13.10.57
ลำลูกกา - ธัญญบุรี 84 กม. ไม่มีตะคริว
เสาร์ที่ผ่านมา มีนัดปั่นจักรยานกับเพื่อน
ออกจากบ้าน 6 โมงเช้า (จอห์นแม่งมาตี 5.45 เช้าสัส) ปั่นดุ่กดิ่กๆๆๆ จากรามอินทรา
มุ่งหน้าสายไหม ก่อนออกจากบ้าน ฝนตกให้ใจเสียเล็กน้อยก่อนตัดสินใจ ... ไปก็ไปวะ
สายไหมฟ้าเปิด เพื่อนมารอกันครบ
วิ่งตรงเข้าวัดหวังจะสะเดาะเคราะห์กับบรรดาปลา
อนิจจา ฝนแม่งตกรอบสอง (นั่งมองตากันปริบๆ)
ฝนซา ฟ้าปิด จับจักรยานฝ่าละอองฝน 5 คน 5 คัน เลาะริมคลองจนมาโผล่คลังน้ำมัน
ริมทางด่วนมอเตอร์เวย์บางปะอิน-บางนา (แถวลำลูกกา)
อากาศเหมือนจะเป็นใจให้เมฆมาบังฝนอยู่เป็นระยะ จนสุดท้ายมาแวะคลอง 12
ซัดข้าวริมทางก่อนถึงแยก ลำลูกกาคลอง 13 วิ่งผ่านถนนเลียบคลองประปามาซักระยะ (ไกลชิบหาย)
ก็มาโผล่อีกทีที่ ถ.รังสิต-นครนายก ได้ไงก็ไม่รู้ 5555555
ก่อนที่จะหมดลม เราแวะเติมส้มตำปลาร้ากันแถวๆ นั้นครับ
เป็นก๊อกสุดท้ายก่อนที่ไมล์ดิจิตอลจะบอกระยะทั้งหมด กว่า 84 กิโลเมตร
ถึงบ้านบ่าย 3 เกินเวลาไปเยอะ แต่ที่ได้มาคือขาไม่มีตะคริวแล้ว
ซักวัน มันจะถึง 100 กิโลเมตรให้จงได้
ด้วยความรัก
อย่างเหนื่อยและเมื่อยชิบหายกับของเล่นชิ้นนี้
ต.ค. 57
6.10.57
สู้แค่หมด #3
ออกจากบ้าน 6 โมงเช้าวันเสาร์ ปั่นเรื่อยๆ ไปจนถึงร้านพี่ป๊อบเพื่อออกปั่นไปพร้อมๆ กับน้าเศก และน้านูญ ตามที่ได้นัดกันวันหลายวันก่อน
7 โมงครึ่งนิดๆ เราก็ปั่นมาจนถึง ร้านสู้แค่หมด
นั่งโต๊ะ สั่งมะตะบะ คาว-หวาน รอเวลา นั่งกิน คุยกันเรื่อยเปื่อยจนราวๆ 9 โมง
เราก็ปั่นออกจากร้าน แวะถ่ายรูปที่ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ
ซักพักเราก็ปั่นกลับบ้านกันครับ
ท่ามกลางแดดที่แม่งร้อนสัส จนไม่อยากจะคุยกันระหว่างปั่น
ไม่เหมือนตอนเช้าที่ปั่นมา อากาศดี เม้ามอยหลังอานกันจนถึงร้าน 555
จบทริปเล็กๆ ที่ร้านพี่ป๊อบเหมือนเคย
ไป-กลับ 30 โลนิดๆ กระตุ้นเส้นเอ็น และตะคริว ให้ตื่นตัวตลอดเวลา
100 โล ล้างตา ขอเวลาซักนิด
ต.ค. 57
24.9.57
หอฉัน...ตามสัญญา
ตั้งใจหลังจากมีจักรยานว่า อยากปั่นจาก กทม กลับ แปดริ้ว ดูซักครั้ง (ตอนคิดนี่ก็ไม่นึกว่าจะไปไหวไหม)
ก็เลยกำหนดวันที่ 21 กันยา เป็นวันสะดวก แต่ดันผ่าไปตรงกับงาน CAR FREE DAY 2014 ที่เขาปั่นปิดเมืองทั่วประเทศ
ก็เลยตัดสินใจเลยว่า ช่างแม่งเหอะ 555
ว่าแล้วเราก็แวะไปร่วมงานตอนเช้าเล็กน้อยเพื่อไปรับมอบเสื้อ ณ จุดลงทะเบียน (ดูเป็นคนเลวๆ แฮะ)
แต่คงไม่เป็นไรหรอก สปอนเซอร์เต็มหลังเสื้อไปหมด หลังจากพิธีการเล็กๆ จบลง เราก็หนี CAR FREE DAY ครับ 555
มุ่งหน้ามีนบุรี ผ่านหนองจอก และพักจุดแรกแถวๆ สี่แยกไฟแดง ขนส่งพื้นที่ 4 ตรงปั๊มน้ำมันแถวนั้น เพื่อแวะชิลล์ นัยน์ว่า มาถึงเร็ว อีกนิดเดียวก็เข้าเขตแปดริ้วแล้ว ไม่ต้องรีบก็ได้มั้ง
แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิดครับ เพราะยิ่งช้า แดดยิ่งร้อน และยิ่งร้อนเรายิ่งเหนื่อย จนทำให้กว่าจะเข้าถึงหน้าวัดหลวงพ่อโสธร แดดแรงจนต้องมานั่งหลบอยู่ข้างรั้ววัดแบบเหงื่อทั่วตัว หลังจากไหว้หลวงพ่อเรียบร้อย ก็เข้าบ้านไปสวัสดีแม่ แล้วก็พักให้หายเหนื่อย
ก่อนออกเดินทางกลับราวๆ บ่ายโมง หลังจากซัดชานมเย็น ขนมปัง และก๋วยเตี๋ยวไปซะเต็มท้อง แต่ด้วยความร้อนของแดดบ่ายโมง ทำให้ต้องจอดชิดไหล่ทางซะหลายรอบ จนรอบสุดท้ายทนไม่ไหว บอกเพื่อนทั้งสองคนว่า ... พอ
เป็นอันสิ้นสุดทริป ปั่นแก้บนให้กับพอดี ที่หน้าตลาดคลองสวนร้อยปี อย่างสมบูรณ์แบบ ... แบบตะคริวแดกทั้ง 2 ขา ขืนฝืนไปต่อมีหวังพัง แต่ก็ยังดีที่ทำได้ตามตั้งใจ ถึงจะไม่จบทริปก็เถอะนะ
กันยา 57
หอฉัน มันไม่เหมือนใคร
16.9.57
พอดี ฉีดวัคซีนไข้สมองอักเสบ
เสร็จจากห้องก็ขับรถตรงไปหาหมอที่สินแพทย์ เพื่อรับวัคซีน เข็มละ 1500 บาท (โดน 2 ครั้ง)
พอดี ยิ้มแย้ม หัวเราะ เดินเล่น กลางวอร์ดของตึกเด็ก
จนกระทั่งเข้าห้องพยาบาล ... โรงพยาบาลก็ระเบิด 5555
ไม่ๆ แค่ร้องแว้บนึงแล้วก็ลืม
เสร็จธุระลูกก็พาไปพบปะสังสรรค์กับบรรดา 3 ครอบครัว มีฮา ออย และพี่กิ๊ก ที่ร้านถูกอร่อย
นั่งคุย เลี้ยงลูก เฮฮา แล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้านเพราะพอดีแบตหมด ราวๆ 2 ทุ่มได้
เป็นอันเสร็จ 1 วัน หมดลงไปอย่างรวดเร็ว
พอดี มีความสุข
กันยา 57
9.9.57
พอดีครบ 1 ขวบ
- เลี้ยงลูกเองมา 1 ปี มีอะไรมาฝาก -
พอดีครบขวบนึงไปแล้วครับ ไอ้กะทิเริ่มเกาะยืนตั้งแต่เดือนที่ 6 ปลายๆ โน่น
เราสองคนเลี้ยงลูกกันเอง โดยเฉพาะหญิงที่เลี้ยงแบบ Fulltime โดยการขอพักงานอีเว้นท์ที่รัก เพื่อมาดูลูกชายโดยเฉพาะ ซึ่งก็นับว่าคุ้มค่า ที่ได้เห็นเขาเติบโตแบบน่าชื่นใจ
1 ปีแล้ว ได้อะไรจากลูกบ้าง? เราได้เพื่อน ในวงความคิดเดียวกันเพิ่มมากขึ้นครับ ด้วยการสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องแม่ๆ และลูกๆ เลยทำให้เราได้ตำราการเลี้ยงลูกแบบฟรีๆ อย่างที่ไม่มีร้านไหนขาย ทั้งเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่ แถมยังได้แนะนำเพื่อนในวงความคิดต่าง ให้ได้เข้าใจเรื่องการเลี้ยงลูกเพิ่มมากขึ้นด้วย (ซึ่งอันนี้ดีว่ะ)
ได้รู้ซึ้งว่า นมแม่ ดีที่สุดครับ!!!!
สำหรับการเลี้ยงมนุษย์ที่เพิ่งเกิดมา ดีในแง่มุมที่ง่ายมากคือ
ประหยัด สะอาด และปลอดภัย
เท่านี้ก็คงอธิบายสรรพคุณได้อย่างครอบคลุมแล้ว
และมันไม่มีวันหมดไปจากอก ตราบใดที่ลูกยังดื่มกินจากเต้าครับ
เรายืนยัน
ได้ลูกมาเป็นครูสอนเรา ว่าเรานั้นเป็นเพียงกระดานดำ ให้เขาวาดและเขียนในสิ่งที่เขาคิด ตั้งแต่เขาเริ่มจับความเป็นคนได้เมื่อเริ่มยืนและเดิน พ่อแม่นั้นเป็นเพียงคนเฝ้ามองดูอยู่ห่างๆ เวลาที่เขาต้องการความเห็นเพิ่มเติม ส่วนจะแนะนำไปในทางใด ... พื้นฐานความคิดของพ่อแม่ที่จะเพิ่มให้ลูกนั้น สำคัญไม่แพ้กัน
เพราะเมื่อเขาโต และพร้อมที่จะเดินไปจากเรา สิ่งนึงที่จะติดตัวเขาไปจนตาย คือพฤติกรรมและการกระทำของครอบครัวที่แสดงให้เขาเห็นตั้งแต่เล็ก เราแสดงความรักให้เขาดู มีความห่วงใยให้เขาเห็น เด็กก็จะเก็บสิ่งที่ไม่มีรูปธรรมเหล่านั้นเข้าสมองแบบไม่รู้ตัว และหยิบมันมาใช้เมื่อถึงเวลาจำเป็น
เลี้ยงลูกให้โตเหมือนวัว เลี้ยงง่ายมากครับ
ให้หญ้าให้น้ำทุกวัน เสร็จแล้วก็ปิดโรงเรือนเข้านอน
เช้าตื่นมารีดนมขายสบายแฮ
แต่เลี้ยงลูกให้เป็นคนดีนี่ พ่อแม่ต้องทำให้ดูเท่านั้น
ซึ่งลำบากเหลือหลาย และก็เพิ่งเข้าใจ แต่จะพยายามให้เต็มที่ครับ
พอดี มีความสุข 7 กันยา 57
27.8.57
ในวันที่พอดีป่วย
นอนหลับข้ามคืน ตื่นมาทำงาน นึกเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นสมัยเมื่อตอนที่เรายังเด็กแค่ไม่กี่ขวบ นั่งอยู่บนตักยาย มือหนึ่งเอื้อมคว้าเอาหม้อแก้งส้มทั้งหม้อร้อนๆ ราดตัวเอง ตั้งแต่ต้นขาซ้ายยาวไปจนถึงปลายตีน กระเด็นแถมให้ยายไปด้วยอีกนิดหน่อย
เล่นเอาทั้งยาย พ่อ และแม่ และทุกคนในบ้าน ณ เวลานั้น กินไม่ได้ นอนไม่หลับกันไปนาน เพราะอาการปวดแสบปวดร้อนของลูกตัวเอง
พ่อกับแม่เคยบอก มันทรมานมากที่ได้เห็นลูกตัวเองร้องระงมอยู่แบบนั้น ได้แต่อุ้มปลอบทั้งคืน ยายเองก็รู้สึกแย่ไม่ใช่น้อย กับการไม่ระวังหลานรัก (ก็มึงซนซะอย่างนั้น)
37 ปี ผ่านมา แผลเป็นที่ขาข้างซ้ายเริ่มจางหายไปแล้วตามวัย แต่ความรู้สึกเป็นห่วง จากยาย พ่อ และแม่ สีหน้า แววตา ในวันนั้น แม่งโคตรแจ่มชัดในวันที่เรามีลูกเป็นของตัวเอง
- ขอบคุณคำเตือนดีๆ จากพ่อแม่ เพื่อนพ้องและภรรยาที่รัก ในยามที่เราอารมณ์ที่ขุ่นมัวเป็นอย่างมาก
- ขอบคุณสีหน้า แววตา ของลูกชาย ที่ร้องไห้ให้พ่อมันเห็น เพื่อสอนให้พ่อมัน "อดทน" ให้เป็น เหมือนที่ลูกกำลังอดทนอยู่
สิงหา 57
มีลูกแล้วสนุกนะครับ ใครยังไม่มี เรียนเชิญให้รีบๆ มี
ความทุกข์เป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าเอาสติมาอยู่กับตัวได้ - พระคุ้มครองทุกท่านครับ
คุ้มครองไอ้กะทิด้วยเช่นกันนะครับ
25.8.57
เปเล่หายไป
อาทิตย์ก่อนหมาตาย
อาทิตย์นี้หมาหาย...
เปเล่ หายไปจากบ้านเราราวๆ อาทิตย์นึงละ
ด้วยสาเหตุอะไร ยังนึกไม่ออกเหมือนกัน
- โดนอุ้ม (เอาไปทำลูกชิ้น)
ใครจะอุ้มมันไปกิน เป๋แบบนั้น
- ติดสัด ทีแรกก็คิดแบบนี้ แต่นานไปไม่ใช่ละ
เล่นไม่กลับบ้านเลย
- โดนกระทืบ จากใครซะก็แล้วแต่ ก็เป็นไปได้
- หลงทาง นี่ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะมันไม่เคยออกไปไกลบ้านเกินซอย
- มีคนอุ้มเอาไปเลี้ยง ... ไม่น่าใช่ หรืออาจจะโชคดีก็ได้
ฯลฯ...
อาทิตย์กว่า มันยังไม่กลับบ้าน ก็หวังแค่ว่าขาอันแข็งแรงที่เหลือแค่ 3 ข้าง ของมัน จะช่วยพยุงให้ชีวิตอยู่ตลอดรอดฝั่ง อย่างที่มันเคยทำมา
เผลอๆ ก็ชะเง้อดูหน้าบ้าน เผื่อเห็นหมาเดินโซเซกลับมา ถือว่าเราเป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง เพียงแต่จางลงมากกว่าก่อนแล้ว ด้วยรักและคิดถึงนะ แค่นี้ล่ะ
สิงหา 57
18.8.57
Human Ride Season
"...คนเมืองมักจะให้ความสำคัญกับการมีชีวิตอยู่เพื่อทำงาน ตื่นเช้ามาก็รับข่าวสารเพื่อเตรียมความพร้อมให้ทันโลกทั้งในแง่ของการทำงานและการคุยกับคนอื่นได้รู้เรื่อง ผ่านหน้าจอทั้งหลาย เราสนใจเรื่องข่าวสารมากกว่าความงามในยามเช้าที่อยู่รอบตัวเป็นไหนๆ
ผมก็เป็นคนเมืองคนหนึ่งที่มีชีวิตตามแบบแผนตื่นมาก็ต้องเปิดทีวีดูข่าว ทำแบบนั้นเพราะคิดว่ามันคือแบบแผนเดียวที่ดี จนหมอหม่องพูดนั่นแหละถึงได้พบว่า ความดีไม่ได้มีแค่แบบเดียว การรู้ข่าวสารก็ดี แต่การดื่มด่ำบรรยากาศยามเช้ารอบตัวก็ดีไม่แพ้กัน
เสียงสรยุทธ์บอกให้เรารู้ว่าข่าวสารบนโลกใบนี้มีอะไรเคลื่อนไปบ้าง แต่เสียงนกบอกเราว่า นอกจากข่าวสารแล้วรอบตัวเราก็ยังมีชีวิต มีเพื่อนร่วมโลกผู้น่ารัก อยู่ข้างๆ ซึ่งนั่นคือเหตุผลชั้นยอดว่าทำไมมนุษย์ถึงควรอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเกื้อกูล...ซึ่งสิ่งนี้สรยุทธ์อาจไม่ได้เล่าให้เราฟัง..."
หมอหม่อง Human Ride Season: http://www.youtube.com/watch?v=ACyTz359fck&list=UU4FNI9M3J5zy7RhvvZRLhOw
สิงหาคม 2557
ฟ้า 2-3 วันนี้สวยนะครับ
ฟ้า 2-3 วันนี้สวยนะครับ
- Tubus Project -
กลับมามีของเล่นที่มีล้ออีกรอบ ในภาคของจักรยาน สันดานยังคงเหลือเหมือนเดิม คือ แต่งมันเข้า...รถเราเอง วิธีนั่งเฝ้าบอร์ดของแต่ง ของขายมือสอง (รวมไปถึงมือ 1) ยังคงทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งตามอายุ
สะดุดกับตะแกรงแขวนกระเป๋าหน้าของ Tubus ชิ้นนึง รวมไปถึงสะดุดราคา (แม่ง) ด้วย เลสเส้นตรงๆ 2 เส้น โค้งๆ อีก 1 เส้น เยอรมันพี่เคาะราคามาตั้ง 4,000 +- ได้แต่อุทาน
เมดแม่....
แพงแท้วะ
อดีต จบคหกรรมตอนม.ต้น ส่วนม.ปลาย จบห้องช่าง ที่ไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกะเครื่องมือช่างซักนิด แถมตอนเรียนปริญญาก็ดันชอบเรียนศิลปะ ... จบมาความรู้ด้านช่างกลเลย ... เป็นศูนย์
แต่ทำไงได้ เลสเยอรมันราคา 4,000 มันค้ำคากระเดือกอยู่ นั่งงมหาข้อมูลอยู่พักใหญ่ เลยตัดสินใจ ทำแม่งเลยละกัน (คือมั่วแหละ) ผลออกมาตามรูป คือ องศาและความสวยไปคนละเรื่องกับ Tubus แต่มันแขวนได้เหมือนกัน ที่สำคัญ เสียไป 300 ค่าเชื่อม อีก 200 กว่าบาทกับค่าเลส 3 หุน ก็พอแอ๊กได้บ้างล่ะ 55
http://www.tubus.com/#
เหลือปรับแต่งนิดหน่อยในตำแหน่งการ์ดหน้ากระเป๋า ไม่ให้มันไปชนซี่ลวด
นอกนั้นทุกอย่าง...รวมแล้วหนักอย่างเหี้ย
ส.ค.57
- สแตนเลสดอนทอง พ่อ Tubus
- ทัวร์ริ่งพ่อลูกอ่อน
4.8.57
เขียน Blog ให้หมา
เคยเขียนไว้บนบล็อคตัวเองเมื่อ 4 ปีก่อน เดือนสิงหาเหมือนกันนี่แหละ ไม่คิดว่า 4 ปีให้หลังจะได้มาเขียนถึงมันอีกรอบ ในวันที่มันนอนสบายไม่ต้องดูแลใคร รวมทั้งตัวเองด้วย
http://nuugo.blogspot.com/2010/08/blog-post_16.html
บล็อคนั้นเกี่ยวกับวันแม่ ซึ่งเผอิญว่าเอารูปน้ำตาลมาเป็นภาพประกอบบนข้อความสั้นๆ ของบล็อค เจอน้ำตาลครั้งแรกตอนที่มาบ้านหญิง อาการของมันตอนนั้นคือ แยกเขี้ยว และต้องการจะแดกขาเราเป็นอย่างยิ่ง เห่าใส่แบบไม่เกรงใจคนขับรถมาไกล (ตั้งแปดริ้วเชียวนะมึง) บ้างเลย
แว่บแรกที่เจอน้ำตาล ผมมองแววตาและขี้ฟันของมันก็เดาออกว่า ไอ้นี่ไม่ได้ดุจริง เพราะการเห่าตามหน้าที่จะไม่มีการเห่าต่อเนื่องและตัวไม่สั่นเครือ หางไม่ชี้ ก็เลยคิดในใจเพียงว่า "...ฝากไว้ก่อนมึ้งงง..."
ปลายอาทิตย์ถัดมา ผมกลับมาที่บ้านหญิงอีกรอบ พร้อมกับกำวัตถุชิ้นนึงอยู่ในมือ ปากเคี้ยวหยับๆ (แดกโชว์แม่งเลย) ว่าเรากินหนมปังไส้กรอกอยู่ น้ำตาลยังคงทำหน้าที่เดิมคือ เห่าชิบหายวายป่วง เห่าส่งๆ ไป แต่หลังจากที่กินคำแรกเสร็จ ก้อนหนมปังที่เหลือในมือผมก็เหวี่ยงลงพื้น... ปุ่บบบ บบ!
... ล่อตะเข้ ที่กำลังแหกปากอยากแดกขาอยู่ข้างหน้า มันทำตัวลังเลพักนึง ... แต่ด้วยความที่ทนกลิ่นหอมของไส้กรอกไม่ไหว น้ำตาลเลยก้มลงไปเก็บกู้หนมปังชิ้นนั้นแล้วกระเดือกเข้าปาก พร้อมเดินหันหลังกลับเข้าในบ้านเป็นการแก้เขิน เป็นสิ่งแรกที่เราได้ทำความรู้จักกัน อย่างอ้อมๆ (มึงแดกของกูแล้ว นี่ ... เสร็จแน่)
ผมทำแบบนี้หลายครั้งที่มาบ้านหญิง ซึ่งจริงๆ แล้วก็เบื่อที่จะแดกขนมปังไส้กรอกปากซอยชิบหายครับ แต่ด้วยความที่ว่า จะต้องซื้อมาเป็นเหยื่อล่อหมา ก็เลยต้องทำใจ หลายวันผ่าน หลายอาทิตย์ เลยไป เป็นเดือน จากน้ำตาลที่แม่งเคยคิดจะแดกขาผมเหมือนในตอนแรก กลายเป็นเห็นหน้าผมแล้วกระดิกหางใส่ (ถ้าพูดได้แม่งคงถามแล้วว่า หนมปังไส้กรอกล่ะอยู่ไหน)
4 ปีที่อยู่กับมัน (จนมันมีลูก คือไอ้เปเล่) น้ำตาลไม่เคยแยกเขี้ยวใส่ผมซักครั้งเดียว
เอามือเข้าไปแหกๆๆๆๆ ปากมันเล่น เขี่ยตูด เอานิ้วอุดรูจมูก ฯลฯ แม่งก็ไม่เคยบ่นซักคำ
สิ่งที่น้ำตาลชอบทำเสมอๆ ก็คือ ... แป๊ะ ... หมายถึง มันจะเดินมาหา (ถ้าเราไม่สนใจ หรือทำอะไรอยู่)
ก็จะเอาจมูก มาแป๊ะ .... ที่ขาเรา (เพื่อเหี้ยอะไรก็ไม่รู้ 5555) ให้แฉะๆ เล่น
แล้วแม่งก็เดินผ่านไปดื้อๆ ประหนึ่งว่า ชั้นทักแกแล้วนะ แต่เห็นว่าแกไม่ว่าง ก็เลยเดินผ่านไปดีกว่า
หรือบางที บางวัน มันเกิดคึกจัดขึ้นมา ก็จะมาเล่นด้วยในแบบที่ ... เอิ่มม.. น้ำตาล นี่มึงคึกมากไปหรือเปล่าวะ ประมาณให้เล่น 20 แม่งจัดให้ 200 ทำนองนั้น
น้ำตาลเป็นสาวประจำซอยครับ มีหนุ่มๆ มาหมายปองเยอะ ล่าสุดโดนลากไปปล้ำท้ายซอยโน่น
.... แต่เราลงความเห็นกันว่า มันนั่นแหละเดินไปให้เขาเลือก ....
จนในบ้านคิดว่ามันจะท้องอีกรอบมั้ยเนี่ย ดูท่าลูกจะออกมาเป็นครอกเหมือนคราวก่อนอีกแน่...
แต่ก็ไม่ทันแล้วล่ะ มันไม่ต้องรับหน้าที่แม่อีกต่อไปละ
เราก็ไม่จำเป็นต้องรู้ด้วยว่ามันตายเพราะอะไร หรือใครทำ
เอาเป็นว่า แกหลับให้สบายละกันนะ ชั้นจ้างตาเล็กฝังแกไว้หน้าบ้าน ใต้ร่มไม้ใหญ่นี่ล่ะ
ว่างๆ ก็มาหอนเล่นหน้าบ้านเอาเน่อ
บล็อคนั้นเกี่ยวกับวันแม่ ซึ่งเผอิญว่าเอารูปน้ำตาลมาเป็นภาพประกอบบนข้อความสั้นๆ ของบล็อค เจอน้ำตาลครั้งแรกตอนที่มาบ้านหญิง อาการของมันตอนนั้นคือ แยกเขี้ยว และต้องการจะแดกขาเราเป็นอย่างยิ่ง เห่าใส่แบบไม่เกรงใจคนขับรถมาไกล (ตั้งแปดริ้วเชียวนะมึง) บ้างเลย
แว่บแรกที่เจอน้ำตาล ผมมองแววตาและขี้ฟันของมันก็เดาออกว่า ไอ้นี่ไม่ได้ดุจริง เพราะการเห่าตามหน้าที่จะไม่มีการเห่าต่อเนื่องและตัวไม่สั่นเครือ หางไม่ชี้ ก็เลยคิดในใจเพียงว่า "...ฝากไว้ก่อนมึ้งงง..."
ปลายอาทิตย์ถัดมา ผมกลับมาที่บ้านหญิงอีกรอบ พร้อมกับกำวัตถุชิ้นนึงอยู่ในมือ ปากเคี้ยวหยับๆ (แดกโชว์แม่งเลย) ว่าเรากินหนมปังไส้กรอกอยู่ น้ำตาลยังคงทำหน้าที่เดิมคือ เห่าชิบหายวายป่วง เห่าส่งๆ ไป แต่หลังจากที่กินคำแรกเสร็จ ก้อนหนมปังที่เหลือในมือผมก็เหวี่ยงลงพื้น... ปุ่บบบ บบ!
... ล่อตะเข้ ที่กำลังแหกปากอยากแดกขาอยู่ข้างหน้า มันทำตัวลังเลพักนึง ... แต่ด้วยความที่ทนกลิ่นหอมของไส้กรอกไม่ไหว น้ำตาลเลยก้มลงไปเก็บกู้หนมปังชิ้นนั้นแล้วกระเดือกเข้าปาก พร้อมเดินหันหลังกลับเข้าในบ้านเป็นการแก้เขิน เป็นสิ่งแรกที่เราได้ทำความรู้จักกัน อย่างอ้อมๆ (มึงแดกของกูแล้ว นี่ ... เสร็จแน่)
ผมทำแบบนี้หลายครั้งที่มาบ้านหญิง ซึ่งจริงๆ แล้วก็เบื่อที่จะแดกขนมปังไส้กรอกปากซอยชิบหายครับ แต่ด้วยความที่ว่า จะต้องซื้อมาเป็นเหยื่อล่อหมา ก็เลยต้องทำใจ หลายวันผ่าน หลายอาทิตย์ เลยไป เป็นเดือน จากน้ำตาลที่แม่งเคยคิดจะแดกขาผมเหมือนในตอนแรก กลายเป็นเห็นหน้าผมแล้วกระดิกหางใส่ (ถ้าพูดได้แม่งคงถามแล้วว่า หนมปังไส้กรอกล่ะอยู่ไหน)
4 ปีที่อยู่กับมัน (จนมันมีลูก คือไอ้เปเล่) น้ำตาลไม่เคยแยกเขี้ยวใส่ผมซักครั้งเดียว
เอามือเข้าไปแหกๆๆๆๆ ปากมันเล่น เขี่ยตูด เอานิ้วอุดรูจมูก ฯลฯ แม่งก็ไม่เคยบ่นซักคำ
สิ่งที่น้ำตาลชอบทำเสมอๆ ก็คือ ... แป๊ะ ... หมายถึง มันจะเดินมาหา (ถ้าเราไม่สนใจ หรือทำอะไรอยู่)
ก็จะเอาจมูก มาแป๊ะ .... ที่ขาเรา (เพื่อเหี้ยอะไรก็ไม่รู้ 5555) ให้แฉะๆ เล่น
แล้วแม่งก็เดินผ่านไปดื้อๆ ประหนึ่งว่า ชั้นทักแกแล้วนะ แต่เห็นว่าแกไม่ว่าง ก็เลยเดินผ่านไปดีกว่า
หรือบางที บางวัน มันเกิดคึกจัดขึ้นมา ก็จะมาเล่นด้วยในแบบที่ ... เอิ่มม.. น้ำตาล นี่มึงคึกมากไปหรือเปล่าวะ ประมาณให้เล่น 20 แม่งจัดให้ 200 ทำนองนั้น
น้ำตาลเป็นสาวประจำซอยครับ มีหนุ่มๆ มาหมายปองเยอะ ล่าสุดโดนลากไปปล้ำท้ายซอยโน่น
.... แต่เราลงความเห็นกันว่า มันนั่นแหละเดินไปให้เขาเลือก ....
จนในบ้านคิดว่ามันจะท้องอีกรอบมั้ยเนี่ย ดูท่าลูกจะออกมาเป็นครอกเหมือนคราวก่อนอีกแน่...
แต่ก็ไม่ทันแล้วล่ะ มันไม่ต้องรับหน้าที่แม่อีกต่อไปละ
เราก็ไม่จำเป็นต้องรู้ด้วยว่ามันตายเพราะอะไร หรือใครทำ
เอาเป็นว่า แกหลับให้สบายละกันนะ ชั้นจ้างตาเล็กฝังแกไว้หน้าบ้าน ใต้ร่มไม้ใหญ่นี่ล่ะ
ว่างๆ ก็มาหอนเล่นหน้าบ้านเอาเน่อ
รักแกนะ น้ำตาล
สิงหา 57
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
สิ้นปี 2568
ส่งท้ายปี 2568 ด้วยการ เมาพับที่ร้าน SlidingDoor น้าเน๊ก อีกวัน (31) พาหญิงไปซิ่งในเมือง กินมิตรโกหย่วนกันตอน 3 ทุ่ม อากาศดี ผู้คนดี ชีวิ...
-
เมื่อวานไปรับตัว Nissan March รุ่น 1.2 E(A/T) มาจากศูนย์สยามนิสสัน สะพานใหม่ (ไม่ถึงหรอก จริงๆ อยู่ตรงโรงพยาบาลเซ็นทรัล เยอเนอรัล) มาเมื่อตอ...
-
ในโลกของการวิ่ง มี BAREFOOT เป็นต้นกำเนิดแห่งรองเท้า ( ธรรมชาติ ) ครับ ถัดมาจากนั้นก็เห็นจะเป็น Fi...

































