|
วันนี้ปั่นมาทำงานครับ เหตุจากหลายวันก่อน
กว่าจะขับรถถึงบ้าน 2 ชั่วโมงกว่า เบื่อมาก
แล้วก็ขี้เกียจที่จะแบกจักรยานไปลงบ้านเพื่อนแถวร่มเกล้าละ
ก็เลย ปั่นมันตั้งกะที่บ้านนั่นล่ะครับ มาถึงเอแบคบางนาเลยละกัน
ทีแรกก็ว่า จะไหวมั้ยวะตั้ง 50 กว่าโล
แต่ เอาก็เอาครับ ไม่หยุดปั่นยังไงก็ถึง
ตื่นตี 4.30 ทำธุระส่วนตัว แพ๊คของใส่กระเป๋าเสร็จ ตี 5.00
ก็ปั่นออกจากรามอินทรา 65 ครับ ไฟสวยแฮะ แวะแป๊บละกัน
แค่ออกปากซอยก็แวะแล้ว จะถึงกี่โมงวะวันนี้ (นึกฮาในใจ)
แล้วก็ปั่นต่อครับ
เวลา กับ รอบขา และระยะทางของผมราวๆ นี้
คือ 10 กิโลเมตร จะใช้เวลาปั่นประมาณ 30 นาที
รวมไปถึงการจอดถ่ายรูปด้วยนะ ซึ่งแต่ละครั้งไม่เกิน 30 วิหรอก
ปั่นผ่านมีนบุรี ก็มาเจอสุวินทวงศ์
ซึ่งตอนเช้าแบบนี้ รถน้อยมาก ปั่นสบายแบบคาดไม่ถึง
เอ้า งั้นแวะอีกรอบ
|
|
จากรามอินทรา มาจนถึงจุดแรกที่ดูในกูเกิ้ล (แถวขนส่งพื้นที่ 4)
ราวๆ 29.9 กิโลเมตรครับ ผมกะว่าซัก 2 ชั่วโมงน่าจะถึงมั้ง
แต่เกินคาดครับ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงแล้ว เช้าๆ อากาศดี เลยปั่นสบาย
ถ้าเจอแดดนี่ หม้อน้ำแตกแน่นอน สู้ไม่ไหว
เอ้า งั้นก็แวะ
ถึงสี่แยกหนองจอก ถือกล้องถ่ายฟ้าแบบไม่มีแสง
รีบๆ ด้วย กลัวรถเอาไปกิน เลยเบลอไปซะก่อน
ปั่นเข้ามาทางสี่แยกไฟแดง ขนส่งพื้นที่ 4
จากถนนสุวินทวงศ์ - เข้ามาทางนี้ ระยะทางราว 11 กิโลเมตร
เป็นเส้นทางเดียวกับที่ผมขับรถมาทำงาน ใช้เวลาปั่นราวๆ 30 นาทีเหมือนกัน
แวะแหลกเหมือนกัน
จากตลาดคลองหลวงแพ่ง มาถึงเอแบคบางนา ราวๆ 14 กิโลเมตร
ซอยที่ทะลุถึงเอแบค ราวๆ 10 โลได้ (ถนนข้างนอกจนถึงตลาด 4 กิโลเมตร)
ผมใช้เวลาปั่นก็ 30 นาที เรื่อยๆ เอื่อยๆ เพราะเข้าช่วงพีคแล้ว
ถึงเอแบค 07.40 น. ทันเวลาเข้างาน 8.00 น.
ตื่นเช้ากว่าเดิมหน่อย แต่มาทำงานทัน โอเคเลยนะ
ที่เหลือก็คือ จะขี้เกียจปั่นอาทิตย์ละ 3 วันมั้ย
แค่นั้นแหละ
|
6.11.57
a day Bike Fest 2014 รามอินทรา-บางบ่อ
3.11.57
หารอบขาของตัวเองให้เจอ
เสาร์ อาทิตย์ ที่ผ่านมา ปั่นไปแถวๆ ลำลูกกา หทัยราษฏร์ คลอง 9 ใกล้ๆ เหมือนเดิมนั่นล่ะครับ
ที่เห็นได้ชัดก็คือ ตอนนี้ไม่ต้องฟรีขาทิ้งบ่อยเหมือนแรกๆ แต่สามารถควงขายาวและนานได้จนเกือบจบการปั่น (ที่ไม่จบเพราะส่วนใหญ่มัวแต่จอดถ่ายรูป) อิอิ
วิถีการปั่นของผมมันมักไม่ค่อยจริงจัง คือปั่นไปเรื่อย
คิดจะจอดก็จอดเลย (ถ้ามาคนเดียวนะ) แต่ต่อไปอาจจะลองขยับไปกลับ แบบ 90-100 โลดูมั่ง
ไม่ได้หวัง Audax อะไรนั่นหรอก เพราะดูแล้วมันไม่ใช่ทางสำหรับเราแน่ๆ
จะว่าไปแล้ว เราเจอธรรมชาติของรอบขา ในการปั่นจักรยานของตัวเองแล้วนะ
คือปั่นไปซักที่นึงที่อยากไป ไม่รู้ระยะแน่ชัดด้วย เพราะไม่มีไมล์
ดูคร่าวๆ จาก Google Map เอา (... ฮ่า)
แล้วก็ออกจากบ้านให้เช้าที่สุดครับเท่าที่จะตื่นได้ถ้าไม่ขี้เกียจ (นี่ล่ะที่แม่งยากกว่าปั่นอีก)
เคยลองเข้ากลุ่มปั่นกับคนเยอะๆ แต่ก็ไปไม่ตลอดรอดฝั่งซักที
คือแบบ เวลาเราปั่นผ่านที่ๆ นึงแล้วเจอ Location สวยๆ
เรามักจะ เห้ยย กูอยากจอดว่ะ ... แต่เกาะกลุ่มปั่นมันจอดไม่ได้ เพราะเขาไม่จอดด้วย 555555
ก็เลยแห้วภาพตรงนั้นไป แล้วก็มานั่งเสียดาย
มันติดมาจากสมัยที่ขี่ HD กับขับเต่า คือมักจะไปคนเดียว
แล้วก็จอดตามรายทางเพื่อเก็บภาพไปด้วย ซึ่งกว่าจะถึงบ้านแม่งกินเวลาเป็นวัน
(ความคิดผมนะ) มันเป็นบันทึกส่วนตัวที่เมื่อไหร่เรากลับมาเปิดดู
มักจะมีความสุขและยังคงได้กลิ่นท้องนา ป่า หรือเขา เหล่านั้นอยู่ตลอดเวลา
กลิ่นมันหอมน่ะ ยกเว้นทะเลนะ ซึ่งไม่ชอบไป แม่งร้อน
ลองปั่นอยู่สองสามครั้ง ก็ตัดสินใจ ไม่เอาดีกว่าครับ ผมไม่อยากเป็นภาระใครด้วยเรื่องสาระเล็กน้อยของผม เลยออกปั่นคนเดียวถ้าเป็นไปได้ หรือไม่ก็มีแค่ 2-3 คันซึ่งเป็นเพื่อนที่เรายุให้ซื้อจักรยาน
อันนี้เราแกมบังคับ เพราะเพื่อนมันก็ลงความเห็นเหมือนกับเราว่า ... เออ สวยจริง
หวังจะไป Audax ซักครั้งไหม ?
ก็น่าลองนะครับ เพราะจริงๆ เขาก็ไม่ได้บังคับอะไรมากมาย
เพียงแค่ ไปให้ถึง ในเวลาที่เขาแจงมาให้ (ซึ่งแน่นอนว่ากูทำไม่ได้ตามเวลาแน่ๆ)
เผลอๆ แม่งมีค้างคืน
แต่รูปวิวข้างทางนี่น่าจะได้เพียบแน่ครับ
ซึ่งก็น่าสนใจนะ น่าจะมีแข่งถ่ายรูปเก็บภาพตามรายทางมั่ง
กูชนะแน่ มั่นใจ
พ.ย. 57
ปล.เราจะค่อยๆ กระดื้บๆๆ พิชิต 100 กิโลเมตรแรก แบบตะคริวไม่แดกลงให้จงได้ หึๆๆๆๆ
ปลล. เอ้อ ใส่ปีผิดเป็น 2013 เว้ย สาดด 5555
ปลล. เอ้อ ใส่ปีผิดเป็น 2013 เว้ย สาดด 5555
17.10.57
ทำบุญแล้วได้อะไร
ใส่บาตรทำบุญแล้วได้อะไร?
ไม่ได้อะไร และไม่มีอะไร...
เมื่อวานใส่บาตรพระวัดป่าไป 2 รูป
ท่านรับบาตรอย่างยิ้มแย้ม
ก่อนเดินจากไปเงียบๆ
ไม่มี สัพพีติโย เหมือนที่เราเคยชิน
งงอยู่พักนึงก็ขับรถต่อ
ทำไมไม่ได้รับพรวะ...แปลก
ท่านรับบาตรอย่างยิ้มแย้ม
ก่อนเดินจากไปเงียบๆ
ไม่มี สัพพีติโย เหมือนที่เราเคยชิน
งงอยู่พักนึงก็ขับรถต่อ
ทำไมไม่ได้รับพรวะ...แปลก
อยู่ดีๆ ก็ดันนึกถึงประโยคนึงขึ้นมา
- ทำบุญแล้วได้อะไร?
- ทำบุญแล้วหวังจะได้อะไร?
- ทำบุญแล้วได้อะไร?
- ทำบุญแล้วหวังจะได้อะไร?
ก็...ไม่ได้อะไร แล้วก็ไม่หวังจะได้อะไร
ทำบุญคือ ทำตามความตั้งใจที่ดี
เพื่อใครก็ไม่รู้ แต่ทำแล้วสบายใจ
ทำบุญคือ ทำตามความตั้งใจที่ดี
เพื่อใครก็ไม่รู้ แต่ทำแล้วสบายใจ
ก็ทำแล้วไง ...
พระท่านตอบด้วยการ
เดินจากเราไปนั่นล่ะ
ตุลา 57
วันนี้วันพระ
วันนี้วันพระ
13.10.57
ลำลูกกา - ธัญญบุรี 84 กม. ไม่มีตะคริว
เสาร์ที่ผ่านมา มีนัดปั่นจักรยานกับเพื่อน
ออกจากบ้าน 6 โมงเช้า (จอห์นแม่งมาตี 5.45 เช้าสัส) ปั่นดุ่กดิ่กๆๆๆ จากรามอินทรา
มุ่งหน้าสายไหม ก่อนออกจากบ้าน ฝนตกให้ใจเสียเล็กน้อยก่อนตัดสินใจ ... ไปก็ไปวะ
สายไหมฟ้าเปิด เพื่อนมารอกันครบ
วิ่งตรงเข้าวัดหวังจะสะเดาะเคราะห์กับบรรดาปลา
อนิจจา ฝนแม่งตกรอบสอง (นั่งมองตากันปริบๆ)
ฝนซา ฟ้าปิด จับจักรยานฝ่าละอองฝน 5 คน 5 คัน เลาะริมคลองจนมาโผล่คลังน้ำมัน
ริมทางด่วนมอเตอร์เวย์บางปะอิน-บางนา (แถวลำลูกกา)
อากาศเหมือนจะเป็นใจให้เมฆมาบังฝนอยู่เป็นระยะ จนสุดท้ายมาแวะคลอง 12
ซัดข้าวริมทางก่อนถึงแยก ลำลูกกาคลอง 13 วิ่งผ่านถนนเลียบคลองประปามาซักระยะ (ไกลชิบหาย)
ก็มาโผล่อีกทีที่ ถ.รังสิต-นครนายก ได้ไงก็ไม่รู้ 5555555
ก่อนที่จะหมดลม เราแวะเติมส้มตำปลาร้ากันแถวๆ นั้นครับ
เป็นก๊อกสุดท้ายก่อนที่ไมล์ดิจิตอลจะบอกระยะทั้งหมด กว่า 84 กิโลเมตร
ถึงบ้านบ่าย 3 เกินเวลาไปเยอะ แต่ที่ได้มาคือขาไม่มีตะคริวแล้ว
ซักวัน มันจะถึง 100 กิโลเมตรให้จงได้
ด้วยความรัก
อย่างเหนื่อยและเมื่อยชิบหายกับของเล่นชิ้นนี้
ต.ค. 57
6.10.57
สู้แค่หมด #3
ออกจากบ้าน 6 โมงเช้าวันเสาร์ ปั่นเรื่อยๆ ไปจนถึงร้านพี่ป๊อบเพื่อออกปั่นไปพร้อมๆ กับน้าเศก และน้านูญ ตามที่ได้นัดกันวันหลายวันก่อน
7 โมงครึ่งนิดๆ เราก็ปั่นมาจนถึง ร้านสู้แค่หมด
นั่งโต๊ะ สั่งมะตะบะ คาว-หวาน รอเวลา นั่งกิน คุยกันเรื่อยเปื่อยจนราวๆ 9 โมง
เราก็ปั่นออกจากร้าน แวะถ่ายรูปที่ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ
ซักพักเราก็ปั่นกลับบ้านกันครับ
ท่ามกลางแดดที่แม่งร้อนสัส จนไม่อยากจะคุยกันระหว่างปั่น
ไม่เหมือนตอนเช้าที่ปั่นมา อากาศดี เม้ามอยหลังอานกันจนถึงร้าน 555
จบทริปเล็กๆ ที่ร้านพี่ป๊อบเหมือนเคย
ไป-กลับ 30 โลนิดๆ กระตุ้นเส้นเอ็น และตะคริว ให้ตื่นตัวตลอดเวลา
100 โล ล้างตา ขอเวลาซักนิด
ต.ค. 57
24.9.57
หอฉัน...ตามสัญญา
ตั้งใจหลังจากมีจักรยานว่า อยากปั่นจาก กทม กลับ แปดริ้ว ดูซักครั้ง (ตอนคิดนี่ก็ไม่นึกว่าจะไปไหวไหม)
ก็เลยกำหนดวันที่ 21 กันยา เป็นวันสะดวก แต่ดันผ่าไปตรงกับงาน CAR FREE DAY 2014 ที่เขาปั่นปิดเมืองทั่วประเทศ
ก็เลยตัดสินใจเลยว่า ช่างแม่งเหอะ 555
ว่าแล้วเราก็แวะไปร่วมงานตอนเช้าเล็กน้อยเพื่อไปรับมอบเสื้อ ณ จุดลงทะเบียน (ดูเป็นคนเลวๆ แฮะ)
แต่คงไม่เป็นไรหรอก สปอนเซอร์เต็มหลังเสื้อไปหมด หลังจากพิธีการเล็กๆ จบลง เราก็หนี CAR FREE DAY ครับ 555
มุ่งหน้ามีนบุรี ผ่านหนองจอก และพักจุดแรกแถวๆ สี่แยกไฟแดง ขนส่งพื้นที่ 4 ตรงปั๊มน้ำมันแถวนั้น เพื่อแวะชิลล์ นัยน์ว่า มาถึงเร็ว อีกนิดเดียวก็เข้าเขตแปดริ้วแล้ว ไม่ต้องรีบก็ได้มั้ง
แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิดครับ เพราะยิ่งช้า แดดยิ่งร้อน และยิ่งร้อนเรายิ่งเหนื่อย จนทำให้กว่าจะเข้าถึงหน้าวัดหลวงพ่อโสธร แดดแรงจนต้องมานั่งหลบอยู่ข้างรั้ววัดแบบเหงื่อทั่วตัว หลังจากไหว้หลวงพ่อเรียบร้อย ก็เข้าบ้านไปสวัสดีแม่ แล้วก็พักให้หายเหนื่อย
ก่อนออกเดินทางกลับราวๆ บ่ายโมง หลังจากซัดชานมเย็น ขนมปัง และก๋วยเตี๋ยวไปซะเต็มท้อง แต่ด้วยความร้อนของแดดบ่ายโมง ทำให้ต้องจอดชิดไหล่ทางซะหลายรอบ จนรอบสุดท้ายทนไม่ไหว บอกเพื่อนทั้งสองคนว่า ... พอ
เป็นอันสิ้นสุดทริป ปั่นแก้บนให้กับพอดี ที่หน้าตลาดคลองสวนร้อยปี อย่างสมบูรณ์แบบ ... แบบตะคริวแดกทั้ง 2 ขา ขืนฝืนไปต่อมีหวังพัง แต่ก็ยังดีที่ทำได้ตามตั้งใจ ถึงจะไม่จบทริปก็เถอะนะ
กันยา 57
หอฉัน มันไม่เหมือนใคร
16.9.57
พอดี ฉีดวัคซีนไข้สมองอักเสบ
เสร็จจากห้องก็ขับรถตรงไปหาหมอที่สินแพทย์ เพื่อรับวัคซีน เข็มละ 1500 บาท (โดน 2 ครั้ง)
พอดี ยิ้มแย้ม หัวเราะ เดินเล่น กลางวอร์ดของตึกเด็ก
จนกระทั่งเข้าห้องพยาบาล ... โรงพยาบาลก็ระเบิด 5555
ไม่ๆ แค่ร้องแว้บนึงแล้วก็ลืม
เสร็จธุระลูกก็พาไปพบปะสังสรรค์กับบรรดา 3 ครอบครัว มีฮา ออย และพี่กิ๊ก ที่ร้านถูกอร่อย
นั่งคุย เลี้ยงลูก เฮฮา แล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้านเพราะพอดีแบตหมด ราวๆ 2 ทุ่มได้
เป็นอันเสร็จ 1 วัน หมดลงไปอย่างรวดเร็ว
พอดี มีความสุข
กันยา 57
9.9.57
พอดีครบ 1 ขวบ
- เลี้ยงลูกเองมา 1 ปี มีอะไรมาฝาก -
พอดีครบขวบนึงไปแล้วครับ ไอ้กะทิเริ่มเกาะยืนตั้งแต่เดือนที่ 6 ปลายๆ โน่น
เราสองคนเลี้ยงลูกกันเอง โดยเฉพาะหญิงที่เลี้ยงแบบ Fulltime โดยการขอพักงานอีเว้นท์ที่รัก เพื่อมาดูลูกชายโดยเฉพาะ ซึ่งก็นับว่าคุ้มค่า ที่ได้เห็นเขาเติบโตแบบน่าชื่นใจ
1 ปีแล้ว ได้อะไรจากลูกบ้าง? เราได้เพื่อน ในวงความคิดเดียวกันเพิ่มมากขึ้นครับ ด้วยการสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องแม่ๆ และลูกๆ เลยทำให้เราได้ตำราการเลี้ยงลูกแบบฟรีๆ อย่างที่ไม่มีร้านไหนขาย ทั้งเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่ แถมยังได้แนะนำเพื่อนในวงความคิดต่าง ให้ได้เข้าใจเรื่องการเลี้ยงลูกเพิ่มมากขึ้นด้วย (ซึ่งอันนี้ดีว่ะ)
ได้รู้ซึ้งว่า นมแม่ ดีที่สุดครับ!!!!
สำหรับการเลี้ยงมนุษย์ที่เพิ่งเกิดมา ดีในแง่มุมที่ง่ายมากคือ
ประหยัด สะอาด และปลอดภัย
เท่านี้ก็คงอธิบายสรรพคุณได้อย่างครอบคลุมแล้ว
และมันไม่มีวันหมดไปจากอก ตราบใดที่ลูกยังดื่มกินจากเต้าครับ
เรายืนยัน
ได้ลูกมาเป็นครูสอนเรา ว่าเรานั้นเป็นเพียงกระดานดำ ให้เขาวาดและเขียนในสิ่งที่เขาคิด ตั้งแต่เขาเริ่มจับความเป็นคนได้เมื่อเริ่มยืนและเดิน พ่อแม่นั้นเป็นเพียงคนเฝ้ามองดูอยู่ห่างๆ เวลาที่เขาต้องการความเห็นเพิ่มเติม ส่วนจะแนะนำไปในทางใด ... พื้นฐานความคิดของพ่อแม่ที่จะเพิ่มให้ลูกนั้น สำคัญไม่แพ้กัน
เพราะเมื่อเขาโต และพร้อมที่จะเดินไปจากเรา สิ่งนึงที่จะติดตัวเขาไปจนตาย คือพฤติกรรมและการกระทำของครอบครัวที่แสดงให้เขาเห็นตั้งแต่เล็ก เราแสดงความรักให้เขาดู มีความห่วงใยให้เขาเห็น เด็กก็จะเก็บสิ่งที่ไม่มีรูปธรรมเหล่านั้นเข้าสมองแบบไม่รู้ตัว และหยิบมันมาใช้เมื่อถึงเวลาจำเป็น
เลี้ยงลูกให้โตเหมือนวัว เลี้ยงง่ายมากครับ
ให้หญ้าให้น้ำทุกวัน เสร็จแล้วก็ปิดโรงเรือนเข้านอน
เช้าตื่นมารีดนมขายสบายแฮ
แต่เลี้ยงลูกให้เป็นคนดีนี่ พ่อแม่ต้องทำให้ดูเท่านั้น
ซึ่งลำบากเหลือหลาย และก็เพิ่งเข้าใจ แต่จะพยายามให้เต็มที่ครับ
พอดี มีความสุข 7 กันยา 57
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
สิ้นปี 2568
ส่งท้ายปี 2568 ด้วยการ เมาพับที่ร้าน SlidingDoor น้าเน๊ก อีกวัน (31) พาหญิงไปซิ่งในเมือง กินมิตรโกหย่วนกันตอน 3 ทุ่ม อากาศดี ผู้คนดี ชีวิ...
-
เมื่อวานไปรับตัว Nissan March รุ่น 1.2 E(A/T) มาจากศูนย์สยามนิสสัน สะพานใหม่ (ไม่ถึงหรอก จริงๆ อยู่ตรงโรงพยาบาลเซ็นทรัล เยอเนอรัล) มาเมื่อตอ...
-
ในโลกของการวิ่ง มี BAREFOOT เป็นต้นกำเนิดแห่งรองเท้า ( ธรรมชาติ ) ครับ ถัดมาจากนั้นก็เห็นจะเป็น Fi...









































