22.1.58

ชีวิตช้าลง






6 โมง 22 นาที
จักรยานคันนึงผ่านทางเดิม หมอกขาวๆ เดินไต่นาข้าวเล่นอยู่ 
จอดรถแล้วเก็บภาพ เสพแล้วยืนนิ่งๆ อยู่ซักพักตามสันดาน 
ช่างหัวสถิติการปั่นจักรยานก่อนละกัน

ท้องนานี่ทำให้คนอย่างเรา นิ่งได้หลายนาที
ภาพเก่าๆ ที่เคยวิ่งเล่นหลังบ้านยาย
ลอยมาพร้อมกับหมอกขาวๆ ยาวไปสุดท้องนา
กลิ่นมันไม่เคยจางไป

มันเจริญสติมาก ขอบคุณที่ยังหนาวอยู่
สุขภาพดี หมั่นสร้างไว้และควรใช้ให้คุ้ม
ปั่นเร็วขนาดไหน เฟรมอะไร ไม่สำคัญ
เพราะเราหามันและทำมันเองได้

บ้านเก่าๆ บุโรทั่ง ท้ายคันนาหลังโน้นนั่น
แอร์ คอนดิชั่น และพาโนรามาวิวแบบลิมิเต็ดอิดิชั่น
นี่สิที่มองหาไม่ได้ง่าย ถ้าชีวิตเราไม่ช้าลง

..58

ปล. มาปั่นจักยานกันเถ้อะ

19.1.58

พาลูกเที่ยวเขาดิน











พาพอดีไปเที่ยวเขาดินเมื่อวาน
อยากให้เขาได้เห็นขนาดของสัตว์จริงๆ ซึ่งมันต่างกับในหนังสือหลายร้อยเท่า
ออกจากบ้านก็มุ่งหน้าขึ้นทางด่วน (ขึ้นทำไม...)

สามต่อ ลงหน้าเขาเดิน (เสียเงินมันซะอย่างงั้น) แล้วก็เอารถเข้าไปจอดด้านหลัง
ติดกับฝั่งถนนพระราม 5 เดินลัดเลาะรอบบ่อน้ำ ไล่ดูสัตว์มาเรื่อยๆ  จนมาถึงด่านยีราฟ หน้าประตูทางเข้า
ฝั่งถนน...อะไรซักอย่างนี่ล่ะ

ลูกคงไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากเท่าเรา ซึ่งความทรงจำในวัยเด็ก ผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน
ในวันที่พ่อพาเรามายืนขอบบ่อฮิปโป เมื่อ 30 กว่าปีก่อน

จำได้ว่า พ่ออุ้มให้พ้นขอบบ่อ เพื่อให้เรามองลงไปยังฮิปโป ที่นอนอืดอยู่ในนั้น
กลัวว่าจะตกลงไป จนจับใจความคำพูดของพ่อไม่ได้ว่า พ่อบอกอะไรเรา

...ไม่ต้องกลัว พ่อจับไว้ไม่หล่นหรอก....

เสียงวันนั้นเมื่อ 30 กว่าปีผ่าน แจ่มชัดที่สุดในวันนี้
วันที่เราพาลูกมายืนขอบบ่อฮิปโปด้วยตัวเอง เสียงมันก้องและกังวานอยู่ในหู
สีหน้า และแววตา รวมทั้งความรู้สึกของพ่อ

ถูกถ่ายทอดออกมาจากตัวเรา
โดยที่ไม่ต้องการคำตอบอีกครั้ง ว่า
พ่อพูดว่ายังไง

ม.ค. 58

กว่าจะเป็น Sherpa





ปั่นตามความหนาวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในกลางเดือน มกราคม 2558
รามอินทรา - มีนบุรี - ร่มเกล้า - คลังสินค้า - ลาดกระบัง - คลองหลวงแพ่ง

หนาวม่ากก กก ก ก ก.......

ขอพี่ยามหน้าคลังสินค้าถ่ายรูปจักรยาน กับฉากหลังเป็นตู้คอนเทนเนอร์ได้สำเร็จ
หลังจากเล็งๆ เลาะๆ อยู่หลายปี ตั้งแต่รถเต่า และมอเตอร์ไซค์ฮ่าง
มาสำเร็จเอาก็ตอนที่ปั่นจักรยานนี่ล่ะ

ถ่ายรูปได้แล้วก็ปั่นมาทำงานต่อ แบบหนาวๆ ยะเยือกๆ
ปีนี้หนาวต่อเนื่องซึ่งเป็นเรื่องที่ดี

ดี...ถ้าได้นอนห่มผ้าอุ่นๆ อยู่กับบ้าน
แต่มาปั่นจักรยานโต้ลมแบบนี้นี่แม่ง ไส้แทบขาด

T_____T

ม.ค. 58

6.1.58

ปั่นแรกของปี 58








จริงๆ เป็นปั่นที่ 2 ของปี 58 (อ่าว..) คือวันอาทิตย์ก่อนเปิดทำงาน แอบไปปั่นแถวชอคโกแลตวิลล์มาแว้บนึง เพื่อเป็นการปลุกน่องตัวเองว่า เห้ยๆๆ ตื่นเว้ย เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องปั่นจักรยานไปทำงานนะ หลังจากจอดไว้ 5 วันเต็มเพื่อดูแลไอ้ตัวเล็กที่ไข้กิน

แต่ระยะการปั่นจากบ้านไปชอควิลล์ ณ ตอนนี้ ถือว่า จิ๊บๆ มากครับ คือเราได้ก้าวผ่านระยะทาง 100 กม. มาแล้ว ไอ้ระยะที่เคยปั่นแค่ 10-20 กม. กลายเป็นอดีตอันเด็กๆ ไปซะ (ไม่ทันไรก็โม้ซะและ)

เรื่องจริงคือ มันไม่เครียดแล้วน่ะครับในระยะที่เคยเริ่มปั่นแบบนี้ 10-20-30 กม. นี่ถือว่า เรากะเวลาได้แล้ว ว่าจากตรงนี้ ไปตรงนี้ ใช้เวลาเท่าไหร่ จะเจออะไร ผ่านที่ไหน ยังไง อีกอย่างคือ ระยะใกล้ที่เราปั่นแรกๆ มันไม่ค่อยมีอุปสรรค (คือความไกล) มาทำให้ใจท้อแล้วน่ะครับ

ก็เลยปั่นกะย๊องกะแย๊ง ได้แบบสบายใจ พร้อมหิ้วกระเป๋าข้างถ่วงน้ำหนักไปด้วย จะได้กลับมาชินกับความหนักเร็วขึ้นอีกหน่อย

เช้าวันจันทร์ก็เลยกลายเป็นเรื่องเล่นๆ ไป คือปั่นแบบไม่ได้สนใจอะไร เรื่อยเปื่อย และเฉื่อยแฉะ มากกว่าตอนเริ่มปั่นมาทำงานแรกๆ เสียอีก คือ แรกๆ นั้นไม่รู้ความสามารถของตัวเองน่ะครับ ก็เลยไม่กล้าช้า สับตีนลูกเดียว อีกอย่างคือมากับเพื่อนหลายคัน จะหยุดก็เกรงใจมัน เดี๋ยวจะหาว่าอินดี้

การหยุดบ่อยๆ หลายที่นี่ก็เกือบเป็นเรื่องไม่ดีครับ เกือบจะเข้าทำงานสาย
กลับมารอบหน้า ... หมายถึงวันศุกร์ที่จะถึง ก็จะกลับโหมดเดิมครับ คือ ปั่นเรื่อยๆ ถ่ายรูปบ้าง
แต่ไม่ใช่ย้อนกลับไปจุดที่ชอบ แบกรถลงไปยืนชิลล์แบบวันจันทร์อีก

ขี้เกียจสปริ้นท์เข้ามหาลัยตอนช่วงท้าย...เห้อ
จบแล้วแม่งก็ยังจะแอบโม้นิดๆ 5555555

ม.ค. 57

สวัสดีปี 2558







ปีใหม่ปีนี้ไม่ได้ไปเที่ยวไหน เพราะพอดีป่วย ตัวร้อนก่อนจะสิ้นปีได้ไม่กี่วัน
เป็นอันต้องยกเลิกทริปที่คิดกันไว้ทั้งหมด เหลือไว้แค่ทริปเล็กๆ ที่ร้านป้านุ่น แว้บนึงแทน

พอดีติดหวัดจากใคร อันนั้นเป็นเรื่องที่เราไม่อยากเสาะหาความจริง เพียงแต่งงว่า อยู่ดีๆ ทำไมถึงตัวร้อน 39.9 องศา ขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นพอดีก็อยู่สภาวะปกติมาโดยตลอด

เราทำได้แค่เช็ดตัว ดูอาการของลูก รวมไปถึงพาไปให้หมอตรวจไข้ซักรอบ เพื่อความแน่ใจว่าจะไม่เป็นอะไรมากกว่าที่เห็น หลังจากนั้นก็กลับมาดูแลกันต่อที่บ้าน ใช้เวลา 2-3 วันก็หายเป็นปกติ

ไม่ได้ไปไหนช่วงปีใหม่นี้ แต่ไม่ได้รู้สึกว่าขาดอะไรไป
กลับกลายเป็นการได้อยู่กับลูกเป็นเรื่องที่ทดแทนทุกสิ่งที่เคยทำมา รอบๆ ตัวได้อย่างเต็มเปี่ยม

ม.ค. 58

12.12.57

ในวันที่พ่อป่วย










สามทุ่ม วันที่ 8 ธันวา 2557 เกือบจะนอนละ แต่เหลือบเห็นแสงจากโทรศัพท์สายเข้า เสียงจากพี่สาวและแม่ ตะโกนมาแว่วๆ ว่าให้ช่วยมาดูพ่อ แกเป็นลมล้มลงหน้าห้องน้ำที่บ้าน

ยืนคิดซัก 3 -4 นาทีพร้อมเสียงร้องไห้ของพอดีที่ตื่นขั้นมา เลยบอกกับหญิงว่าให้ดูลูก ส่วนเราขับรถมุ่งหน้าไปบ้าน ช่วง 3 ทุ่มกว่า ถนนโล่งและเงียบมาก มือถือโทรศัพท์คอยเช็คอาการและคนรอบข้าง ว่าอยู่ใกล้พ่อหรือเปล่า ขับต่อไปเรื่อยๆ พร้อมกับคิดว่า จะทำยังไงดี...

ในเวลานั้นต้องขอบคุณเพื่อนรักทั้งสองคน นกกับทิน ที่ช่วยเช็คข่าวและไปดูพ่อให้ก่อนหน้าที่เราจะไปถึงช่วง 4 ทุ่มซึ่งตอนนั้นพ่ออยู่บนชั้น 4 ของตึกศัลยกรรมเรียบร้อย อาการโดยรวมที่เห็นครั้งแรกคือ พ่อดูโทรมมากจากการที่นอนไม่เพียงพอ และเป็นไข้ร่วมด้วยจากวันที่ทำบุญบ้านยาย

คืนนั้นอยู่ดูพ่อพร้อมกับแม่สองคน นั่งคุยสลับกับงีบหลับจนถึงเช้าเป็นระยะๆ (ส่วนแม่ไม่ค่อยจะนอน) อาการเบื้องต้นในเช้าอีกวันถือว่าดีกว่าเมื่อคืนก่อนเยอะมาก ทำให้ใจชื้นขึ้นไปอีกนิด

ในวันที่พ่อป่วย
- แม่อดทนมาก มากกว่าคนเป็นหอบหลายคนจะทำได้ เห็นนั่งเฝ้าพ่อทั้งคืน
- แม่ไม่หลับเลยตลอดที่เฝ้าพ่อ มีงีบบ้างแต่ก็ไม่เกิน 5 นาทีก็ลุกมาดู จับตัว ขา มือ เรียกชื่อพ่อตลอด
- เราสามคนพี่น้อง พร้อมใจกันสลับหน้าที่ดูแลพ่อกัน นั่นเป็นหน้าที่ของลูกที่เราควรทำเมื่อถึงเวลา
- ญาติพี่น้องเราทุกคนยังคงพร้อมหน้ากันเสมอ เมื่อยามที่ใครซักคนป่วยไข้ กำลังใจนั้นโคตรสำคัญ
- และสติ ก็สำคัญไม่น้อยกว่ากันเท่าไหร่
- การมีลูกและภรรยาอยู่ข้างๆ ทำให้เรามีคนคอยช่วยคิด และแชร์ความรู้สึกเวลาความคิดมันไม่แล่น
- พ่อเข้มแข็งเสมอ แม้วันนี้แกจะอ่อนแอที่สุดในรอบหลายสิบปี
- ได้เช็ดตัวให้พ่อครั้งแรกตั้งแต่เกิดมาเป็นลูก
- เลยนึกถึงตอนยายกับก๋งป่วย เราไม่ได้ดูแล แต่ได้โอกาสทดแทนพระคุณกับพ่อแทน
- ถ้าคิดว่าเราแย่ ให้หันไปมองคนอื่นรอบตัว คนที่แย่กว่าเรา มีอีกเยอะ
- เอาจริงๆ การไม่ได้นอนทั้งคืน มันก็ไม่ได้เลวร้ายหรอก ถ้ามันทำให้พ่อกับแม่อุ่นใจได้
- เทียบกับการแดกเหล้ายันสว่างเหมือนเมื่อก่อน คราวนี้เท่ห์กว่าเยอะ
- แม่รักพ่อ และพ่อก็รักแม่
- บ้านเราเล็ก ที่คับแคบ แต่อบอุ่นพิลึก
- ลูกกูซนมากกกกกกก... แต่นี่ล่ะ กำลังใจเจเนอเรชั่นล่าสุดของบ้าน

ธันวาคม 2557
ในวันที่พ่อป่วย

4.12.57

รอวัน Full Load



วันนี้ปั่นมาทำงาน ก่อนที่จะหยุดยาว 3 วันในเดือนสุดท้ายของปี
ระหว่างทาง เจอรถ Full Load คันนึงจอดอยู่ใกล้ๆ คล้ายเรา คือ บรรทุกของ เพื่อออกไปทำงาน
เราหนักหน้าเพราะกระเป๋า 3 ใบ

เขาหนักทั้งคัน เพราะของขายพะเรอเกวียน

รีบจอดรถ (ติดไฟแดง) เปิดกล้อง วาง แล้วเก็บภาพ
หลังจากนั้นไม่กี่วิ ไฟเขียวก็มา

เราสองคนแยกย้ายกันตรงนั้น ไปคนละที่
จุดหมายเดียวกันคือ ทำงาน
ซักวัน จะ Full Load กระเป๋า 5 ใบ แบบพี่มอเตอร์ไซค์คันนั้นบ้าง

น่าจะดี

ธ.ค.57

1.12.57

ปัญหาระดับทอด








หนึ่งปัญหา ในความปวดหัวชวนให้รถล้มของชาวจักรยานที่ทุกคนต้องเจอนั่นก็คือ หมา 
... เมื่อเช้า (และหลายวันก่อนที่ผ่านทางนี้) มีอยู่ 10 ตัวหน้าโรงเรียนสารสาส์นวิเทศมีนบุรี 
มุ่งหน้าสุวินทวงศ์

แม่งเป็นชุมชมหมาจรจัดซึ่งคิดว่า อลังการที่สุดเท่าที่เคยเจอมาตามทางละ 
20 กว่าสายตา พร้อมใจกันมองมาที่ขาเราอย่างสามัคคี 
และพร้อมที่จะปรี่เข้ามาแดกขาเราเป็นอาหารเช้า (แน่ๆ)

ปัญหาเหล่านี้จะถูกกำจัดไปด้วย ปาท่องโก๋ทอด อร่อยๆ ... ครับ แนะนำๆ

ซื้อติดรถมาซัก 20 บาท (ในถุงมีอยู่ราวๆ 20 คู่
เมื่อเห็นฝูงหมาก็ปาแม่งลงไปในกลุ่มซัก 3 ชุดเป็นการหยั่งเชิง 
พร้อมกับตะโกนบอกไปดังๆ

...ใครกัดกู อดแดก!!!...
ซักพัก พอแน่ใจว่ามันไม่แดกขาเรา และหันไปแทะปาโก๋แทน 
แถมบางตัวยังเปลี่ยนใจมากระดิกหางใส่ ก็จงตั้งกล้อง 
แล้วเอาแม่งมาประจานบนโซเชียล ให้มันเสื่อมเสียหมากันไป 
แสดดดดดดดดดด

..57
ปล.คิดถึงนังน้ำตาล หมาทาสขนมปังไส้กรอกขึ้นมาทันที 55
http://nuugo.blogspot.com/2014/08/blog-post.html

สิ้นปี 2568

 ส่งท้ายปี 2568 ด้วยการ เมาพับที่ร้าน SlidingDoor น้าเน๊ก อีกวัน (31) พาหญิงไปซิ่งในเมือง กินมิตรโกหย่วนกันตอน 3 ทุ่ม   อากาศดี ผู้คนดี ชีวิ...