุดท้ายมักจะไม่เอาหรอก 555 มาได้ไอ้ที่ไม่เคยจะมองและไม่สนใจใยดี แต่ได้มาแล้วแฮปปี้ครับ ในเรื่องของเลนส์มุมกว้างที่เราต้องการ ไม่ต้องกว้างจนเท่าลานจอดเครื่องบินก็พอใจแล้วครับ ราคาก็พอที่จะเจียดเงินไปซื้อเอามาได้

ดีกว่าไปเล่นเลนส์ราคาแพงๆ
แต่ต้องมานั่งเศร้ากินข้าวกับปลาทูเหมือนแต่ก่อน

ได้แค่นี้ก็สุขใจ
เอาเท่าที่มี ใช้เท่าที่มี เท่านี้ก็สุข
เดี๋ยวนี้เริ่มเข้าใจความหมายของคำว่า เงิน มากยิ่งขึ้น
ว่ามันคืออะไร และควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อมีเงิน

หลังจากสุรุ่ยสุร่ายกับคำนี้มานาน ในแบบที่ไม่เคยจะยั้งคิด
ก็ดีเหมือนกันที่เริ่มคิดนานๆ แบบระมัดระวังชีวิตไม่พัง สมองไม่รั่วดีครับ
ไม่ต้องเชื่อผมมากหรอก แค่ลองทำดูก็แล้วกัน

พย. 53
พรุ่งนี้ไปกาญ ได้ถ่ายรูปแล้วโว้ยยยย กูมีเลนส์แล้วสาดดด

25.11.53

เปลี่ยนผ่าน



วันเสาร์ที่ผ่านมามีกีฬามหาวิทยาลัย..ซึ่งผมลงเตะบอลครับ...เรียกว่าเตะบอลเลยก็คงไม่ถูกนัก เพราะแค่ลงไปวิ่งด๊อกๆๆๆ และก็จิ้มบอลส่งให้รุ่นน้องสองสามจึ้กเพียงแค่นั้น ปีนี้ 2553...ผมอยู่ที่เอแบคมา 12 เกือบ 13 ปีแล้วครับ ลงเตะบอลให้ที่นี่นับครั้งนี้ก็หนที่ 4 แล้วล่ะมั้ง

สามครั้งที่ผ่านมา (หลายปีมาแล้วนู่น) ในแต่ละการแข่งขัน ผมลงเตะทุกนัดครับ ไม่มีว่างเว้น ครบเวลาแบบ full Time หรือต่อเวลา 120 นาทีก็ต้องมีเราอยู่ในสนาม ไม่ว่าจะเริ่มสตาร์ทกี่โมงก็แล้วแต่ ก็อยู่ตั้งกะเริ่มเขี่ยบอล จนถึงเก็บเต๊นท์รอบสนามเลยทีเดียว แพ้มั่ง ชนะมั่ง ก็อยู่ในเหตุการณ์ตลอด

แต่มาปีนี้ ลงเตะไปแค่ 2 เกมส์ โดนบอลไปไม่ถึง 10 ที แล้วก็กลับ...

เพราะรู้ตัวเองเลยว่า นี่คงไม่ใช่เวลาที่เราจะลงไปวิ่งเย้วๆๆ เหมือนแต่ก่อนอย่างไม่มีหมดแรงเหนื่อย แต่กลับเป็นตรงข้ามกันที่ใจไปแต่ขามันเสือกไม่ก้าว ขาก้าวแต่ลมก็พาลจะแดกเอาครับ ทุกสิ่งในสมองเกี่ยวกับฟุตบอลยังอยู่ครบเหมือนเดิมเป๊ะ แต่ไอ้ที่เปลี่ยนไปก็คือ แรงที่จะยกขาแล้วส่งบอลต่อไปให้คนอื่น กับแรงที่จะวิ่งกลางแดดตอนบ่ายสองให้ครบ 30 นาที (บอลโต๊ะเล็กน่ะครับ)

พูดแล้วก็เศร้า นี่กูกำลังเดินเข้าสู่วัยกลางคนใช่ไหมวะ ถึงได้เป็นแบบนี้ ได้แต่ยืนตะโกนโหวกเหวกมองดูน้องๆ ที่มันกำลังบรรเลงเพลงแข้งอยู่ในสนามกันอย่างเมามัน หรือว่ามันถึงวันที่หลายคนเคยเปรียบไว้ว่า เป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านจากรุ่นหนึ่ง ไปสู่อีกหนึ่งรุ่น คลื่นลูกเก่าเน่าไป ลูกใหม่โถมข้ามา เป็นวัฏจักรที่ทุกคนเดินเหมือนกันไม่มีวันหลีกและเลี่ยงได้ ฉันใดก็ฉันนั้น..แล

เสือกปลงชีวิตเหมือนลุงแก่ๆ ซะงั้น
ตายล่ะกู - -'
ใจยังอยู่นะ แค่ขาไม่ก้าวเองแสดด
เค้าผิดด้วยเหรอ

พย. 53

ลอยกระทง 53



ผ่านมาตั้ง 4 วันแล้วเพิ่งจะมาอัพบล๊อค - -''

ที่จริงก็คงคิดไปเองว่าคงมีคนตามอ่านบล๊อคเรือนแสนแน่ๆ (เฉพาะ 5 คนที่หลงมาใน List นี่ก็จ้างทั้งนั้น) แต่เอาจริงที่ไหนได้ จะมีคนอ่านถึง 2 คนหรือเปล่าก็ไม่รู้ (555) แต่ช่างเถอะ เขียนเอง อ่านเอง ดองเอง สบายใจใครจะสู้

สุขสันต์วันลอยกระทงครับ!!

เล่นแม่งดื้อๆ งี้แหละ
บล๊อคส่วนตัว ใครจะทำลำโพง...(ทำไม!!)

พย.53

16.11.53

เริ่มต้นจากความคิด ชีวิตที่เหลือก็รอ




อยู่บ้านลาดกระบังมาได้นับเดือนแล้ว การดำเนินชีวิตเริ่มเป็นปรกติเหมือนตอนอยู่หอที่พัฒนาการ รู้จักกับเส้นทางมากขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่จะไปไหนทีนึงก็ต้องนั่งนึกว่า ถนนเส้นนี้มันไปโผล่ตรงไหนวะ แต่ ณ ตอนนี้ไปได้ไม่ยาก

อีกเดือนนึงก็จะพ้นปี 2553 มีเรื่องที่ต้องคิดให้รอบคอบอยู่สองสามเรื่อง สำคัญเลยก็เรื่องการวางทางเดินด้วยตัวเอง หลังจากนอนกระดิกตีนอยู่เสียนานจนพาลเป็นคนเอาเปรียบคนอื่นมาเสียเยอะ ถึงคราวนี้คงต้องร่างแผนการเดินทางกันใหม่อีกรอบ หลักๆ แล้วก็คือเรื่อง บ้าน เป็นเรื่องสำคัญ รองลงมาคงเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งก็สำคัญไม่แพ้กัน ลืมไปเลยว่าเรายังมีหนี้อีก แต่ช่างมันเถอะ อยู่กับมันจนมานาน สนิทกันเหมือนเเพื่อนบ้านไปเสียแล้ว ยังไงซะก็ต้องนึกถึง กูไม่ลืมมึงหรอก (ก็แน่ล่ะ)

ปีหน้าคงมีงานใหญ่ๆ ให้ได้ตัดสินใจกันอีกครั้ง
เรื่องร้อยกว่ารายการวนมาในหัว วิ่งแล้วก็หมุนๆๆๆ
คิดแล้วก็น้ำลายหยดแหมะๆๆๆ

แต่มาอีรอบนี้แปลก คือ เริ่มหัดใช้สมองคิดเรื่องสำคัญ (เป็นเหมือนกัน) แทนที่จะคิดแต่เรื่องเรื้อนๆ เหมือนเมื่อก่อน กะไว้ว่าคงไม่ต้องดีมากถึงขนาดที่คนรอบข้างต้องมาอิจฉาหรอก กะว่าแค่ทำให้เนินลูกระนาดมันน้อยมากที่สุด ไม่สะดุดเหมือนที่ผ่านมาก็ท่าจะดี แปลนเรื่องบ้านใหม่ยังคงวิ่งวนอยู่ในหัวสมอง หลังจากมีลู่ทางที่จะขยับขยายได้ในอนาคต แล้วเรื่องอื่นๆ คงเดินตามมา

ในข้อแม้ที่ว่า รอ ... รอ รอ แล้วก็ รอ

ดูนานไปซักนิดสำหรับคนใจร้อนอย่างเรา แต่ก็เอาน่ะ เดี๋ยวมันก็มาถึงเอง
เริ่มคิดไว้ก่อน ที่เหลือก็...รอ
ก็น่าจะพอ (ใจได้ในระดับนึง)

พย.53
เงินมี HD ก็มา

12.11.53

Life goes on



หน้าหนาวเพิ่งจะเริ่มเข้ามาทักทายเมื่อเดือนตุลาคมเป็นต้นมา
แต่เรากลับได้บอกลาบุคลลอันเป็นที่รักและเคารพในครอบครัวไปแล้วถึง 2 ท่าน
22 ตค. 53 ตาของผมจากไปในวัย 80 ปี ด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน
ผมยืนมองร่างไร้ลมหายใจของชายแก่คนหนึ่ง ซึ่งต่อจากนี้คงไม่มีอีกแล้ว

ร่างที่ผอมเกร็งนอนอยู่บนเตียงยาวอย่างสงบนิ่ง
ข้างกายมีชุดนายทหารเรือ ยศนาวาอากาศเอกวางขนาบอยู่
วางยศ ปลดกระบี่ อย่างไม่มีวันกลับ...

ล่าสุด บ่ายวันที่ 10 พย. 53 ลุงผมก็ตามไปติดๆ มะเร็งตับที่ได้รับข้อมูลจากคุณหมอ
ว่าภายในไม่เกินปีนี้แหละ คงต้องเตรียมทำใจอะไรกันไว้บ้าง แล้วก็เป็นจริง...
สิ่งที่เหลือทิ้งไว้เป็นแค่เพียงร่างอันผอมบาง ผมสีดอกเลา
อดีตที่ยังคงหมุนวนอยู่ในหัวสมอง เมื่อผมจุดธูปและมองผ่านร่างของลุงไปอย่างช้าๆ

มือที่เคยจับเคียวเกี่ยวข้าว มาวันนี้ แม้น้ำเพียงหนึ่งหยดที่รดมือก็กำเอาไว้ไม่ได้...

ยืนอยู่ในมุมหนึ่งที่เห็นทุกคนเดินผ่านไปข้างหน้า ในขณะที่กำลังเอาลุงบรรจุลงโลง
บรรยากาศเต็มไปด้วยความอาลัยรัก รอยยิ้มที่เคยมีเมื่อวันวาน มาวันนี้กลายเป็นคราบน้ำตา
จากการที่ได้เห็นคนที่รักจากลาไป

เราปลีกตัวกลับพร้อมกับขับรถมุ่งหน้ากลับเข้ากรุงเทพ
พ่อกับแม่ต้องไปบ้านเลี้ยงหลาน
น้องชายอีกคนยืนคุยกันได้สามคำก็ต้องปลีกตัวกลับระยอง
เพราะลูกยังเล็ก ฯ

ส่วนคนอื่นๆ นั้นวุ่นวายอยู่กับพิธีศพต่อไป
คงไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะมานั่งคิดอะไรแบบเราๆ

ถนนเส้นลาดกระบัง-อ่อนนุช วานนี้ไกลชิบหาย...
ไกลซะจนได้คิดว่า อ่อ นี่หรือ คือ ชีวิต
ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา..

คงจวนได้เวลาแล้วกระมัง ที่ชีวิตเราก็คงต้องเดินตามอย่างชีวิตคนอื่น
เหมือนเป็นวัฎจักรอย่างที่มันเกิดขึ้นกับทุกคนอย่างเป็นระบบ
เกิดและเติบโต มีครอบครัว แก่...เจ็บ และตายไปในที่สุด

หดหู่เสมอเมื่อได้เจอเรื่องราวอะไรแบบนี้ ทั้งๆ ที่รู้ว่านี่ก็คือสัจธรรม ที่เราทุกคนพึงต้องเจอ
แต่เมื่อยังไม่ถึงเวลานั้นจริงๆ ... ชีวิตมันก็ต้องเดินต่อไป ตามทางของแต่ละคน

พย.53
ด้วยความเคารพ

1.11.53

หนาวโค่ยย



สวัสดีเดือนพฤศจิกา ลมหนาววิ่งผ่านบ้านมา 1 อาทิตย์เต็มแล้ว รวมถึงเมื่อเช้า อากาศดีอย่างที่ไม่น่าจะมาทำงาน ก็เลยสายแม่ง ซะ 1 ดอกเอาฤกษ์เอาชัย (ฮ่วย!) อากาศเย็นๆ แบบนี้น่าขี่รถขึ้นเขาใหญ่ชิบ เดือนพฤศจิกายนแล้วสินะ อีก 10 เดือนก็จะถึงวันสำคัฐที่รอเป็นหนี้รอบใหญ่อีกครั้ง (555) ครั้งนี้ท่าจะเป็นหนี้ยาวนานกว่าครั้งไหนๆ

แต่เอาวะ นานก็ยอม
ดีกว่าลุ้นหวยแล้วโดนแดก เสียจริต
ได้มาซื้อรถแม่งก่อนอันดับแรก ขี่ขึ้นเชียงใหม่ให้หายเสี้ยนซักอาทิตย์
ท่าจะดี

พย.53
ไม่มีวันไหนไรซึ่ง HD

ปล. สุขสันต์วันหวยแดกครับ

18.10.53

สะท้อนความเป็นเรา



ฝนยังกระหน่ำอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 10 ของเดือนตุลา ทุกเส้นทางบนถนน เต็มไปด้วยน้ำที่เจิ่งนองจากฝนที่เพิ่งผ่านพ้นไป หลังฝนตก เขาว่าทุกอย่างนั้นจะสะอาดเหมือนทุกชีวิตที่เริ่มใหม่ แต่ในความรู้สึกเรา มันก็เป็นเพียงแค่น้ำที่ล้างคราบความคิดต่างๆ ออกไปเพียงช่วงหนึ่งของเวลา ที่พอแห้งแล้วมันก็ยังคงกลับมาเป็นเช่นเดิม

10 เดือนนับต่อจากนี้ ได้แต่อดทนรอ สิ่งหนึ่งที่หวังว่ามันจะเข้ามาล้างคราบความคิดต่างๆ ของเรา ที่คิดวนและซ้ำอยู่ให้หมดไป แต่หนึ่งเวลาของเรานี่มันนานชิบหาย.. ขนาดเริ่มต้นมาแล้วเกือบเดือน มันยังคงเหมือนเวลานั้นเดินอยู่กับที่ เคลื่อนไหวได้แต่ไปไหนไม่ไกล วนไปและวนมาอยู่อย่างต่อเนื่อง

นานเท่าไหร่วะถึงจะได้สัมผัสความโล่งอีกครั้งเหมือนอย่างเคย

ฝนตกมันสดใสก็จริงอยู่ แต่ความคิดที่ถูกล้างคราบเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ
หลังจากฝนผ่านไป มันก็ยังสะท้อนความเป้นเราอยู่อย่างไม่จืดจาง

ตุลา 53
ไม่มีวันไหนไร้ซึ่ง HD

6.10.53

สับสน



เดือนใหม่ที่เริ่มต้นได้ไม่ดีนัก ทั้งเรื่องส่วนตัวและคนใกล้ชิด มีหลายอย่างทำให้ต้องคิดหนัก พยายามตั้งใจและรวบรวมทุกสิ่งที่คิดไปเองว่า ดี ส่งมอบให้กับคนหลายคน จากพฤติกรรมที่เป็นตัวเองอย่างแท้จริง

แต่นั่นมันยังไม่ดีพอ เนื่องจากเราลืมคำว่า อธิบาย ให้เข้าใจตรงกัน เพราะบางครั้งคนเราเข้าใจไม่ตรงกันและคิดต่างกัน (เช่นบล๊อกที่แล้ว) สิ่งเหล้านั้นมันเลยสร้างความวุ่นวายในหัวสมองเป็นอย่างมาก ต้องคิดและเตรียมที่จะพูดหลายสิ่ง ให้ออกมาเป็นความหมายที่เข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่าย

พยายามอยู่
พร้อมที่จะเรียบเรียง
และ อธิบาย ให้เข้าใจตรงกัน

เพียงแต่ว่าบางครั้ง
มันสับสน เท่านั้นเอง

ตุลา 53
ไม่มีวันไหนไร้ซึ่ง HD

5.10.53

bubbly



I've been awake for a while now
you've got me feelin like a child now
cause every time i see your bubbly face
i get the tinglies in a silly place

It starts in my toes
makes me crinkle my nose
where ever it goes i always know
that you make me smile
please stay for a while now
just take your time
where ever you go

The rain is fallin on my window pane
but we are hidin in a safer place
under the covers stayin dry and warm
you give me feelins that i adore

It starts in my toes
makes me crinkle my nose
where ever it goes
i always know
that you make me smile
please stay for a while now
just take your time
where ever you go

What am i gonna say
when you make me feel this way
I just........mmmmmmmmmmm

It starts in my toes
makes me crinkle my nose
where ever it goes
i always know
that you make me smile
please stay for a while now
just take your time
where ever you go

I've been asleep for a while now
You tucked me in just like a child now
Cause every time you hold me in your arms
Im comfortable enough to feel your warmth


It starts in my soul
And I lose all control
When you kiss my nose
The feelin shows
Cause you make me smile
Baby just take your time
Holdin me tight

Where ever, where ever, where ever you go
Where ever, where ever, where ever you go…

หน้าหนาวกำลังมา
ตุลา 53
ไม่มีวันไหนไร้ซึ่ง HD

แตกต่างในความเหมือน



ความคิดของคนเราไม่เท่ากัน หลายคนมีความคิดคล้ายกัน แต่ทุกคนนั้นคิดไม่เหมือนกัน จะยืนอยู่บนพื้นฐานความเป็นตัวเองนั้น มันก็อาจจะทำให้เกิดทางตัน หรือเดินเข้าสู่มุมแคบซึ่งบางทีอาจจะเดินต่อไปไม่ได้ หรือยากจนเกินพยายาม

หนทางนึงซึ่งจะเป็นตัวช่วยที่จะทำให้สิ่งที่เราเรียกว่า คิดต่าง ได้กลับมาเข้าใจซึ่งกันและกันเพิ่มมากขึ้น ในมุมเดียวกันนั่นก็คือ อธิบาย และ ปรับความเข้าใจ

เพื่อที่จะให้ได้รับรู้ความต้องการ และความคิดของคนตรงข้าม
ที่ คิดต่าง กับเรา
ให้เข้าใจกันได้ดี

เพราะบางที มันก็แตกต่างในความเหมือน เช่นกัน

ตค. 53

1.10.53

อีกซักระยะ



24.00 น. บนเก้าอี้สีแดงในบ้าน ทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหวหลังจากที่ย่างเข้าวันใหม่ 1 ตค 53 ก่อนนอนผมนั่งมองทุกพื้นที่รอบๆ บ้าน มันมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แบบที่เราเองก็คาดไม่ถึง จากพื้นดินว่างเปล่าไม่มีสิ่งปลูกสร้าง แต่ ณ วันนี้ทุกอย่างดูเหมือนจะเต็มไปด้วยอนาคต ต้นไม้ ดอกไม้ที่พ่อและน้อง บรรจงปลูก เริ่ม ผลิ ดอก ออกกิ่งก้านใบเพื่อความร่มเย็นสบายตาในอนาคต

ตื่นเช้ามาพบกับลมหนาว และคาดว่าจะเป็นหนาวแรกของปีนี้ ที่มาไวกว่าปีก่อน วันนี้ไม่มี HD ให้ขี่ ด้วยเหตุผลบางประการที่ทำให้ต้องเลือกสิ่งที่เป็นจริงตรงหน้ามากกว่าความฝันเหมือนวันก่อนๆ

คิดไว้ในใจเพียงคนเดียว
ว่าขอตั้งหลักอีกซักระยะ..
แล้วจะกลับไปหากลิ่นไอที่คุ้นเคย

สมองไม่ต้องคิดอะไร เมื่ออยู่หลังอานมอเตอร์ไซค์
ภาพทั้งหมดคงยังไม่จางหาย แต่ทว่ายังคงชัดเจน
ในทุกวินาทีที่หยิบมันขึ้นมาดู

อีกซักระยะ คงได้พบกัน
สัญญา

1 ตค 53
สวัสดีลมหนาว~

สิ้นปี 2568

 ส่งท้ายปี 2568 ด้วยการ เมาพับที่ร้าน SlidingDoor น้าเน๊ก อีกวัน (31) พาหญิงไปซิ่งในเมือง กินมิตรโกหย่วนกันตอน 3 ทุ่ม   อากาศดี ผู้คนดี ชีวิ...