31.1.56
สองขีด มันจี๊ดมาก
แว่บแรกที่ได้เห็นเครื่องมือเช็คการตั้งครรภ์แบบเร่งด่วน คืออมยิ้ม
แต่พอนั่งนึกว่าจะต้องทำอะไรต่อจากนี้แล้ว แอบเครียด (55)
ตื่นเต้นมากกกกกกกก.... ทำไงต่อวะกู
ต่อจากนี้คงต้องทำตามขั้นตอนของมนุษย์ครอบครัวเหมือนคนอื่น
แต่อาจจะแตกต่างไปบ้างตามวิถีทางของเรา ซึ่งเป็นคนเลือกเอง
เพศไหนไม่สำคัญ (จริงๆ แอบลุ้นลูกสาว อิอิ)
ขอให้หนูแข็งแรงเป็นพอ :)
มกราคม 2556
25.1.56
ฝนตกต้นปี
ขับรถมาทำงานตอนเช้า อากาศผิดปกติจากที่เคยเป็นมาคือ ฝนตก ฮะ!
นี่เดือนมกราคม ความจริงมันน่าจะหนาวนะ (แต่ก็หนาวแล้วนี่ ตั้ง 2 วัน) กลับกลายเป็นบางที่มีฝนตก
เส้นมอเตอร์เวย์หอมกรุ่นกลิ่นไอฝน ที่เพิ่งจางไปไม่นาน
ท้องฟ้าเหนือหลังคารถ เต็มไปด้วยเมฆและหมอกหนาทึบ ดีอย่างนึงคือไม่ร้อน
แต่แปลกอย่างคือ มันผิดหน้า ผิดฤดูกาล ไปเสียหน่อย ฝนตกต้นปีได้
ปลายปีอาจจะมีหิมะก็ไม่แน่
บ่ายวันพรุ่งนี้ ทำฟันซี่ที่มันโบ๋อยู่
ไม่รู้จะเป็นยังไง ภาวนาให้อย่าเสียวมากก็พอ
ไม่ได้เกลียดการแปรงฟัน หรือไม่ชอบหมอฟันแต่อย่างใด
แต่ทนไม่ได้นาน เสมอๆ ที่ได้ยินเสียงเครื่องกรอฟัน
มันจี๊ดด!! T_T
มกราคม 2556
22.1.56
บางสิ่งที่หายไป
ผ่านปีใหม่มาได้ 22 วันแล้วครับ ปีนี้นอกจากจะไม่ได้เที่ยวลุยหนาวเหมือนก่อนแล้ว ก็ยังไม่ได้อะไรเป็นของขวัญซักอย่าง แต่ก็ช่างเถอะ...
ชีวิตหลังจากไม่มีมอเตอร์ไซค์อยู่ข้างๆ รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก ผมบอกหลายคนรอบๆ ตัวไว้เสมอว่า ชีวิตกูไม่ใช่มอเตอร์ไซค์ และมอเตอร์ไซค์ไม่ใช่ชีวิตกูทั้งนั้น ...แต่นั่นมันผิดถนัด
เพราะหลายวันที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ไม่ได้ขี่รถเหมือนแต่ก่อน รู้สึกว่ามันขาดอะไรไป คงทดแทนด้วยการขับเต่าออกไปกินกาแฟไม่ได้ เคยนั่งคิดลอยๆ ว่า มันคนละฟิลลิ่งกันเลย
ไม่ได้ขี่รถขึ้นเหนือ เลยไม่รู้ว่าจะเก็บรถไว้เทำไม เพราะตั้งใจซื้อมาเพื่อทริปนี้โดยเฉพาะ
พอไม่มีรถก็รู้สึกเคว้งๆ ชีวิตไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นซักนิด ชีวิตช้าลงกว่าเดิมมาก
เช้าตื่น 6 โมงครึ่งออกมาทำงาน ค่อยๆ คลานไป
เย็นกลับบ้าน ดูทีวี แล้วก็นอน วนๆ ซ้ำๆ แบบนี้ไปจนถึงเสาร์และอาทิตย์
คิดถึงรถมอเตอร์ไซค์ เพราะยังมีทริปที่ตั้งใจ แต่ยังไม่ได้ทำตามที่ตั้งไว้หลายอย่าง
ไว้มีโอกาส คงได้กลับมาขี่อีกครั้งนึง
เพื่อทดแทนบางสิ่งที่มันหายไป แบบที่เราเพิ่งรู้สึกจริงๆ
มกราคม 2556
7.1.56
เริ่มทางเดินใหม่
8 ปีที่ผ่านมา ใช้เส้นทางเดินรถไป-กลับ ที่ทำงานและบ้าน แตกต่างกันมากครับ
ผมเป็นคนที่ไม่ชอบรถติดในกรุงเทพเป็นอย่างมาก เพราะมันน่าเบื่อ ช่วงปีแรกที่มาทำงานบางนา ยังอยู่บ้านที่แปดริ้ว วิ่งเส้นคลองสวน-เปร็ง-บางบ่อ สบายและโล่งมากทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ เพราะถนนเส้นนี้ไม่ใช่ทางหลักของรถทั่วไป และอยู่ห่างกรุงเทพพอสมควร ทำให้รถไม่ติดมากเหมือนในเมือง
สามารถกำหนดระยะเวลาของการเดินทางไป-กลับ ทำงานได้แบบใกล้เคียงแทบทุกวัน คือวันละไม่เกิน 30 นาที ก็ถึงที่หมายทั้งไปและกลับ
หลายปีต่อมา ผมแยกบ้านมาอยู่กับน้องชาย ที่ลาดกระบัง ซ.54 เขยิบเข้าใกล้กรุงเทพไปอีกนิด อาการรถติดเริ่มมีให้เราเห็นบ้างในช่วงของเช้า-เย็น ของการทำงาน แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้เราหงุดหงิดซักเท่าไหร่ เพราะเมื่อหลุดจากปากซอยละแวกหัวตะเข้แล้ว ถนนก็เป็นของเรา วิ่งสบายๆ ทั้งรถและมอเตอร์ไซค์เช่นเคย กำหนดระยะเวลาของการไป-กลับทำงานได้ ถึงจะไม่ตรงเหมือนแต่ก่อน แต่ก็คลาดเคลื่อนไม่เกิน 10 นาทีฮะ
แต่ปีนี้ ผมมาอยู่บ้านหญิง ที่ รามอินทรา ซ.65 ซึ่ง...
แถวนี้ รถแม่งติดชิบหายวายป่วงครับ 5555555+
เริ่มจากเช้าวันทำงาน ต้องออกก่อน 7 โมงเช้าเป็นนิจ เผื่อวิ่งเส้นบางปะอิน จ่ายเงินด่านทับช้าง แล้วก็เข้ามอเตอร์เวย์วิ่งสบายๆ เพลินๆ ในบางวัน ครับ ส่วนขากลับ วิ่งออกจากบางบ่อ เข้ามอเตอร์เวย์ แค่นิดเดียว พอสิ้นสุดที่ Airport Link ลาดกระบังเท่านั้นแหละ แม่งเอ้ย...รถติดตั้งแต่ร่มเกล้า ไปจนถึงหน้าปากซอยรามอินทรา 65 นู้นนนนน ทุกอย่างกลับตาละปัตรจากเมื่อก่อน แบบพลิกหน้ามือเป็นหลังตีน
โดยที่ไม่ต้องหวังจะมากำหนดเวลากลับฮะ แล้วแต่วาสนาของเราที่จะเจอในบางวันเถ้อะ!!
จากที่ไม่เคยชอบรถติด กลับต้องมาเจอรถ(โคตร)ติดกว่าเดิม ออกจากที่ทำงาน 5 โมงเย็น บางวันผีออก รถไม่ค่อยติดมาก ถึงบ้านก็ 6 โมงครึ่ง แต่ถ้าวันไหนผีเข้าล่ะแม่ง
ทุ่มนึงกูยังอยู่บนถนนเลยฮราฟฟฟฟ
กูเกลียดรถติด แส้ดดดดดดดดด T_T
มกราคม 2556
ปล.เสียดายที่ขายรถมอเตอร์ไซค์คันล่าสุดไปแล้ว แต่ก็ดีใจนะ คือถ้ามันยังอยู่แล้วเอามาขี่ไปทำงาน ขากลับนี่ต้องโยกหลบปี๊บหลังกันแหลกล่ะมึ้งงงงง
2.1.56
ปีใหม่ 2556
เข้าสู่วันปีใหม่ คนเราเลือกทำได้สองสิ่งครับ
- หาความสุขให้ตัวเอง
- มอบความสุขให้คนอื่น
ปีนี้ไม่ได้ไปออกทริปหาความสุขให้ตัวเอง เหมือนที่ผ่านมา แค่กลับบ้านไปสวัสดีพ่อ แม่ พี่ ป้า น้า ฯลฯ
พร้อมกับเลือกที่จะหาความสุขให้กับคนใกล้ตัว โดยการกางเต๊นท์นอนหน้าบ้าน
แค่เห็นรอยยิ้มง่ายๆ ของเด็กคนนึงที่ได้นอนในเต๊นท์
ก็ทำให้เรามีความสุข เท่านั้นพอแล้ว
ม.ค. 2556
26.12.55
คุณนายประหยัด 2
คริสต์มาสปีนี้ไม่ได้ขึ้นเหนือกับเพื่อน เพราะเวลาว่างของเรากับเพื่อนไม่ตรงกัน
เป็นหนึ่งในอีกเหตุผลที่ทำให้ขาย Versys ทิ้งไป แล้วเอา CRF250 มาแทนที่ ไว้ขี่ไปกินกาแฟแถวปากซอย ซึ่งไอ้เจ้า CRF250 นี่ก็คงอยู่ได้ไม่นาน เพราะแนวโมโตครอสไม่ชอบเอาซะเลย (แต่มันก็ขี่สนุกแฮะ)
จบเรื่องจาก CRF250 ก็ไปหาเต่าครับ ทีแรกไม่ได้มองคันนี้ไว้เลย แค่แอบชมเฉยๆ ว่าสวยจัง ได้แต่ดูคันอื่นไว้ซะส่วนใหญ่ พอถึงวันก่อนที่จะได้ตังค์ เจ้าของเขากลับมาขายอีกครั้ง ก็เลยเป็นโอกาสของเราที่จะโทรไปถาม (หวังแค่นั้น) ว่า พี่ลดราคาให้ได้เท่าไหร่ครับ พร้อมทั้งบอกแกไปด้วยว่า ขออภัยที่ถามคำถามเดิมๆ เหมือนคนอื่น
คำตอบของพี่ eddy ที่มีให้ ทำเอาเราตาโต โอกาสมาแล้ว จังหวะนี้ล่ะ ต้องลุยแล้ว ก็เลยบึ่ง CRF250 ไปที่บ้านพี่เค้าทันที เรื่องเต่า รถมันเลือกคนขับจริงๆ นะครับ อันนี้ยืนยัน คันที่ดูไว้เป็นมั่นเหมาะ มักจะไม่ใช่ แต่คันที่ไม่ได้สนใจ หรือ อยู่เกินความสนใจ ส่วนใหญ่มักจะโดน
แล้วก็เรียบร้อยโรงเรียน โฟล์คเต่า 1971 รุ่นสหประชาชาติ ครับ ซึ่งผมเองก็เพิ่งจะรู้ว่า ปี 71 นั้นนอกจากจะมีกันชนเหลี่ยม ไฟท้ายเตารีดแล้ว มันก็ยังมีกันชนกาบ และไฟท้ายไข่ ด้วยล่ะ เสวนากับพี่ eddy อยู่ครึ่งวัน ก็จบพิธีส่งมอบตัวครับ
เป็นอีกครั้งที่กลับมาหาของเดิม ที่เคยคุ้นมือ ฟิลลิ่ง ช้า แต่ ใช่ ซึ่งชอบมากๆ วนมาอีกคราว
ในเว็บ TVC มีใครคนหนึ่งเคยพูดไว้ว่า "หายใจเบาๆ" นั้น
มันแสนจะชิวครับ
ธันวาคม 2555
Merry Christmas ทุกคนที่รักครับ
21.12.55
18 ปีแล้ว
17-18 ปีแล้วมั้ง ที่ยายจากผมและครอบครัวเราไป ตอนนั้นแกอายุราว 70 และป่วยด้วยโรคน้ำท่วมปอดเฉียบพลัน แม่และพ่อได้มีโอกาสได้ดูแลยาย ก่อนที่เขาจะเสีย เช่นเดียวกับก๋ง ด้วยการให้ทั้งสองท่านมานอนที่บ้าน เพราะจะได้ไปหาหมอได้อย่างสะดวก
เวลาผ่านไปเร็วมาก ก๋งเสียไป 20 ปีแล้ว เท่าอายุหนุ่มวัยรุ่น 1 คนเชียว ไม่รู้ป่านนี้ทั้งสองคนไปอยู่ไหนกันบ้าง เพราะตั้งแต่เสียไปก็ไม่เคยเห็นหน้ากันอีกเลยซักครั้ง (ก็แน่ล่ะ)
อาทิตย์นี้ครบรอบที่ยายจากไป วันที่ 22-23 ธันวาคม ผมจำวันได้ไม่แน่นอน (คิดว่าเป็น 23)
วันสุดท้ายที่เห็นหน้ากัน ก็ไม่ได้บอกลา แค่เกิดลางสังหรณ์ขึ้นหลายอย่างในวันนั้น
เช้า ออกจากบ้าน ผมได้แค่มอง แต่ไม่ได้แหย่กันเหมือนดังที่เคยทำ
คิดว่าแกคงไม่สบายตัว ก็เลยไม่กวน รีบไปเรียนจะได้รีบกลับ
เที่ยง ไปจนบ่าย ส่วนใหญ่แล้วผมไปเรียนเช้า บ่ายก็กลับ
กลับเร็วจนเพื่อนมันบ่นว่า มึงจะไม่คบใครบ้างเรอะ
วันปกติ ผมมักจะซื้อของที่เซ็นทรัลรามอินทรา แล้วก็รอรถกลับแปดริ้วหน้าห้าง หรือไม่ก็หน้าวัดพระศรีเลย แต่วันนั้นไม่รู้เกิดคิดอะไร นั่งรถไปซื้อสีโปสเตอร์ ของใช้ทำงานถึงเซ็นทรัลลาดพร้าวโน่น
กลับถึงบ้าน 6 โมงกว่า นั่งวินลงหน้าบ้าน ไม่มีใครอยู่บ้านซักคน ถามข้างบ้านพร้อมนึกในใจ
...แม่กูหอบกำเริบ เข้าโรงพยาบาลอีกแน่ๆ...โดยที่ไม่ได้คิดถึงยายซักนิด แต่น้าข้างบ้านบอกแค่เพียง เขาไปโรงพยาบาลกัน เราก็รีบตามไป
ถึงโรงพยาบาลทุ่มนิดๆ เดินเข้าวอร์ดอายุรกรรม ซึ่งเป็นที่นอนประจำของแม่ในช่วงป่วยหนักๆ
เห็นน้า ป้า ลุง ฯลฯ นั่งเรียงกันอยู่ด้านนอกห้องคนไข้
ใจแม่งหล่นไปอยู่ที่ตีน...
คิดเพียงว่า ไม่แม่ ก็ยาย
เดินเข้าวอร์ด เห็นแม่อยู่ในห้องพักพยาบาลพร้อมกับพ่อ
ผมเดินเข้าไปหา แกก็บอกว่า ...ไปลายายซะนะ...
เตียงคนป่วยกลางวอร์ด มีม่านกั้นรอบๆ อย่างมิดชิด
ผู้หญิงคนที่ผมรักมาก นอนสงบนิ่งอยู่บนนั้น
เราไม่ได้ร่ำลากัน เพราะอะไรผมก็บอกไม่ได้
ยืนมองอยู่พักใหญ่ ได้แต่มองแล้วนึกในใจว่า
... ทำไมไม่รอ ...
ก่อนที่เขาจะพายายไปไว้ที่ห้องดับจิต
ผมหยิบรูปถ่ายของผม ยัดใส่มือของแก
แล้วพูดว่า พาโก้ไปด้วยนะยาย...
นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ผมได้พูดกับเธอ
ธันวาคม 2555
ปล. ผมคิดถึงยายเสมอนะ ปีไหนๆ ก็นึกถึง จนบางทีก็นั้งคิดว่า ก๋งจะงอนมั้ยวะ
ที่นานๆ จะนึกถึงแกทีนึง ถ้าเจอกันก็ฝากบอกด้วยว่า คิดถึงทั้งสองคนนั่นแหละ
(แต่ติดยายมากกว่า 55)
17.12.55
ก่อนเริ่มปีใหม่
อีกตั้งหลายวัน ก่อนที่จะปีใหม่ ปีนี้มีหลายเรื่องที่เก็บไว้ หลายเรื่องที่บรรลุผล และได้ทำตามที่ตั้งใจ ปีหน้าไม่รู้จะยังไงเหมือนกัน ชีวิตจะเปลี่ยนไปทางไหน ไม่ได้กะไว้ แค่นึกร่างคร่าวๆ เท่านั้น คิดเป็นนัยๆ ว่าอยากเลี้ยงเด็ก จะหาเรื่องเข้าตัวไหมวะเรา
เกือบ 1 เดือนแล้ว ที่ย้ายเข้ามาอยู่บ้านหญิง ที่รามอินทรา
ความรู้สึกใหม่ๆ กับคนรอบตัวไม่ค่อยมี เพราะชินกับการเห็นหน้าคนที่บ้านหญิง ซึ่งเป็นประจำ และบ่อยครั้งมาก แต่จะแปลกๆ ก็ตรงที่ เช้าตื่นมาเจอหญิงอยู่ข้างๆ เพราะก่อนหน้านั้น นอนคนเดียวเสียจนชินตา
เรื่องอื่นๆ ก็คงเป็นการเปลี่ยนแปลงไปตามวัน และเวลา
พ่อ แม่ แก่ขึ้น หลานก็เริ่มโตขึ้นทุกวัน
เราเองก็เริ่มวิ่งเข้าหาวัย ผู้ใหญ่ อย่างจริงจัง คิดแล้วเครียด 55
นอกเหนือจากนั้น ก็เป็นธรรมดาสามัญกันไป
ยกเว้น รองเท้าคู่เก่ง...
เปเล่แม่งกัดซะแหก แถมดันเป็นคู่ที่ใส่ประจำซะด้วย
สำคัญก็คือ ไม่ได้โกรธแม่งซักนิด รองเท้าซื้อใหม่ได้
เห็นหน้ามันแล้วด่าไม่ลง (555)
รองเท้าช่างหัวมันเถอะ มันไม่ได้มาแทะรถ แทะบ้านซะหน่อย
กับหมานี่เหมือนเดิมเลยกู
ธันวา 55
11.12.55
ทำตามความรู้สึกของตัวเอง
ผมทำตามความคิด และความรู้สึกของตัวเองเสมอครับ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะสวยงาม ชัดเจน
หรือมองไม่ค่อยเห็นก็ตามที อาทิตย์ที่ผ่านมา พาหญิงไปไหว้พระ ที่ พิษณุโลก อีกหนึ่งจังหวัดที่ผมมีโอกาสได้ไปบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะ รถมอเตอร์ไซค์ เครื่องบิน หรือแม้กระทั่งคราวนี้ ขับรถไปเอง
เมื่อสามปีก่อน ได้อธิษฐานว่าถ้าชีวิตราบเรียบจะกลับมายืนยันความคิดตัวเอง อีกที
ได้มาอย่างที่ตั้งใจไว้ ได้มาไหว้หลวงพ่อ ขอพรจากท่าน ให้ทุกอย่างรอบตัว เป็นไปด้วยดี
ให้ทุกอย่างรอบตัวนั้น พบแต่ความสุข หมายรวมถึงอาการป่วยของ ออโต้ ด้วยนั่นล่ะครับ
ไม่รู้หรอกว่า ออโต้มันจะรับรู้ไหม ว่าผมตั้งใจมา
ไม่รู้หรอกว่า มันจะดีขึ้นไหม หลังจากที่ผมมาไหว้พระ
อายุมันเยอะแล้ว การ เจ็บ ป่วย และตาย เป็นเรื่องธรรมชาติ อย่างที่พ่อผมสอนไว้
ได้ผลดี หรือ ไม่ได้ผลอะไรเลย คงไม่ได้สำคัญไปกว่า
ผมคิด และ ทำตาม ความรู้สึกของผมเสมอๆ
ธันวาคม 2555
ปล. ถ้าออโต้จะไม่อยู่บนโลกนี้ ขอให้หนูหลับให้สบายนะ
เอาไว้ถึงคราวโก้เมื่อไหร่ หวังว่าคงได้เจอกัน :)
7.12.55
ด้วยความรัก
วันนี้ผมเขียนบันทึกถึงหมา
ที่เคยเลี้ยงไว้เมื่อ 8 ปีก่อน
ณ บ้านหลังหนึ่ง
มันชื่อว่า “ ออโต้ ”
โกลเด้นรีทรีฟเวอร์
เฟอะฟะ จอมขี้เกียจ
แสนรู้ ขี้เล่น มีบ้านที่สุขสบาย
มีสนามให้วิ่งเล่นกว้างขวาง (ท้องนา)
มีสระว่ายน้ำส่วนตัว (บ่อปลา)
มีอาหาร บ้านพัก และเพื่อน 1 ฝูง
มีความสุขอย่างเต็มล้น
เท่าที่หมาตัวนึงพึงจะได้รับ...
8 ปีผ่านไป อายุเดินตามเวลามาเรื่อยๆ
พร้อมกับผมที่จากบ้านหลังนั้นมาหลายปี
ออโต้ กำลังจะจากไป...
ในแบบที่ผม
คงไม่ได้มีโอกาสได้ร่ำลา
เหมือนเคย
ผมคิดถึงมันเสมอ ในทุกๆ วัน
ตลอดเวลา และจะเป็นแบบนี้ตลอดไป
มีไม่กี่อย่างในชีวิต
ที่ทำให้ผมร้องไห้ได้
เรื่องหมากำลังจะตาย หรือตายไป
ก็เป็นอีกเรื่องนึง
ที่ทำให้ผู้ชายเหี้ยๆ เช่นผม
น้ำตาร่วงทุกที
ถ้าหนูจะหลับ
หลับให้สบายนะ
ไอ้ลูกชาย
7 ธันวาคม 2555
ปล. ที่จริง ไม่อยากจะแปะรูปออโต้ ตอนกำลังมีสายน้ำเกลือระโยงระยางไว้
แต่พ่อผมสอนไว้ว่า "ทำใจให้ได้ ถึงอายุขัยของเขา"
เท่านี้ก็พอให้ผมทำใจได้บ้าง ถึงมันจะไม่มากก็เถอะ
ผมคิดว่า ในเวลาที่ความรัก กำลังจะจากเราไป
ควรนึกถึงแต่ความสุข ที่เกิดจากความรักนั้นๆ
เพราะมันมีค่ามากมายมหาศาล
มากกว่าความเศร้าที่เราเจอซะอีก
ปลล.(ชาติหน้า ถ้าออโต้มันเกิดเป็นคน สงสัยจะซนชิบหายล่ะ)
3.12.55
เลือกในสิ่งที่คิด
25 พ.ย. 2555
งานแต่งงานของเราสองคน ไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่า การขอบคุณ
- การให้เกียรติ ของพ่อและแม่ รวมทั้งครอบครัว ของหญิง ที่มีให้กับเราทั้งสองคน
- การให้โอกาส ของพ่อและแม่ รวมทั้งครอบครัว ขอวผม ที่มีให้กับเราทั้งสองคน
- การให้ความเข้าใจ ของเราทั้งคู่
ขอบคุณ เพื่อนๆ ทั้งใกล้ และไกลตัว ที่คอยเป็นกำลังใจ อยู่เคียงข้าง และคอยประคองเราทั้งสองคน
ให้ได้ เลือกและทำ ในสิ่งที่เราคิด อย่างแท้จริง
ขอบคุณความรักที่เกิดจาก การให้เกียรติ การให้โอกาส และการให้ความเข้าใจ
เราจะรักษาทุกอย่างไว้ให้ดีที่สุด
ธันวาคม 2555
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
สิ้นปี 2568
ส่งท้ายปี 2568 ด้วยการ เมาพับที่ร้าน SlidingDoor น้าเน๊ก อีกวัน (31) พาหญิงไปซิ่งในเมือง กินมิตรโกหย่วนกันตอน 3 ทุ่ม อากาศดี ผู้คนดี ชีวิ...
-
เมื่อวานไปรับตัว Nissan March รุ่น 1.2 E(A/T) มาจากศูนย์สยามนิสสัน สะพานใหม่ (ไม่ถึงหรอก จริงๆ อยู่ตรงโรงพยาบาลเซ็นทรัล เยอเนอรัล) มาเมื่อตอ...
-
ในโลกของการวิ่ง มี BAREFOOT เป็นต้นกำเนิดแห่งรองเท้า ( ธรรมชาติ ) ครับ ถัดมาจากนั้นก็เห็นจะเป็น Fi...




































