14.1.53

ก็ช่าง...



มีความสุขดีที่เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนที่อยู่ข้างๆ
แม้ในบางเวลามันจะมองไม่ค่อยเห็นทางก็ตามที
วันข้างหน้าจะมีทางเดินหรือไม่มีทางเดิน
ก็ช่าง...

กาญจนบุรี 2010

13.1.53

ที่ของเรา



ย่างเข้าปีที่ 33 ของชีวิต มีหลายเรื่องให้ได้คิดและตัดสินใจทำมันลงไป ทั้งเรื่องที่ดีและเรื่องที่ไม่ดี ซึ่งมันผ่านพ้นไปแล้วกับปี 2552 เริ่มต้นเดือนแรกของปี 2553 เรื่องราวที่เห็นจะเป็นเรื่องที่ใหญ่สำหรับเราก็คือ เราจะทำอะไร..เพื่อใคร? อาจจะดูไม่ยากสำหรับคนหลายๆ คน แต่สำหรับเรามันคือเรื่องนึงที่คิดมาตลอดเวลา และยากที่จะตัดสินใจ (ซักที)

บางครั้ง ที่ของเรา คนอื่นอาจมองดูว่ามันแคบและมืด แต่เรารู้สึกมีความสุขดีที่มองไม่ค่อยเห็นทางรอบข้างมีแต่ความว่างเปล่า ซึ่งเป็นสิ่งที่เราโหยหามาตลอดเวลา แต่บางช่วงบางทีก็มีความรู้สึกหวั่นๆ ว่าซักวันในอนาคตข้างหน้า ที่ของเราอาจจะไม่มีเขาอยู่ ทว่ามันก็คงเป็นแค่เพียงความกังวลในเสี้ยวเล็กๆ ของวันหนึ่งเท่านั้น

การอยู่ลำพังก็มีความสุขดีที่ไม่ต้องเป็นห่วงใคร เพราะไม่อยากให้ใครต้องมาห่วงเรา แต่มันก็กลัวความเหงาที่อาจเกินกำลังรับ แต่ถ้าหากได้อยู่กับคนที่เราคิดไว้ ก็กลัวความลำบากที่จะเกิดขึ้นกับเขาในอนาคตข้างหน้า แต่อีกนั่นแหละ มันก็เป็นแค่เพียงความกังวลในเสี้ยวเล็กๆ ของวันหนึ่งเท่านั้น

ได้แต่นึกอยู่เสมอเป็นการปลอบใจไปพลางๆ ว่า บางที
ในวันข้างหน้า
ที่ของเรา ... อาจไม่มีเขาอยู่
เพราะหากว่าเขา อยู่ในที่ของเขา คงสบายกว่าการมาอยู่
ในที่ของเรา..ก็เท่านั้น

มกราคม 2552

12.1.53

ชีวิตไม่ติดจีพีเอ๊ด



เมื่อวานเป็นวันที่ภาระชิ้นสุดท้ายได้หมดไปจากชีวิต คือการเป็นหนี้จากค่างวดที่ต้องส่งให้กับบริษัทไฟแนนซ์รถยนต์ทุกเดือน เราตัดสินใจขายคืนให้กับเต๊นท์พร้อมกับยื่นเงินแถมไปให้อีก 4 หมื่นกว่าบาท ถือซะว่าเป็นค่าเช่ารถยนต์ 7 เดือนก็แล้วกัน แพงหน่อยแต่ก็เป็นทางออกสุดท้ายที่สบายใจอย่างที่สุด

จากนี้ไปก็คงต้องกำหนดทางเดินเองในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทางมาทำงาน การจับจ่ายใช้สอยในแต่ละวัน คิดว่ายากแต่ต้องทำให้ได้ ในหัวสมองตอนนี้ โล่ง และโปร่งมากกับการที่ไม่มีอะไรมาผูกที่ขาอีกต่อไป เดินไปไหนได้ด้วยตนเองแบบสบายใจซักทีไม่จำเป็นต้องใช้งานกับสิ่งที่เราคิดว่ามันเป็นส่วนเกินของชีวิตอีกต่อไป..

เย็ดเข้.....
ไม่มีหนี้แล้วโว้ยยยยย
สาดดดดดดดดด....

ปล. อะ ลืมสวัสดีปีใหม่ กับใครทุกคนที่ไม่ชอบการเป็นหนี้ด้วยครับ

6.1.53

ฆาตกรต่อเนื่อง


หลังจากอัพบล๊อค ปีใหม่ทำอะไรให้ตัวเอง? ผ่านไปได้ไม่ถึงอาทิตย์ ผมก็กลับเข้าคลีนิคทำฟันอีกครั้งครับ เพราะมีนัดกับคุณหมอแว่นไว้เมื่อวานนี้ (6/1/10) หลังจากเลิกงานก็ขับรถบึ่งไปคลีนิคหมอสถาพรทันที (เป็นคลินิกเดียวที่ผมยังไม่ได้เห็นหน้าเจ้าของตัวจริง เห็นแต่หมออื่นมาแทน) เวลานัดเฉาะฟันผมคือ 6 โมงครึ่งครับ ไปนั่งรอคิวประหารอยู่ได้ประมาณ 40 นาที เขาก็เรียกเข้าแดนเพื่อขึ้นเขียงที่ห้องเบอร์ 2

ภายในห้องนั้น เต็มไปด้วยอุปกรณ์การเฉาะฟัน ที่นั่งเรียงคิวยิ้มแป้นและพร้อมที่จะมุดเข้าไปทำการระเบิดฟันในอีกไม่กี่อึดใจ...วันนี้มาอุดฟันครับ... คือจากครั้งก่อนมันมีฟันผุอยู่ 2 รูที่คุณหมอแว่นสันนิษฐานไว้เมื่อคราวก่อน ไม่พูดพร่ำทำเพลง แกก็ง้างปากผมแล้วก็เอาเครื่องมือส่องเข้าไปดู ... เหมือนซานต้าแบกของขวัญมาให้ หมอแว่นคนสวยก็กระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบาว่า "โชคดีนะคะ วันนี้หมอเจออีก 1 รู" ...

ฉิบหายล่ะกู เตรียมใจมารับการเฉาะแค่ 2 รู แต่หมอดันตาดี เห็นเพิ่มมาอีก 1 รู โชคดีรับปีใหม่จริงๆ เอาก็เอาครับ ผมเลยบอกหมอให้โซโล่ได้ตามสบาย เวลาผ่านไปพร้อมกับเสียงเครื่องขุดเจาะ อี๊ดดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ในช่องปากราวๆ 30 นาที

บทสนทนาของผมกับหมอ และผู้ช่วยพยาบาลในวานนี้ เป็นไปด้วยความเป็นกันเอง สนุกสนาน เฮฮา หลังจากครั้งแรกรู้สึกตื่นเต้นกับการขูดหินปูน ที่ทิ้งช่วงมานานเป็นสิบปี ครั้งนั้นผ่านไปได้ด้วยดี มาครั้งนี้ก็อุดฟันเรียบร้อย เร็วกว่าครั้งแรกหน่อย แต่ก็ไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรทั้งนั้น ในใจก็คิดกระหยิ่มว่ากูรอดแย้ว ไม่ต้องเข้าคลีนิกทำฟันอีกแย้วว ต่อไปจะแปรงฟันให้เนียนทุกครั้งแย้ววว ไม่ต้องมาทรมานอีกแย้ววววว ไชแย้วววว...

เสร็จจากบ้วนปากครั้งสุดท้าย ก่อนที่ผมจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำฟัน คุณหมอก็ถามขึ้นมาอีกครั้งว่า "ฟันกรามด้านในขวาที่แตกเนี่ย ตกลงคนไข้จะให้ถอนหรือจะรักษารากฟันดีคะ????????" ....... ผมอ้ำอึ้งตอบคุณหมอไปว่า "ขอเวลาตัดสินใจอีกซักอาทิตย์ได้มั้ยครับ เอ่อออออ ที่จริงผมอยากรักษารากฟันมากกว่า แต่ถ้าจะถอน ผมขอไปทำใจที่บ้านก่อนได้มั้ย" (พูดไป หัวใจก็หล่นไปอยู่ที่ตีน)

คุณหมอแว่นยิ้มมุมปาก พร้อมส่งสายตาเพชรฆาตมายังคนไข้หนุ่มผมยาว ราวกับรู้จุดอ่อนของเขา แล้วกระซิบเบาๆ อย่างเยือกเย็นว่า "ได้ค่ะ แล้วเจอกัน...หึ หึ"
...เย็ดม่อน
>_<

5.1.53

เดาว่าโลกร้อน


ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ครับ สำหรับสภาพดินฟ้าอากาศของประเทศไทย ต้นพุทธศักราช 2553 .... ฝนตก!!! .... เมื่อเช้าขับรถมาทำงานเส้น ลาดกระบัง - อ่อนนุช ตั้งแต่ 7 โมงกว่า ท้องฟ้าครึ้มกว่าปรกติที่เคยเป็น จนขับมาได้ซักระยะ ปรอยฝนก็หล่นลงมากระทบกระจกหน้าทีละเล็ก ทีละน้อย

รถขยับเข้ามาในทางถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี เพื่อที่จะเข้ามามหาวิทยาลัย สภาพก็เป็นอย่างที่เห็นนั่นล่ะครับ เละเทะไปทั่วทั้งถนน ไม่งงกันแล้วใช่ไหมกับฝนฟ้าหน้าตาประหลาด ที่มาโชว์ตัวผิดฤดูกาลอยู่เป็นประจำในระยะหลังๆ (หมายถึงตั้งแต่ผมเริ่มอายุ 20) น่ะครับ นี่อีก 10 ปีข้างหน้าหิมะจะตกมั้ยวะเนี่ย ขนาดเดือนมกราคมซึ่งจริงๆ แล้วมันควรจะเป็นหน้าหนาวนะครับพี่ แต่นี่ฝนยังดันทะลึ่งตกได้ เดาว่าหิมะในอีก 10 ปีข้างหน้าก็ไม่แน่เหมือนกันนะ เอ้า ทำเป็นเล่นไป...

เอาวิกิพิเดียมาให้นั่งอ่านเล่นๆ กันครับ "โลกร้อน" ที่เขาเดากันไว้
ตัดจบแบบดื้อๆ นี่ล่ะ ดูแลตัวเองด้วยล่ะครับ อากาศมันเพี้ยนๆ
สวัสดี

28.12.52

มุมเล็กๆ ของฉันในคืนวันคริสต์มาส





Christmas 2009 ปีนี้ที่แปดริ้ว จัดที่หน้าโรงพยาบาลเมือง ริมแม่น้ำบางปะกงครับ ไปเก็บภาพมาเมื่อวาน (27 พย 52) คนเยอะมากทั้งลูกเด็กเล็กแดง วัยรุ่นที่มากันเป็นกลุ่ม มาแบบเดี่ยว หรือแบบแพ็คคู่ แบกกล้องกับขาตั้งออกจากบ้าน เพื่อไปเก็บภาพจากบนสะพานและในงาน ได้มานิดหน่อยตามแบบของเรา มืดๆ ดำๆ ทะมึนๆ ด้วยฉากหลังในคืนวันที่ไม่มีดาว

เห็นว่าไอ้ต้นมะเขือยักษ์ไฟเยอะๆ นี่ ราคาต้นละหกแสนบาทเชียวนะ เพื่อนมมันบอกมาอีกที ซึ่งก็โอเคนั่นแหละกับเงินหกแสนถ้ามันแลกมากับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนที่มาร่วมงาน...เท่าไหร่ก็คุ้ม

ชั่วโมงนึงกับคืน Christmas ของปีนี้ ยาวกว่าปีที่แล้วนิดหน่อย
แต่คงเหมือนๆ เดิมกับปีที่แล้วก็คือคงต้องอวยพร (ให้ใครดีวะ)
สุขสันต์วัน Christmas ครับ...

ไม่ช้าไปหรอก รับเอาไว้เหอะ
ฉะเชิงเทรา 2552

23.12.52

ปีใหม่...ทำอะไรให้ตัวเอง?

ที่เห็นนี่ไม่ใช่เครื่องมือขุดถนนนะครับ แต่มันคือเครื่องมือทำฟัน...ย้ำว่าเครื่องมือทำฟันจริงๆ ซึ่งถ้าดูกันแบบผิวเผินแล้ว หน้าตามันกระเดียดไปทางเครื่องประหารชีวิตเสียมากกว่า -_-' เรื่องมีอยู่ว่าในช่องปากของผมมี หินปูน ค่อนข้างเยอะ (ที่จริงต้องใช้คำว่า โคตรเยอะ ถึงจะถูก) สะสมและหมักหมมด้วยความขี้เกียจที่จะเดินทางไปร้านทำฟัน เพื่อให้หมอแงะปากมาเป็นเวลานานนับสิบปี จริงๆ นะ... สิบปี!!! มันก็เลยส่งผลทำให้เหงือกและฟันของผม อุดมไปด้วยหินปูนและจุลินทรีย์ ที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายกูเลย

จนถึงเวลาที่ทนไม่ได้ (หมายถึงคนใกล้ตัว) เขาทนไม่ไหว ก็เลยไล่ให้ไปกำจัดหินปูนอันน่ารังเกียจนี้ทิ้งไปซะโดยด่วน (นะโว้ย) ผมก็เลยจำต้องก้มหน้าก้มตา เดินดุ่ยๆ เข้าแดนประหารไปเมื่อวานครับ ส่วนเรื่องราวอันสยดสยองภายในคลีนิคของคุณหมอแว่นแสนน่ารัก กับเครื่องมือทุกชนิดที่เอามาถ่างและแงะปากผมในระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงนั้น อย่าไปพูดถึง ขออนุญาตละไว้ในที่นี้แล้วกันนะครับ เพราะว่ายังเสียวว่าบกับเสียงของเครื่องขูดหินปูนอยู่ที่มันวิ่งเล่นอยู่ในปากของผมไม่หาย

เอ้า..แต่ผลที่ได้ออกมา เป็นที่น่าพอใจสำหรับทุกฝ่ายยิ่งนัก รวมทั้งตัวผมเองด้วย สุขภาพปากถูกขุดขึ้นมาจากหลุม รดน้ำแล้วพรวนดินใหม่ สวยงามชวนมองเสียจริงๆ ขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุนและเป็นห่วงในสุขภาพช่องปากของผมเป็นอย่างมากครับ ปุ๋ยดีใจจริงๆ ฮ่ะที่มีวันนี้

นี่ก็ใกล้ปีใหม่แล้ว เลือกทำอะไรให้ตัวเองกันมั่งหรือยัง? หากว่ายัง
ก็เลือกทำอะไรให้คนอื่นไปก่อนละกัน เพื่อคนที่เรารักและรักเรา
แล้วก็ เพื่อสุขภาพช่องปากอันดีของเราด้วยนะจ๊ะ

ปล. วันที่ 5 ธันวา มีนัดกับหมอด้วยล่ะ แต่ไม่ได้นัดกินข้าวนะ นัดไปอุดฟัน -_-''
ปลล. นี่ถ้าไม่มีคนไล่ไปทำ ผมก็ไม่ไปหรอกครับ ยอมตายดีกว่าไปหาหมอฟัน -_-'''''
ปลลล. ผู้ช่วยพยาบาลทักผมตอนจ่ายเงินว่า ทางร้านรอพี่อยู่คนเดียวนี่ล่ะค่ะ เพราะว่าครอบครัวพี่เขามาทำกันหมดแล้ว เหลือก็แต่พี่นั่นแหล่ะยังไม่มาซักที วันนี้ดีใจจริงๆ ที่เจอตัวเป็นๆ ... (จะปลื้มดีมั้ยวะกู) -_-''''

16.12.52

life is free

ชีวิตมันฟรี เมื่ออยู่คนเดียว
ชีวิตมันดี เมื่อมีคนอยู่ข้างๆ

บางครั้ง
การอยู่หลังสุด โดยไม่มีคนให้กังวล
มันสบายใจเพราะไม่มีห่วง

บางที
การอยู่หลังสุด และมองไปข้างหน้า
ในที่ๆ มีเพื่อนอยู่
มันอุ่นใจเพราะมีคนร่วมทาง

แต่หลายคราว มันก็เหงาจับใจ
แม่ฮ่องสอน - แม่สะเรียง
2552

15.12.52

ขอบคุณความฝัน ที่ทำให้ฉันได้บิน

1 ปีเต็มกับความฝันที่จะบินไปกับสิ่งที่คิดไว้ ได้ทำแล้ว ได้ไปในที่ๆ คิดแล้ว ณ วันนี้คงถึงเวลาที่จะวาง จะชั่วคราวหรือตลอดไปก็ไม่แน่ใจ แต่มันถึงเวลาแล้วจริงๆ ดีใจที่สุดที่ได้ทำอย่างที่คิด และไม่คิดว่าจะได้ทำอะไรเยอะขนาดนี้มาก่อน วันต่อไปข้างหน้าก็ไม่รู้จะมีโอกาสได้ทำแบบนี้อีกครั้งหรือเปล่า...

แต่ขอบคุณความฝัน และเต็มใจทิ้งความสุขไว้ข้างหลัง
ขอบคุณที่ทำให้ฉันนั้นได้บิน

ฮาร์เลย์ เดวิดสัน
2551-2552
ขอบคุณอีกครั้ง
:)

11.12.52

เช้าวันใหม่

สวัสดีเดือนธันวา หน้าหนาวที่กำลังจะข้ามปีครับ (เหมือนเดิมคือกูสวัสดีใครวะ) เดือนนี้เจอสิ่งที่คาดคิดและไม่ได้คาดคิดหลายเรื่อง บางเรื่องที่คิดไว้ ก็ไม่ได้ทำอย่างที่ใจต้องการ บางเรื่องที่ไม่ได้คิดไว้ กลับได้ทำอย่างที่ใจต้องการ แต่ทุกอย่างมีเหตุผลและมีที่มาเสมอ

กำลังจะข้ามปี 2552 แล้ว
ขอให้ทุกอย่างที่เลือนลาง กลับสว่างสดใส
เหมือนฟ้าวันใหม่ที่แม่ฮ่องสอนแบบนี้ก็พอ

แม่ฮ่องสอน
4 ธ.ค. 52

สิ้นปี 2568

 ส่งท้ายปี 2568 ด้วยการ เมาพับที่ร้าน SlidingDoor น้าเน๊ก อีกวัน (31) พาหญิงไปซิ่งในเมือง กินมิตรโกหย่วนกันตอน 3 ทุ่ม   อากาศดี ผู้คนดี ชีวิ...