30.4.53

1+19 และอีกเท่าไหร่?



28 เมษายน 2553 เหตุการณ์ปะทะเดือดบริเวณอนุสรณ์สถาน กองทัพอากาศ
ทหารเสียชีวิต 1 นาย พลเรือนบาดเจ็บ 19 นาย...

ปล. ทุกคนลืมไปว่า วันนี้ เป็นวันมหามงคล..

http://www.oknation.net/blog/nanthasit/2009/04/28/entry-1

ร่วมด้วยช่วยกันออกแบบสังคม ด้วย idea เล็กๆ จากเด็กเว็บฟ๐นต์

http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,17624.0.html
เมษายน 2553

26.4.53

คนไทย รักกันไว้



อีกหนึ่งการแสดงความคิดเห็นต่อประเทศไทย ในสถานการณ์การเมืองอันเลวร้ายในขณะนี้
ร่วมด้วยช่วยกันออกแบบสังคมจาก idea ของคุณเอง
ได้ที่

http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,17624.0.html
เว็บฟอนต์.คอม เติมวิญญานใส่งานอักษร


"นานๆ ฟอนต์.คอมจะเปิดหมวดชวนคุยขึ้นมาคุยกันสักที คราวนี้จะเรียกว่าฤกษ์ดีหรือไม่ก็ไม่แน่ใจสักเท่าไหร่ แต่คือโอกาสอันเหมาะแล้วที่เราๆ จะช่วยกันทำอะไรสักอย่างเพื่อสังคมตอนนี้ อย่างที่เราสงสัยกันมาตลอดว่าเออ แล้วนี่กูจะทำอะไรดีในสภาพบ้านเมืองอย่างนี้นะ? ลองกดเข้ามาดูครับ"

เมษายน 2553

23.4.53

แผ่นดินเดียวกัน



หลังจากเกิดความรุนแรงในการชุมนุมรอบที่สองเมื่อคืนวานนี้ (22/04/10) ก็ทำให้รู้สึกหดหู่ ในสภาพของบ้านเมืองที่กำลังเข้าขั้นวิกฤตเข้าไปทุกขณะ หลายฝ่ายที่มาเรียกร้องและคัดค้านการชุมนุมในครั้งนี้นั้น ทุกคนทำได้เท่าที่มีเสรีภาพและถูกต้องตามกฎหมาย ขอเพียงอย่าใช้อารมณ์ และความโมโหแล้ววิ่งเข้าหากัน คนที่เจ็บและเดือดร้อนไม่ใช่ใคร

คือคนไทยที่รักชาติทั้งนั้น
เพราะนี่คือแผ่นดินเดียวกัน
เรายืนอยู่บนผืนดินเดียวกัน

ที่มา "ช่วยกันออกแบบสังคม" http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,17624.0.html

เมษายน 2553

22.4.53

เอากันเข้าไป



การเมืองยังคงเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสำหรับผมเหมือนเคย จะเรียกว่าเพิกเฉยก็ได้นะ เหตุเพราะว่าคนที่ได้สิทธิและเข้ามา "เล่น" การเมืองนั้น แต่ละตัว เอ้ยแต่ละคนอุดมไปด้วยความกระหายในทุกๆ อย่าง ยกเว้นอยู่อย่างเดียวคือความกระหายในการพัฒนาบ้านเมือง

ตลอดสมัยของการเมืองในตลอดชีวิตที่เริ่มดูทีวี ฝ่ายนึงก็ตั้งรับพร้อมสู้ อีกฝ่ายนึงกูก็พร้อมที่จะประหัดประหารกันให้สิ้นซาก..

ไม่เคยเห็นแม่งตจับมือกันแน่นๆ แล้วก็พูดพร้อมๆ กันว่า "มาสิจ๊ะ เรามาช่วยกันพัฒนาประเทศกัน" มีแต่จะสาวไส้ให้กากินแล้วก็รีบตักตวงผลประโยขน์อันพึงจะได้และไม่ได้กันอย่างตะกละตะกลาม เล่นการเมืองไม่ต้องมีอะไรมาก

...แค่มีสันดานที่ดี....

เท่านั้นเป็นพอ อย่าเห็นว่านั่นเป็น ตัวกู ของกู อย่างที่ท่านพุทธทาสท่านเคยกล่าวไว้เป็นอนิจจัง นำเอามาใช้แม้เพียวเสี้ยวจะเกิดประโยชน์อย่างที่สุด

ขึ้นด้วยการเมือง จบด้วยธรรมะ แม่งจะฟังกันรู้เรื่องมั้ยวะ
เมษายน 2553

ปล. จะเหลือง หรือแดง ชมพู หรือฟ้า เขียว หรือห่าอะไรก็ตาม ทั้งหมดก็ยืนอยู่บนประเทศเดียวกัน ที่มีพ่อหลวง ฉะนั้นถ้าจะล่อกัน เบาๆ หน่อย มีหลายคนรวมทั้งกูด้วยที่เบื่อ

19.4.53

สะดุด แต่ไม่หยุดง่ายๆ



- บ้าน
- รถ
- ตัวเอง
- เงิน
- ครอบครัว
- ชีวิต
- การทำงาน
- ความเป็นไปได้
- ภาระ

ฯลฯ ทุกอย่างหากว่ามันคล้องจองและราบรื่น คงเป็นชีวิตที่ดีและไม่ต้องเหนื่อยอะไร แต่หากว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดสะดุดไป เริ่มช้ากว่าที่เคยจะเป็น หรืออาจจะยากเย็นในวันข้างหน้า หลายคนคงเหนื่อยและอยากที่จะพัก...
...ที่จริงเราก็เหนื่อย แล้วก็อยากที่จะพัก

แต่เดินมาหลายก้าวแล้ว
ปาเข้าไปค่อนทางแล้วเช่นกัน

ข้างหน้ามีประตู...
หรือมีทางออกไปสู่ความราบรื่นหรือเปล่า ก็ไม่รู้
กูไม่หยุดล่ะ ใส่เกียร์หมาวิ่งแม่ง ชนอะไรก็ให้มันรู้ไป

เมษายน 2553
ปล. แด่ใครอีกหลายคนที่สะดุด และไม่หยุดง่ายๆ

12.4.53

ห่างจากฝั่งและคงยังไม่ถึงเวลา



หลังจากที่ตัดสินใจทำอะไรด้วยความคิดของตัวเอง หลายสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้น ดูเหมือนจะเริ่มเข้าที่เข้าทาง จนมาวันนี้ คำถามที่ถามพ่อไปและสิ่งที่ได้กลับมาจากคำตอบของคนๆ เดียวกัน นั่นก็คือ "คงยังไม่ถึงเวลา" สะดุดกับคำตอบที่ชัดเจนของพ่อและน้ำเสียงที่ยังคงเป็นห่วงในความคิดของเรา ว่าอะไรที่ตัดสินใจลงไปนั้น...จะมั่นใจได้อย่างไร?

หลายสิ่งที่ได้กระทำลงไป เกิดจากความมั่นใจที่จะเลือกเดินด้วยทางที่เรามองเห็นเอง มากกว่าที่จะเดินตามทาง เพราะความรู้สึกจากคนรอบข้าง มันคงทุลักทุเลบ้าง เป็นระยะๆ แต่ก็ยังคงให้กำลังใจตัวเองเสมอมา ว่านี่คือสิ่งที่เราเลิอกเอง ไม่เคยคิดแม้แต่จะก้มหน้าและทุกข์ทนกับอะไรที่มัน "ยาก" มากไปกว่าเงยหน้ามองฟ้า แล้วหาทางออกต่อไป (อย่างไม่ดันทุรัง) เหมือนแต่ก่อน

แต่เลือกที่จะฟังคำอธิบาย แม้เพียงสั้นๆ จากผู้ที่เป็นพ่อและเป็นทั้งเพื่อน ว่าสิ่งที่เพื่อนคนนี้แนะนำ น่าจะเป็นไปในทางที่ดีตลอดมา หากจะมีบางประโยค ที่ทำให้กำลังใจในวันนี้และวันต่อไปนั้นแข็งแรง คงใช้คำเดียวกับที่จั่วหัวข้อบล๊อคมาตลอดเวลาว่า "คงยังไม่ถึงเวลา"
น่าจะเป็นทางออกที่ดี ในอารมณ์ที่รู้สึกเหมือนว่า..ห่างจากฝั่ง...

ได้อย่างดีที่สุด

เมษายน 2553

9.4.53

อวยพรสงกรานต์



สุขสันวันมหาสงกรานต์ครับ ...
คิดจะสาดน้ำก็จงจับขันให้มั่น ....
เพราะเดี๋ยวขันมันจะปลิวไปพร้อมๆ น้ำ
แล้วโดนกบาลคนอื่น
.
.
.
.
.
.
เท่านี้แหละ
เมษายน 2553

7.4.53

รากเหง้าของคน บนคำว่า บุญคุณ



วันนี้อยากจะพูด (ให้ใครฟัง) อีกซักครั้งหนึ่ง ว่าบล๊อครั่วของผมที่สร้างขึ้นมาก็เพื่อสำเร็จความใคร่ที่จะ(เขียน)พิมพ์ เพื่อระบายอะไรหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นมาในชีวิต ณ ขณะที่กำลังหายใจบนโลกที่แสนจะหอมหวานใบนี้ ที่จริงแล้วเกริ่นนำโดยใช้คำว่าโลกใบนี้ คิดว่ามันกว้างไป เอาแบบสั้นๆ กระชับได้ใจความก็คือ ชีวิตกู นี่แหละครับ..เห็นไหมว่าผมก็พูดเพราะเป็น

คนเรามีหลายแบบครับ แบบที่ว่าเห็นซึ่งๆ หน้าแล้วมันก็เป็นแบบนั้นกันซึ่งๆ หน้า อันนี้ก็ประเภทแรก หรือจะเป็นแบบประเภทที่สองก็คือ เห็นกันซึ่งหน้า แต่ว่าลับหลังนั่นเป็นอีกแบบ ในวงเล็บที่จะบอกไว้ว่า แบบไหนก็เรื่องของแต่ละคนก็แล้วกัน

ผมไม่ได้เป็นทั้งสองประเภท แต่คำจำกัดความของผมบนความคิดของหลายคน ที่ได้เห็นตัวเป็นๆ ต่อหน้ากันในครั้งแรกนั่นก็คือ "เหี้ย" สั้นดีมั้ย? ได้ใจความทีเดียว เหี้ยจริงหรือเหี้ยเล่น อันนี้ไม่ขอตอบ แต่หากใครได้เจอก็คงจะรู้ล่ะว่า ไอ้ตัวที่ยืนอยู่ข้างหน้าคุณ ณ เวลานั้น มันเป็นเหี้ยชนิดไหน

คนเราเมื่อเวลามีความทุกข์ ไม่ว่าจะรู้ตัวล่วงหน้าหรือว่าไม่รู้อะไรมาก่อน มักจะหาที่ๆ ทำให้อุ่นใจไว้คอยปลอบประโลม ยามใดที่ตัวขัดสนมันวิ่งชนเราเข้าอย่างจัง ถ้ายืนลำพังคนเดียวแบบไม่พึ่งพาใคร คงโอนเอนไปตามแรงลมที่มันพัดเอาความทุกข์มาให้ตลอดเวลาหากแต่ถ้าเรายืดอก พกคำว่าสู้และไม่ง้อใคร คงมีแค่คำชื่นชมและให้กำลังใจในภายหลัง

แต่เมื่อใดที่มีคนยื่นมือเข้ามาช่วย แล้วคอยประคับประคองไม่ให้ล้ม จงถือว่าเป็นโชคดีและมีความหมายเดียวให้จดจำ นั่นคือ บุญคุณ อันมหาศาล ที่ชาตินี้หรือชาติหน้าก็ใช้กันไม่หมด...

แต่อย่างที่เกริ่นมาแล้วในเบื้องต้น ว่าคนมีหลายประเภท ยามใดที่ทุกข์ ก็คงมองแก่นในไม่เห็น เพราะสารพัดที่จะบำเรอและแสดงความดีให้กับฝ่ายตรงข้ามได้ดู เพื่อคอยรับสิ่งที่ตนเองกำลังขาดแคลนอยู่ แต่ยามใดที่สุขและพ้นภาระแห่งความทุกข์นั้น รากเหง้าที่แท้จริงมันก็จะปรากฎออกมาให้คนอื่นได้เห็นกัน เรื่องสารพัดเหตุผลถูกหยิบหยกมาอ้างเอ่ยต่างๆ นานา ว่าไม่ใช่แบบนั้น และไม่ใช่แบบนี้...โดยไม่ได้เคยนึกหวนไปคิดถึงวันก่อนหน้าที่เคยเป็น

จงจำไว้อย่างนึงเสมอและตลอดเวลาว่า บุญคุณ....อย่างไรก็ใช้ไม่หมด หากแต่ว่าจะสำนึกได้เอง หรือจำต้องมีคนไปเคาะฝาโลงบอกตแนตาย ก็ว่ากันไป
ที่เปรยมาทั้งหมดคือความคิดรั่วๆ ของผมคนนึงที่คิดเสมอว่า รากเหง้าของตัวเองอยู่ตรงไหน

ไม่มีใครมาเห็น หรือ ไม่อยากทำให้ใครได้เห็น
ไม่สำคัญเท่า ตัวเรารู้อยู่แก่ใจว่าอะไรที่เขาเรียกกันว่า
รากเหง้าของคน บนคำว่า บุญคุณ

เมษายน 2553

26.3.53

อากาศดี...เหลือ...เกิน...



ตื่นสายกว่าเมื่อวานเพราะเมื่อคืนมีดริ๊งค์เล็กน้อย (ขอย้ำว่าเล็กน้อยจริงๆ) เพราะเมื่อก่อนเคยแต่ยาวไปๆ แต่มาเดี๋ยวนี้มันเปลี่ยนแปลงเป็น เล็กน้อยๆ แทนที่แล้ว สะดุ้งหลายทีบนเตียงที่นานๆ นอนทีนึง นาฬิกามันก็ดีแสนดี ปลุกได้ไม่เคยย่นย่อท้อถอย ไอ้คนหลับก็ตั้งใจตื่นมาเลื่อนเวลาปลุกดีแท้ ขยันเรื่องอื่นจะดีกว่านี้เยอะ (จริงๆ)

ล้างหน้าอาบน้ำอย่างเร็ว ควบแมงกะไซค์ไปจอดหน้ามหาลัยเพื่อขึ้นรถบัสหน้ามหาลัยเช่นกัน แหงนมองท้องฟ้า แหม สวยจริงๆ มึง เมฆให้เพียบ...เวลา 35 นาทีจากตรงนั้นจนมาโผล่หน้ามหาลัย แต่ไม่ใช่ที่วิทยาหัวหมาก ถึงวิทยาเขตบางนาจนได้ เกือบสายแต่ก็ใกล้เคียงเวลาทำงาน

แหงนหน้ามองท้องฟ้าอีกที ทีนี้ไม่ได้มีแค่เมฆละ ... ลมก็มากับเค้าด้วย มันยังไงกันแน่
สิบโมงผ่านไปพร้อมกับภาพท้องฟ้าอันมืดมัว สลัวอย่างได้ใจ
สามวันที่แล้วร้อบตับแทบแล่บ
สองวันก่อนฝนก็เหมือนจะตกเอาซะยังงั้น

มาวันนี้ อากาศดี
เหลือ...
เกิน...
หนาวพร้อมลม เอาใจกันไม่ถูก
ไข้แดกไปตามๆ กัน

...ประเดี๋ยวหิมะแม่งคงตกแหละ

มีนาคม 2553

24.3.53

สิ่งที่ตัวเองเป็น



หลังจากอยู่ที่บ้านต่างจังหวัดมา 5 ปีเต็ม ก็ย้ายกลับมาอยู่ในเมืองบางกอกที่คอนโดของตัวเองได้ซัก 2 อาทิตย์ จัดห้อง วางของ โละทิ้ง แต่ไม่มีซื้อเพิ่ม... แปลกอยู่เหมือนกันว่าคราวนี้ทำไมกูไม่ซื้ออะไรมาเพิ่มเหมือนเคยวะ (อย่างน้อยก็ตู้ปลา) คงเป็นเพราะอยู่คนเดียวลำพังและคิดอะไรบางอย่างอยู่ข้างหน้า ก็เลยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสียเงินในส่วนของความสุขเล็กๆ เพิ่มเข้ามาอีก (พูดแบบนี้เดี๋ยวแม่งก็ซื้อครับ เชื่อเหอะ)

หลังแสงสุดท้ายในแต่ละวัน ความเงียบ สงบ และสมาธิเริ่มก่อตัวขึ้นทุกครั้ง
ได้กลับมานั่งในมุมที่เคยชอบ รู้สึกเหมือนอะไรเดิมๆ วนมาอีกที
ปมของความคิดในหลายๆ เรื่องเริ่มคลายตัว รู้สึกได้ว่าเริ่มหายใจหายคอง่ายขึ้น
.
.
.
.
.
.
.
.
ก็ไม่เชิงหรอก..ที่จริงแล้วบางทีก็เหงา
ความรู้สึกที่เป็นตัวเอง บางครั้งมันเรียกหาอะไรที่วนอยู่รอบๆ ตัว ให้เข้าใกล้
แต่บางจังหวะมันก็เบื่อหน่ายเช่นกัน

ดูท่าแล้ว อีกไม่นาน คงได้ซื้อตู้ปลาใบใหม่มาเป็นแน่
อย่างน้อยก็น่าจะมีอะไรให้นั่งมอง มากไปกว่ากางเกงในที่ราวตากผ้าหลังห้อง
ที่จ้องแม่งทุกวันเหมือนมีความสุขซะเต็มประดา..

มีนาคม 2553

สิ้นปี 2568

 ส่งท้ายปี 2568 ด้วยการ เมาพับที่ร้าน SlidingDoor น้าเน๊ก อีกวัน (31) พาหญิงไปซิ่งในเมือง กินมิตรโกหย่วนกันตอน 3 ทุ่ม   อากาศดี ผู้คนดี ชีวิ...