13.7.52

แด่พี่ชายคนหนึ่ง

สองถึงสามเดือนที่ผ่านมา คนที่ผมรักและสนิทสนม ค่อยๆ ลาโลกไปทีละคนสองคน ด้วยโรคประจำตัวบ้าง ด้วยอุบติเหตุอย่างไม่คาดคิดบ้าง เมื่อวานนี้ก็เช่นกันครับ รุ่นพี่ที่เคยไล่เตะบอลด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ได้เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์

เด็กที่บ้านเขาร้องไห้โฮมาตั้งแต่ปากซอย เล่าความไม่เป็นศัพท์ จับใจความเนื้อหาของเรื่องราวได้แค่ว่า พี่เขาตายแล้ว ได้ยินแล้วก็ใจหายนะครับ เห็นกันอยู่เมื่อสองวัน แต่ปัจจุบันคงไม่ได้เจอกันแล้ว...

ในความคิดของผม คนที่ตายไปมีสองประเภทนะ

ประเภทแรกคือ ตายไปแล้วคนจดจำ...
ประเภทสองคือ ตายไปเสียได้ก็ดี...

รุ่นพี่ผมอยู่ในประเภทแรกครับ คือตายแล้วมีแต่คนเสียดาย (ผมขอข้ามที่จะเล่าเรื่องราวของแกบนบล็อกนี้ก็แล้วกันนะ) ความตายเป็นเรื่องธรรมดาอย่างที่หลวงพ่อพุทธทาสเคยว่าไว้ในเรื่องของ การจัดระเบียบความตาย ส่วนจะตายยังไงนี่ก็เลือกได้เหมือนกันครับ แต่มีแค่ 2 ข้อด้านบนเท่านั้นนะ ไม่ได้เลือกตอนก่อนที่จะตายนะครับ ควรสั่งสมความดีไว้ก่อนตาย แล้วให้คนเขาตัดสินกันเองละกันในภายหลัง

หลับให้สบายนะพี่...

ผมนั่งรำพึงอยู่ในรถ เมื่อวานเย็นนี้ว่า ห่าอะไรของมึงวะ??
คนดีๆ ตายหมดโลก
ไอ้พวกเลวๆ นี่แม่งเดินกันสลอน
แต่ก็อย่าได้ห่วงนะครับพี่ พี่จากไปมีแต่คนจดจำ

ไอ้เลวๆ ที่สลอนหน้าอยู่น่ะ
ถึงจะมีชีวิตอยู่
แต่ผมคิดว่าไม่มีใครจดจำแม่งหรอก

ด้วยความเคารพครับพี่เอ๋

10.7.52

ไข้หวัดใหม่ สายพันธุ์ใหญ่

สวัสดีวันฝนพรำประจำเดือนกรกฎาคมครับ เดือนนี้ไม่ได้มีแต่ห่าฝนที่ยังคงตกอย่างไม่ลดละ แต่ยังมีไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เข้ามาแจมอีก คนป่วยด้วยโรคนี้จะค่อนประเทศไทยอยู่แล้ว บ้างก็เริ่มทยอยตายกันทีละคนสองคน ยังไงก็ระมัดระวัง และได้โปรดอย่าประมาทกับโรคภัยไข้เจ็บด้วยล่ะครับ ถ้าเป็นหวัดก็ไปหาหมอเพื่อเช็คร่างกายซะ ก่อนที่อะไรๆ จะเลวร้ายลงกว่าเดิม

แต่ก็อย่าได้กังวลใจมากซะจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ จนระแวงไปซะทุกระยะล่ะครับ โรคมันไม่ได้น่ากลัวขนาดที่พอเห็นหน้าปุ๊บแล้วตายปั๊บเลยซะเมื่อไหร่ หากแต่ว่าบางท่านที่มีภูมิต้านทานน้อยกว่าคนอื่น หรือมีโรคประจำตัวร้ายแรงอยู่แล้ว มีสิทธิที่จะโดนใบแดงออกจากสนามมากกคนอื่นก็เท่านั้นเองล่ะครับ

ถ้าเกิดว่าใครเป็นหวัดขึ้นมาจริงๆ ก็ควรรีบหาหน้ากาก (ไม่ใช่หน้ากากเสือนะครับ) มาใส่เพื่อป้องกันเชื้อโรคจากการ ไอ หรือจามซะนะครับ เราจะได้ไม่แพร่เชื้อให้กับคนอื่น เดี๋ยวจะติดกันเป็นหางว่าวซะเปล่าๆ

ขอให้รักษาสุขภาพทุกท่านนะครับ บอกคนอื่นแต่ตัวเองขี่มอไซค์ตากฝนแม่งทุกอาทิตย์ เหี้ยจริงๆ กู - -' เค้าเป็นห่วงหรอกนะ ก็เลยมาบอกกล่าว ส่วนตัวผมมันมีโอกาสตายจากมอตะไซค์คว่ำ ตับแข็ง มะเร็งปอด หรือโดนยิงตายมากกว่าเป็นไข้หวัดนี่ซะอีก ก็เลยเฉยๆ น่ะ

สุดท้ายก็ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรงดี โรคภัยไม่เบียดเบียนครับ

30.6.52

it's not easy to be me

-----------------
เพชรบูรณ์ 2552
คลิ๊กที่เพชรบูรณ์ละกันนะครับ จะได้เห็นรูปที่ผมอัพลงมัลติปี๊ไว้ คือหมายความว่าให้คลิ๊กที่คำว่า "เพชรบูรณ์" นะครับ ไม่ใช่ไปคลิ๊กที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ - -''

ผมเป็นห่วงบางคนที่เถรตรงน่ะ
มีเยอะ เจอมาแยะ
ขอบคุณครับ

24.6.52

ควรอ่าน




ช่วงนี้มันเยอะน่ะครับ
เลยมาอัพบล็อคทิ้งไว้เตือนใจตัวเอง (ซะบ้าง)
กิเลสนะที่เยอะ ไม่ใช่ข้อมูลลงบล็อค
-_-'

Credit รูปภาพ: http://levan-m.blogspot.com/
Credit เนื้อหา : http://www.buddhadasa.com/rightstudydham/kires.html

17.6.52

ไม่ได้มีเหลือ แต่มีเพื่อแบ่งปัน


ส่วนหนึ่งที่มองไม่เห็นของเด็กๆ ตามโรงเรียนบ้านนอก คือ จน ไม่มีกิน บ้านไม่มีหลังคา เสื้อไม่มีใส่ เงินไม่มีใช้ และชีวิตแทบไม่มีดี และของฟรีที่ได้มาตั้งแต่วัยเด็กก็คือความพิการ

ด.ญ.สุรัชดา นิธิพงศ์ไพบูลย์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนหนองหว้าประชาอาสา เธอพิการที่ขา และต้องใช้ไม้เท้าค้ำยันตลอดเวลา ได้รับทุนการศึกษาเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท จาก นต์.คอม ครับ

1,000 บาทสำหรับครอบครัวที่ยากจน มันมากจนเกินที่คาดคิดจริงๆ ครับ น้องมันยิ้มแก้มปริ จนเราขนลุก บางคนที่ร่ำรวย แม่งก็รวยจนล้นประเทศ บางคนที่มั่งมี แม่งก็มีจนแทบไม่เหลือที่จะให้เก็บ ส่วนคนที่จน มันข้นแค้นจนนั่งคิดไม่ตกว่า ชีวิตกูเกิดมาเพื่่ออะไร

หากท่านใดหลงผ่านมาอ่านบล็อกรั่วๆ ของผม แล้วเกิดสะดุดตีนเข้าอย่างจัง รบกวนฝากบอกคนข้างๆ หรือใครก็ได้ที่ท่านรู้จักด้วยนะครับ ว่า ถึงไม่ได้มีจนเหลือ แต่ขอให้มีเพื่อการแบ่งปันบ้าง ก็ยังดี
จะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

16.6.52

แทนคำขอบคุณ


14 มิถุนายน 2552 ผมกับเพื่อนขี่รถไปบริจาคของกันที่ โรงเรียนบ้านหนองหว้าประชาอาสา สะแกราช ปักธงชัย นครราชสีมากันครับ โรงเรียนนี้มีเด็กทั้งหมด ราวๆ 40 คน ครอบครัวมีพื้นฐานที่ไม่มีอันจะกิน (แย่กว่ายากจน) เด็กๆ ไม่มีเงินทุนในการเรียน ไม่มีเงินใช้ ไม่มีเสื้อผ้า ของใช้ดีๆ เหมือนเด็กในเมืองกรุงทั่วไป

www.colorado-club.net เป็นคนริเริ่มโครงการนี้ครับ ด้วยสำนึกของคนชอบเที่ยวใจเดียวกัน ว่าในเมื่อมีเงินที่จะเที่ยว ก็ต้องมีเงินเหลือพอที่จะแบ่งปันกับคนด้อยโอกาส โครงการในครั้งนี้เป็นโรงเรียนที่ 4 จาก 3 โรงเรียนที่เคยทำกันมา วัตถุประสงค์ก็คือ แบ่งปัน

งานนี้มีคนใจดี ยื่นมือมาช่วยเหลือกันมากมาย เริ่มจาก น้องแอน สาวแว่นเว็บฟนต์ ร่วมบริจาคของใช้ส่วนตัวจำนวนหนึ่ง และ จ่าเจฟ เจ้าหน้าที่ รฟท. ตัวดำใจดี สมทบทุน 1,200 บาท และเงินทุนการศึกษาจาก http://f0nt.com อีกเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท

ขอบคุณครับแอนและโบว์
ขอบคุณครับน้องแอนสาวแว่นตัวเล็ก
ขอบคุณจ่าเจฟ รฟท. ครับ
ขอบคุณ http://f0nt.com อย่างที่สุดครับ

รูปด้านบน แทนคำขอบคุณจากเด็กๆ ครับ

3.6.52

ก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่ ใส่อะไรถึงอร่อย


การถ่ายรูปก็เหมือนการกินก๋วยเตี๋ยว ต่างคนต่างชอบปรุงรสแตกต่างกันไปคนละแบบ หากชอบเปรี้ยวนำ อย่าบอกว่าหวานไม่อร่อย หากชอบเผ็ดจี๊ด อย่าคิดว่าเค็มแล้วจะไม่ถึงใจ หากชอบรสจืด จงอย่าคิดว่ารสจัดนั้นจะน่ากลัว

ก๋วยเตี๋ยวจะอร่อยหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่คนปรุง ว่าชอบรสชาดไหน บางคนกังวลว่าเมื่อเห็นก๋วยเตี๋ยวแล้ว กูจะปรุงอร่อยมั้ยวะ กินแล้วจะเป็นยังไง คนอื่นจะคิดว่าก๋วยเตี๋ยวที่ปรุงของกู มันน่ากินมั้ย... จะสนใจทำไมครับ ในเมื่อก๋วยเตี๋ยวที่คุณสั่งมาเองนั้น ปรุงรสชาดด้วยตัวเอง ด้วยความรู้สึกที่ตัวเองชอบ แล้วจะกังวลใจไปทำไม ในเมื่อคุณก็ได้กินก๋วยเตี๋ยวชามนั้นด้วยตัวเอง

ผมไม่ใช่โปรในการกินก๋วยเตี๋ยว ที่จะบังอาจมาแนะนำสูตรเด็ดเคล็ดลับให้กับท่านอื่น เพียงแต่อยากจะมา บอกว่า ก๋วยเตี๋ยวที่อร่อยที่สุด คือก๋วยเตี๋ยวที่เราปรุงเอง ฉันใด รูปถ่ายที่สวยงามที่สุด ก็คือรูปถ่ายที่ท่านบันทึกด้วยความรู้สึกของตนเอง ก็ฉันนั้นครับ

21.5.52

ความมันที่ไม่มีวันหมด

สนุกครับ กับการแต่งตัวให้กับของที่ตนเองรัก ไม่ว่าจะเป็นของเล่นหรือของไม่เล่นก็แล้วแต่ ถ้ามันได้มาอยู่ในมือผมแล้วล่ะก็ อย่าหวังได้เป็นของเดิมๆ เลยทีเดียวเชียว นิสัยมันแก้ไม่หายน่ะครับ ว่าจะไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
พูดแบบนี้นั่นล่ะก่อนที่จะเอาล้อไปให้เขาพ่นสีดำ เอาสเตอร์หลังไปให้ทำสีใหม่ รวมทั้งถอดถังไปทำสีอีกรอบ ทั้งที่ความจริงแล้ว สีเดิมมันก็ยังดีอยู่ (มากๆ)

มีลูกมีหลาน อย่าบอกให้มาอ่านบล๊อกผมนะครับ สันดานจะเสียตามผมกันไปหมด แต่ขอฝากบอกอะไรกับคนที่หลงเข้ามาอ่านไว้ซักนิดเถอะว่า "ทำอะไร ถ้าใจรัก ทำไปอย่าหยุด หากมีความสุข ความทุกข์เท่าภูเขามันก็เบาได้" เชื่อสิ...

วันนี้มาแนวเชิงคติสอนใจ แอ๊กน่าดูเลยกู 555
ปล. ผมไม่หมายรวมถึงการเป็นหนี้ด้วยนะครับ
เพราะมันสอนกันไม่ได้ ต้องลองเป็นกันเอง สนุกพอๆ กับแต่งรถเลยล่ะ
เชื่อสิ...

ขอให้โก้ได้โชว์แอ๊กบ้าง...

สวัสดีเดือนพฤษภา หน้าฝนกระหน่ำครับ ก่อนฝนพรำลงมาอย่างไม่บอกกล่าว ผมได้บอกลา Chevrolet Colorado ไปเมื่อปลายเดือนเมษา ในราคาที่คนหลายคนถึงกับร้องว่า "แสรดดดดด" คือโดนด่าน่ะครับว่า ทำไมมึงไม่เอากำไรจากการขายรถของมึงบ้าง ทั้งๆ ที่มันสามารถขายได้ราคาเยอะกว่าที่ผมเป็นคนตั้งได้มากกว่านี้ เหตุผลน่ะเหรอครับจะสำคัญเท่า "กูอยากขาย" อิอิ คือขับโคโลราโด้มา 4 ปีแล้วน่ะครับ ไปเที่ยวทุกที่ขี้ทุกดอยมาก็เยอะ มันถึงจุดอิ่มตัวแล้วน่ะครับ (ไม่ได้หมายถึงขี้จนหมดไส้นะ)

พูดกันตรงๆ หรือเว้ากันซื่อๆ เลยก็ได้ครับว่า ให้กูได้แอ๊กบ้างเถ้ออออออออออออออออ ก็เลยไปตระเวนหารถเก๋งในระดับ เซเนอดีน ซีดาน มาไว้ในครอบครองครับ แล้วก็ได้ไอ้เนี่ยมาคันนึง เป็น Nissan Cefiro รุ่น A32 ปี 2001 รุ่นท้ายแยก (ไฟท้ายมันแยกคนละข้างน่ะครับ) ในราคาที่ เอ้อ พอไหวว่ะ พอไหวในที่นี้คือ ส่งงวดต่อได้ โดยไม่น่าจะกระทบกระเทือนการใช้เงินในชีวิตประจำวันของผม (แค่สั่นนิดๆ)

ได้มาในครอบครองแล้วก็ทำตามสัญญาหัวใจครับ (สันดานนั่นล่ะ) คือจับมันแต่งซะ หึหึ ด้วยการใส่แม็กซ์ขอบ 18" รัดด้วยยาง Yokohama ขนาด 225/40/18 พร้อมชุดสปริงโหลดของ H&R เพื่อที่จะให้มันเตี้ยกว่าของเดิมลงมา 1.5" เป็นอันเสร็จภาระกิจสร้างหนี้ชิ้นแรกของผม พร้อมกับเงินอีกก้อนนึง

เสียเงิน แต่ได้แอ๊กสมใจครับ เพราะตอนขับเข้าบ้านนี่ หมาหอนกันเกรียว ผลัดกันมาเยี่ยวรถล้อกันครบทุกข้าง แต่เอาเถอะ เบื่อกระบะแล้ว ขอขี่รถเก๋งบ้างจะเป็นไร คนเรา อย่างน้อยๆ มันก็ต้องขอให้ได้แอ๊กบ้าง ถึงจะไม่มาก ได้แค่นี้ก็ยังดีวะ แสรดดดดด

9.4.52

ไม่ไหวแล้วนะโว้ยยยยย

จริงแล้วผมเป็นคนซีเรียสในชีวิตมากเลยนะครับ...ทำเป็นเล่นไป
แอบอ่านบล็อคผมแล้วอย่าทะลึ่งมาทักผมในอารมณ์ที่ บ่จอย นะครับ
ผมไม่เล่นด้วย..








































































































แต่เจอแบบนี้ก็ไม่ไหวแล้วนะโว้ย
ใครมันแกล้งพวกมึงวะ 555+++++++++
แซร๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ปล. สุขสันต์วันสงกราต์ครับ ผมไม่มีอะไรจะให้หรอก...
ใครอยากได้ ก็เก็บไปฮากันเอาเองนะครับ มากน้อยก็ตามลำบากเลย
กูขอไปเช็ดขี้แป๊บ (ฮาขี้แตกไง) ...

3.4.52

แค่นี้ก็พอแล้ว


เคยอยากได้
เคยอยากมีไว้กับตัว
เคยคิดว่า อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม
เคยมีความต้องการที่จะยื้อไว้ ... ให้นานที่สุด
เคยคิดว่าที่เราทำไปนั่น เรามีความสุข และเขาก็คงมีความสุข ...

หลังจากตาลผ่าตัดเนื้องอกที่มดลูก และออกจากโรงพยาบาลจุฬามาเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ได้ยินเสียงจากโทรศัพท์แบบแผ่วๆ ว่าเจ็บแผล ถัดมาอีก 1 อาทิตย์หลังจากหายดี น้ำเสียงตาลเหมือนเดิม ร่าเริง สดใส ถึงแม้ยังกังวลในผลของการผ่าตัดก็ตาม

ไม่อยากให้ตาลเจ็บ เพราะเวลาได้ยินเสียงแผ่วๆ แล้วทนไม่ไหว ไอ้ครั้นจะบอกว่าอยากเจ็บแทน ก็ลิเกเกินไปแค่ไม่อยากให้ตาลเจ็บแบบนั้นอีก อะไรที่เคยอยากได้ ไม่เอาแล้ว ขอแค่นั่งมองเวลาที่ตาลมีความสุข ก็พอใจ

การได้ยินเสียงหัวเราะ ของคนที่ผมรัก
มีค่ามากกว่าความสุขของผม หลายเท่า
หากว่า ต่อจากนี้ มันได้แค่นี้
ก็พอแล้ว...

สิ้นปี 2568

 ส่งท้ายปี 2568 ด้วยการ เมาพับที่ร้าน SlidingDoor น้าเน๊ก อีกวัน (31) พาหญิงไปซิ่งในเมือง กินมิตรโกหย่วนกันตอน 3 ทุ่ม   อากาศดี ผู้คนดี ชีวิ...