27.9.53

จินตนาการได้ดี



หลังจากที่หมดธุระเรื่องหอที่พัฒนาการ ก็ย้ายเข้ามาอยู่บ้านที่ลาดกระบังอย่างเต็มตัว ซื้อนู่นซื้อนี่เข้าบ้านด้วยการใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ในเรื่องของการคิดก่อนซื้อ ซึ่งเมื่อก่อนไอ้เรื่องแบบนี้ไม่เคยอยู่ในหัว คิดจะซื้อกูซื้อเลย ได้ไม่ได้ค่อยว่ากัน แต่พอมาคราวนี้ จะซื้ออะไรทีต้องนั่งคิดนานๆ ห้องชั้นบนเป็นห้องเล็กขนาด 3x3 เมตร โล่งและเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส คิดอยู่ในหัวว่าจะเอาตู้ซัก 2 ใบมาใส่เสื้อผ้า ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็จ่ายเงินอย่างเดียว แล้วก็มานั่งลุ้นว่า มันจะใส่ไปในห้องได้มั้ยวะ (55)

แต่ตู้ใบใหม่ กว่าจะซื้อได้ วนหาแปดทิศจาก Home Pro และร้านโชว์ห่วยแถวบ้าน ขับรถพร้อมหนีบเศษกระดาษที่จด scale ของห้องติดมือไปด้วย ถึงจะเว่อร์ไปนิด แต่ตัวเลขลายมือไก่เขี่ยบนกระดาษก็ช่วยให้ตัดสินใจก่อนที่จะซื้อได้เยอะ เดินวนมาสามห้างก่อนที่จะมาจบตรง Fashion Island อนิจจา มันกลายเป็นห้างประจำของกูตั้งแต่เมื่อไหร่ (วะ)

วันที่ของมาส่ง ประกอบในห้องแล้วยกวาง ลงล๊อคเป๊ะๆ แบบพอดีกับที่จด scale ไว้คร่าวๆ พระเจ้าจ๊อดมันยอดมาก ทำไมเมื่อก่อนไม่ทำอะไรแบบนี้วะ (ไอ้ห่า) เหลือก็เพียงแต่มุมห้องเล็กๆ ที่ยังมีพื้นที่พอให้ได้วางโต๊ะเล็กๆ สูงๆ ซัก 80 ซม. x 30 ซม. ได้ เอ้า เห้ย เจ๋งว่ะ ตัวเลขไก่เขี่ยบนเศษกระดาษกูแม่งดีแบบนี้นี่เอง

เดี๋ยวนี้ทำอะไรก็เป็นตัวเลขไปหมด ชีวิตที่ติดกับจินตนาการหายไปเกือบครึ่ง (โถ พ่อติสแมน)
เมื่อก่อนจะนั่งนึกและวาดรูปในมโนภาพ เดี๋ยวนี้จับมโนภาพลงมาบนกระดาษ ถึงจะชุ่ยแต่มันก็ช่วยอะไรได้เยอะ (นะโว้ย)
โดยที่ไม่ต้องมาทำซ้ำอีกเป็นรอบที่ 2 เหมือนเคย

มันดีจริงหรือ? กับการหั่นจินตนาการในความคิด เอามันลงมาบนกระดาษแทนอย่างที่ไม่เคยทำ
คำตอบที่ลอยมาในความคิดก็มีแค่ จินตนาการเหมือนเดิมได้นั่นแหละ
แต่มึงก็ค่อยๆ คิดด้วยสิสัดเอ๊ย - -''

กันยา 53

21.9.53

รักหมาวันละนิด




ของฝากจากคนรักหมาย่านลำลูกกา
หมาใคร ใครก็รัก ไม่อยากให้หมาคอหัก
ทำตามที่เขาบอกเถิด..(โอยย สยองแทนหมา)


กันยา 53

20.9.53

แค่บอกซักนิด คงเข้าใจสิ่งที่คิดมากกว่าเดิม



เมื่อวานตอนสาย นอนหูอื้ออยู่ในบ้านลาดกระบัง เพื่อรอพ่อเอารีโมทกลับมาให้? เหตุเกิดจากแม่ดันหยิบรีโมท UBC ติดมือไปบ้านที่แปดริ้ว ไม่ได้บอกเหมือนกันว่าหยิบไปทำไม รู้แค่ว่าคืนวันเสาร์ไม่ได้เปลี่ยนช่อง UBC เลย นั่งดูแม่งช่องเดียวยันสว่าง (ดีเหมือนกันได้ดูบอลอย่างเต็มคราบ)

เช้าพ่อมาพร้อมกับไอ้อ้วน(ลูกพี่สาว) หอบของพะรุงพะรังซึ่งคาดไว้ไอ้อ้วนมันคงให้ตาซื้อนั่นแหละ ถึงได้ล้นหลามขนาดนี้ นั่งกินข้าวเช้าพร้อมกับคุยเรื่องสำคัญหนึ่งเรื่อง คือเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเรา กับการ manage ชีวิตตนเองในอนาคต ซึ่งก็ได้ทำความเข้าใจกันแล้ว กับรายละเอียดค่าใช้จ่ายของเรา ที่ยังไม่เคยคุยกันแบบจริงๆ จังๆ ซักที

ได้ความมาสองอย่างว่า ให้ประหยัดและไม่สร้างหนี้...

เลยได้บอกพ่อถึงความเป็นมาของหนี้ ที่เรามี ณ ตอนนี้ ซึ่งที่จริงแล้วไม่มีใครใส่ใจว่าก่อนที่จะมีหนี้ เราไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนี้ซักหน่อย อยู่เฉยๆ แบบปลอดหนี้ สบายจะตายห่าครับ หากแต่ว่าเราเคยได้ถามความเห็นก่อนที่จะซื้อบ้านใหม่ ว่าต้องการจะให้ช่วยออกค่าใช้จ่ายเรื่องซื้อบ้านมั่งมั้ย?? ถ้าทุกคนสนใจ เราก็ยินดีที่จะกู้เงินมาช่วยด้วยความเต็มใจ..

แต่คำตอบ ก็เงียบไป..พร้อมกับเวลา

ณ วันนี้ บ้านเสร็จไปแล้วทั้งหลัง โดยที่มีเราเพียงคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องราวว่า พ่อกับน้องไปกู้และทำสัญญากันตอนไหน โดยที่ก่อนหน้านั้นไม่เห็นมีใครบอกความคืยหน้าบ้างเลย..เงินที่เรากู้ธนาคารเพื่อคิดที่จะช่วยแบ่งเบาค่าดาวน์บ้าน ก็กลายเป็นรถยนต์หนึ่งคันที่เราเป็นเจ้าของกับหญิงไปแล้ว

ถ้าบอกกันซักนิดนึงก็คงชะลอการซื้อรถเอาไว้ แล้วเอาเงินก้อนนั้นมาช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายก่อนซื้อบ้านนี้แทน มันก็น่าจะดี

จะได้อยู่บ้านนี้แบบสบายใจและนอนได้เต็มตาทุกวัน
ไม่ต้องอยู่เพียงเพราะว่า รอวันที่จะออกจากบ้านไปในอนาคต
หรืออยู่กับบ้านนี้โดยมีหน้าที่เพียงแค่ ช่วยแบ่งเบาภาระเล็กๆ น้อยๆ เพียงแค่นั้น

เหมือนมองข้ามคนหนึ่งคนไป โดยไม่คิดถึงความสำคัญ

ไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูก..แต่
แค่บอกกันซักนิด คงเข้าใจสิ่งที่ทุกคนคิด
มากกว่าเดิม

กันยายน 2553

หืออื้อออ



หายหัวจากหน้าจอไป 1 อาทิตย์เต็มๆ เนื่องจากเกิดอาการหวัดแดกเฉียบพลันครับ ถ้าเป็นเฉพาะหวัดอย่างเดียวคงไม่ต้องถึงกับลาพักร้อนแบบนี้ แต่นี่ดัน หูอื้อ พ่วงท้ายมาด้วย จากแค่เรื่องมึนหัวก็เลยกลายเป็นมึนหูไปอีก นอนซมอยู่บ้านลาดกระบังตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว 1 อาทิตย์เต็มอิ่ม หลังจากที่เลิกทำร้านเหล้าปั่นก็ตื่นขึ้นมาในเช้าวันเสาร์พร้อมกับอาการที่พูดแล้วได้ยินแต่เสียงตัวเอง

ชิบหายแล้วกู แล้วทีนี้จะคุยกับใครได้ล่ะวะ...

ทนคุยกับตัวองอยู่สองวันก็เลยจำใจขับรถไปหาหมอที่แปดริ้ว (ไม่สนิทกับหมอลาดกระบัง ขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า) ก็ได้ยาระงับการหืออู้มาล็กน้อยครับ 3 สีสามสไตล์ใช้ทานหลังอาหารทุกวัน ไข้หวัดกับอาการหูอื้อนั้นเกิดจากท่อยูเตเชียนที่อยู่ระหว่างหูชั้นกลางกับบริเวณลำคอด้านหลังโพรงจมูกซึ่ง มีหน้าที่ช่วยปรับความดันภายในหูชั้นกลางกับบรรยากาศภายนอก อาจเกิดทำงานผิดปกติ http://www.doctor.or.th/node/7367 ครับ

(อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่) http://docs.google.com/viewer?a=v&q=cache:uqSUry7TCCYJ:www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/admin/article_files/797_1.pdf+%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99&hl=th&gl=th&pid=bl&srcid=ADGEESgjQgewcQBgGZiNdKKA3klFMUdkoXC_jPeALEXGnVOmce6ApwASVaRwCipQRBPivZgvoC73aHf-G8knwpZFzDuQyHFnU7NyHfo8nBU_W_f9oeQ-7rTjKy8KIiWXbjo1wK6fITH2&sig=AHIEtbSvTZo36QJSXqE34_1zKT8nDWNqDQ

บางคนเป็นหวัดก็อาจจะหูไม่อื้อได้นะครับ (อ่านออกเสียงยากชิบหาย) อย่ากังวลไป ว่าจะเป็นโรคนี้ทุกคน ช่วงนี้ฝนตกหืออื้อเลย ระวังเป็นหวัดกันบ้างก็ดีนะครับ หือจะได้ไม่อู้ เป็นแล้วพูดได้ยินแต่เสียงตัวเอง เซ็งอย่าบอกใคร

กันยายน 2553

6.9.53

สวัสดีเพื่อนรัก




เช้าวันอาทิตย์ ขนของจากที่หอมาบ้านที่ลาดกระบัง หลังจากทะยอยปล่อยของใช้ไปทีละนิดๆ เพราะขี้เกียจแบก ก็มาถึงบ้านหลังใหม่ในลาดกระบัง 54 เข้าบ้านมาคนเดียวช่วงสายๆ จอดรถเรียบร้อยก็เก็บของทำนู่นทำนี่ โดยไม่ได้สนใจอะไรรอบบ้าน

งี๊~~
.
งิ๊กก~ ~~~~
.
.
งื็ดดดดด~~~
.
.
.
.
.
งู้ววว~~~



เสียงอันรัญจวนผ่านหูไปได้ซักพัก
ก็เริ่มกวาดสายตามองหาต้นตอ..
อยู่ไหนวะ??

เดินไปหาที่หน้าบ้านก็ไม่มี หลังบ้านก็ไม่เจอ
มองไปที่บ้านอีกฝั่งก็ไม่เห็น
แต่มีอะไรยุกยิกอยู่ที่รั้ว..


อ้าว..555

ไปเล่นกับมันอยู่พักใหญ่ สนุกล่ะกู มีหมาอยู่ข้างบ้าน
สวัสดีเพื่อนรัก
ยินดีที่ได้รู้จัก


กันยายน 2553

ปล.มันชื่อ บีเวอร์ ครับ สมชื่อบีเวอร์จริงๆ เพราะพื้นหญ้าหน้าบ้านของข้างบ้านผม
มีแต่รู รู แล้วก็รู 55
ดีนะแม่งไม่คาบไม้มาทำเขื่อน

30.8.53

อ่านแล้ว...อมยิ้ม







เกิดมาเป็นหมาก็เซ็งจะแย่
พูดก็ไม่ได้ เห่าก็ถูกด่า
แถมยังมาขาหักอีก
ชีวิตครึ่งซีกของ "อมยิ้ม"

แต่นี่คงไม่แย่เท่าโดนเอาลำโพงครอบหัว
แถมตัวเองยังต้องนอนค้างโรงพยาบาล
ใครก็ไม่รู้อยู่ข้างๆ ไม่สนิทด้วย

คิ้วย่นไป 3 พับวันรับกลับ
อยากกลับบ้านใจจะขาด
พลาดที่เกิดเป็นหมา แต่ที่เซ็งกว่าก็คือ
ไม่ได้อยู่บ้านตัวเอง แถมมีลำโพงเซ็งแถมมาอีก


หมอหรือใครจะไปรู้ว่า































กูไม่กัดเฝือกตัวเองหรอก
โว้ยยยยยยย....แต่กูพูดไม่ด้ายยยย

สิงหามคม อมยิ้ม
:)

27.8.53

ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม



ร้านเหล้าปั่น small drink ย่างเข้าเดือนที่ 4 แล้ว ตั้งแต่คิดที่จะทำเมื่อช่วงพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็ไม่เคยนึกว่าร้านเล็กๆ แค่นั้นมันจะกลายเป็นความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่ละเสียไม่ได้ ต้องไปเปิดร้านทุกเย็นจนถึงเวลาปิดร้านในช่วงข้ามคืนของวันถัดไป เป็นกิจวัตรแบบนี้เรื่อยมา อีกไม่กี่วันก็ย่างเข้าเดือนที่ 5 แล้ว มีอะไรให้ต้องนั่งจับเข่าคุยกันในเรื่องที่เกี่ยวกับร้าน ว่า

จะทำต่อ? หรือ จะพอแค่นี้?

ไม่ใช่ว่ามันไปต่อไม่ได้ แต่เนื่องจากต้องย้ายที่อยู่จากพัฒนาการ 54 ที่เคยอยู่มาหลายปีไปนอนที่ลาดกระบัง 54 ที่พ่ออุตส่าห์ซื้อบ้านให้อยู่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เรื่องของระยะทางจากที่บ้าน ไปยังร้าน ซึ่งปรกติแล้วแม่งก็โคตรจะไกลเป็นทุนเดิม แต่พอย้ายที่อยู่ใหม่ ระยะทางก็ยิ่งเพิ่ม ยิ่งไกลมากกว่าเก่าซะอีก เรื่องความเหนื่อยหน่ายกับการเจออะไรซ้ำๆ บนถนน เช่นรถติด แตรดัง หมาตายฯลฯ คงไม่ได้เป็นผลทำให้เหนื่อยขนาดที่ว่า พอเหอะกู..

แต่มันเป็นความเหมาะสมที่เราจะต้องคิดให้ดีเสียมากกว่า ว่าในการที่จะต้องลงไปจับตั๊กแตนแบบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตนี้มันคุ้มมั้ย หรือจะเอายังไงกันดี ทำร้านแล้วได้เงินมาจ่ายค่ารถ มันก็คุ้มอยู่ ถ้าไม่มีร้านคงต้องเดือดร้อนควักกระเป๋ากันเอง

สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างตัวเราและคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ก็ได้แต่แอบชื่นชมและยกหางตัวเองบ้างในบางครา
ว่าบางทีกูก็เป็นโล้เป็นพาย ได้เหมือนกัน

สิงหาคม 2553

26.8.53

ที่ไหนก็ไม่เหมือนกุงเต้บ



เมื่อวานเย็นเปิดร้านตามปรกติครับ ซักประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ ฝนก็เริ่มทะยอยโปรยเม็ดลงมา ทีละนิดๆ จากเม็ดเล็กก็เริ่มเพิ่มจำนวนเป็นเม็ดใหญ่ ทิ้งเวลาไม่นานมันก็กลายเป็นห่าฝนครับ 1 ชั่วโมงกว่าผ่านไป สายไหมก็กลายเป็นชะอำ ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำและเจิ่งนองไปทั้งสองฝั่ง

ปิดร้านสิฮะแบบนี้ จะอยู่หาข้าวเกรียบอะไร มุ่งหน้ากลับหอหลังจากส่งหญิงเข้าบ้าน ข้างหน้าเป็นปรอยฝนระลอกใหม่ที่ก่อตัวตั้งเค้ารอกระหน่ำคนที่ยังอยู่บนถนน เช่นผม..แล้วก็ไม่รอดจนได้ วิ่งตุแหง่กๆ จากเลียบด่วนรามอินทราฝ่ามหาชนฝนจ๋ามาจนถึงแยกคลองตัน ไฟสีแดงจากท้ายรถคันหน้าก็เริ่มเพิ่มจำนวนขึ้น

ทีละคัน ทีละคัน

เลี้ยวซ้ายผ่านแยกคลองตันมาแล้วรถก็ติดท่อก็ตัน น้ำก็ดันท่วมเหมือนชั่วโมงเร่งด่วนตอนช่วงเช้าไม่มีผิด (แต่ชิบหายครับ นี่มันเที่ยงคืนนะโว้ย) จำใจต้องตุแหง่กตามก้นกันไปตลอดเส้นพัฒนาการครับ เสียงน้ำกระแทกข้างตัวรถดังเฉาะแฉะๆ ผมกลับรถใต้สะพานข้ามแยกพัฒนาการ แล้วก็เลี้ยวเข้าซอย 54 เพื่อกลับหอ..

...ซวบบบบ!!!
....บุ๋งงๆๆๆๆ!!!


...ปุ๋งงๆๆๆๆๆๆๆ


ชิบหาย...น้ำแม่งท่วมเต็มซอยในระดับที่หมาไทยโตเต็มวัยไม่น่าจะเดินเล่นได้แน่ๆ กลั้นใจมุดน้ำเข้าไปได้แค่ปากซอยได้แค่ระยะ 5 เมตรแล้วก็ต้องวกรถกลับออกมาเพราะไม่อยากจมน้ำตาย แล้วยูเทิร์นกลับมาอีกฝั่งถนนเพื่อไปนอนบ้านหลังใหม่ที่ลาดกระบัง 54 (ก็ได้วะ) พลางนึกในใจว่าที่นั่นเป็นของใหม่ อะไรๆ คงไม่เหมือนของเก่าที่เราเคยเห็นแบบ (พัฒนาการ 54) แห่งนี้ก็เป็นได้..

ว่าแล้วก็มุ่งหน้าไปหาความศิวิไลกันเถิดเอย พร้อมกับห้อตะบึงอาชาคู่ใจไปยังลาดกระบัง 54 ทันที
(ก็ต้องห้อสิ ตีหนึ่งแล้วแสด)










อุเหม่ หมาสี่แม่มึ๊ง (ดังภาพ)
แม่งเหมือนกันทั่วประเทศเลยรึไงวะ
ที่ไหนก็ท่วม แสดดดด

สิงหา พาเพลิน 2553

25.8.53

my iron lung



ขึ้นต้นหัวบล็อคก็ชวนให้นึกถึงเพลงของ radio head เสียเหลือเกิน แต่ที่จริงไม่ได้หมายความแบบนั้นหรอก แค่ใกล้เคียง เพียงแต่มันเป็น ปอด ของผมจริงๆ ที่ไปตรวจสุขภาพประจำหลายปีมาเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว เหตุเพราะว่าจะทำ ชปค. ให้กับตัวเอง ก็เลยต้องขอความร่วมมือจากพ่อ ให้พาไปที่ คุรุสภา ที เพราะว่าตัวเองขับรถไปไม่ถูก..

ที่จริงน่ะขับไปได้ แต่ขากลับไม่แน่ใจว่าจะออกมาถูกทางมั้ย ก็เลยให้พ่อพาไป น่าจะเป็นการดีที่สุด
เพราะว่ากว่าจะงมทางออกเจอ กว่าจะหาตึกเจอ กูแก่ตายพอดี

ถึงคุรุสภาประมาณ 10 โมงครึ่ง ก็ทำการกรอกใบสมัครแล้วก็ขึ้นไปยังตึกเพื่อทำการขอใบรับรองแพทย์ (ราคา 80 บาท) เสร็จแล้วก็เดินขึ้นไปยังชั้นที่สองเพื่อคุยกับคุณหมอผู้หญิงที่นั่งรออยู่แล้ว บทสนทนาผ่านไปพร้อมกับคำแนะนำให้ไปตรวจปอดซะ เราก็รีบกุลีกุจอหยิบบัตรคิวเพื่อรอทำการตรวจ

ครึ่งชั่วโมงผ่านไปหลังจากเข้าไปในห้องเอ๊กซ์เรย์ แผ่นฟิล์มเนกาตีฟปอดของตัวเองก็ออกมาดังภาพ...แท่นแท้นนนนน

...เหี้ยเอ๊ย ปอดกูไม่มี >_< (รำพึงในใจ)
ก่อนที่หมอจะบอกว่า "ไม่เป็นไรหรอก แบบนี้ล่ะปรกติ
ถ้าผิดปรกติแล้วจะโทรไปบอกนะ ขอให้หมอเฉพาะทางเช็คดูให้ชัวร์ก่อน
ขอเบอร์โทรด้วย..."


เป็นการแจกเบอร์สาวที่ไม่เต็มใจเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ
แต่ไม่ต้องโทรมาก็ได้นะหมอ
ผมไม่ว่าง

>_<

สิงหาคม 2553

16.8.53

chollada the impress



panorama งามๆ จากมือถือง่อยๆ ของ lake view ที่ chollada suvarnabhumi
รอพ่อซื้อ 10-20 mm. ก่อนนะจ๊ะ สัญญาเลยว่าจะถ่ายแบบงามๆ มาลงอีกรอบ

สิงหาคม 2553

ปล. บ้านมีไม่รู้จักถ่าย - -''

แม่ของฉัน



"...ให้กายเราใกล้กัน ให้ดวงตาใกล้ตา
ให้ดวงใจเราสองเชื่อมโยงผูกพัน

ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง
ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป..."


สิงหาคม 2553
มีความสุขมากๆ นะแม่
:)

สิ้นปี 2568

 ส่งท้ายปี 2568 ด้วยการ เมาพับที่ร้าน SlidingDoor น้าเน๊ก อีกวัน (31) พาหญิงไปซิ่งในเมือง กินมิตรโกหย่วนกันตอน 3 ทุ่ม   อากาศดี ผู้คนดี ชีวิ...