27.8.58

ขอบคุณโอกาส :)


 ไม่ได้เข้ามาเขียน Blog ซะนาน มัวแต่ ปั่นจักรยาน วิ่ง และขายขนมจนเพลิน
(ดูเป็นคนมีกิจกรรมเยอะมาก 55) เอาตรงๆ คือ ชีวิตกำลังไม่ว่างครับ
- ไม่ว่าง...เลี้ยงลูก
- ไม่ว่าง...ปั่นจักรยาน
- ไม่ว่าง...วิ่ง
- ไม่ว่าง...ขายขนม

4 ข้อไม่ว่างเนี่ย ผมบอกกับเพื่อนทุกๆ คนที่มาชวนไปเที่ยวไหนต่อไหน ว่าชีวิตกูตอนนี้ เป็นงี้นะ
พอเอาทุกข้อมารวมกัน มันก็เลยกลายเป็น .... ไม่ว่างที่จะมาเขียน Blog ด้วยงะ (คืออ้างน่ะแหละ)

เมื่อก่อน ชีวิตว่างมาก ว่างจนมีเรื่องให้คิดเรื่องเดียว แล้วก็คิดอยู่นาน พาลคิดจับจดมันอยู่นั่นล่ะ
คิดแล้วก็ไม่ตก ดันกลายเป็นปัญหาซะฉิบ แต่เดี๋ยวนี้มันวุ่นเสียจนหมดเรื่องที่จะคิดสำหรับตัวเอง
กลายมาเป็นต้องคิดเรื่องอื่น เพื่อคนอื่นบ้าง (ก็ดี) นะ

เราถูกชักชวนจากพี่ฝน และพี่กานต์ เจ้าของสถานที่ The 66 Cottage สุขุมวิท 66
ให้มาขายที่ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ พระราม 8
เป็นครั้งที่ 2 ครับ หลังจากที่ครั้งแรกมาแบบไม่รู้ว่า จะต้องเอาขนมอะไรมาขายดี
เพื่อให้มันตรงกับ กลุ่มเป้าหมายหลักของที่นี่

การกลับมารอบที่สองนี้ เรากะกำลังพลมารบเพื่อการนี้โดยเฉพาะครับ (กะว่าหมัดเดียวน็อค)
มันเกือบจะไม่เป็นไปดังคาด ถ้าเราใตร่ตรองความคิดจากประสบการณ์ครั้งแรกผิด
แต่เพราะว่าเรามั่นใจครับ ว่าเราคิดไม่ผิดแน่ๆๆๆๆๆๆๆๆ

การขายครั้งที่สองนี่มันก็เลย - หมดเรียบวุธ ตั้งแต่ยังไม่บ่ายโมง แบบโคตรมันส์

ขนม 90 กว่ากล่อง ที่เราแบกมาจากบ้าน ค่อยๆ ถูกลูกค้ารุมซื้อกันมือเป็นระวิง ชนิดที่เราสามคนก็ยืนงงอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกค้าถึงได้แย่งกันซื้อแบบนี้ รวมไปถึงมะกรูดหมักผมของแม่ ที่เราแอบจิ๊กมาด้วยนะ หมดราบคาบเช่นกัน เป็นบ้านเราบ้านเดียวครับ ที่นั่งจิ้มมือถือเล่น ก่อนหมดเวลาการขายที่ ธปท. ซะอีก เรากลับบ้านกันมาอย่าง งงๆ พร้อม Topic คุยกันสองคนก่อนนอน

จริงๆ แล้ว อยากเขียนอะไรให้มันดูเยอะ เผื่อคนอ่านแล้วดูมีสตอรี่มากกว่านี้นะ
เพราะเรื่องราวการขายขนมที่ผ่านมา มันส์มาก แต่คิดไม่ออกจริงๆ ได้แค่อยากบอกว่า
ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนี้ครับ (เป็นทางการเชียวมึง 55)

- ขอบคุณบ้าน มีฮา ที่ชวนเราไปนั่งขายที่สุขุมวิทครั้งแรก
- ผมเคยบอกไว้เสมอว่า ผมมีเพื่อนดีอยู่มาก
- และการมีเพื่อนดี มันทำให้มีสิ่งที่ดีตามมาครับ :)
- ขอบคุณพี่ฝน พี่กานต์ ที่มอบ "โอกาส" และ "เปิดโลก" ใบใหม่ให้กับครอบครัวเราครับ
- เพราะคำว่า "โอกาส" สำคัญมาก ทั้งผู้ให้และผู้รับ
- ขอบคุณ The 66 Cottage พื้นที่สีเขียว เพิ่งจะเคยมา สุขุมวิท ก็เพราะมาขายของนี่ล่ะครับ
- ปกติ สุขุมวิท เป็นดินแดนที่ผมไม่เคยมาแบบจริงจัง เพราะรู้สึกว่าแถวนี้ไฮโซ
- ความจริงส่วนนึงนั่นก็ใช่นะครับ สถานที่ ผู้คน ข้าวของ ฯลฯ ดูต่างจากเรามากมาย
- แต่ที่มากกว่านั้นคือ เรื่องราว ของเวิ้งท้ายซอย 66 แห่งนี้
- มีที่มา มีพล็อตเรื่อง เต็มไปด้วยคุณค่าทุกอย่าง
- แบบที่เราประทับใจทุกครั้ง ที่เอาขนมมาขาย รวมทั้งพาลูกชายมาวิ่งเล่น อิอิ
- ขอบคุณที่ผมตัดสินใจมีลูก
- เพราะลูกทำให้ผมได้เริ่มพยายามในหลายเรื่อง
- พยายามแข็งแรง
- พยายามออกกำลังกาย
- พยายามหาประสบการณ์ชีวิตให้เขา
- ขอบคุณครอบครัวที่ทำให้เรามี โอกาส ได้ตัดสินใจ

ไม่งั้นป่านนี้ ผมคงอ้วนดำนอนเกาหำอยู่บนที่นอน
มีคนบีบตีนให้อย่างเพลิดเพลิน แล้วชีวิตก็ไม่ได้เจออะไรแบบนี้เป็นแน่
แล้วจะขอบคุณอะไรอีกดีวะ

ขอบคุณ โอกาส ที่ทุกคนได้มอบให้
เราจะรักษา โอกาส ดีดี อย่างนี้ไว้
และสัญญาว่า จะตั้งใจทำขนมให้อร่อย
ตลอดทุกครั้ง ให้สมกับที่ลูกค้าทุกคน
รักขนมหวานที่บ้านเราทำ

ขอบคุณจริงๆ ครับ

ขนมหวานบ้านคุณหญิง
ส.ค. 58

23.7.58

จนวันนึงเราก็มาวิ่ง







ใครจะไปคาดคิด ว่าวันนึง
คนที่เคยกินเหล้า สูบบุหรี่ เที่ยว และไม่สนใจดูแลตัวเอง
จะมาปั่นจักรยาน จากบ้านมาทำงาน
ไปกลับร่วม 100 กิโลเมตร

...เพื่อห่าอะไรก็ไม่รู้ 55

นั่นเป็นเรื่องที่ยังพอเดาออก
ว่า มันหมดของที่จะเล่น หลังจากมีลูก

แต่

วิ่งนี่สิ...

จนถึงวันนี้ก็วิ่งไปหลายกิโลแล้วครับ
คือวิ่งจริงจัง จริงจังกับการวิ่ง
วิธีการวิ่ง อุปกรณ์การวิ่งนะ
ไม่ใช่วิ่งส่งๆ ไป

ทุกอาทิตย์จะตื่นเช้า
จากตี 5 ทำธุระเสร็จก็ออกจากบ้าน
มุ่งตรงถึงที่ทำงาน 7 โมงเช้า
แล้วก็เริ่มวิ่งรอบภายในเอแบคครับ
ด้วยรองเท้า Vibram  FiveFingers Bikila Evo

รอบนึงก็ราว 2.5 กิโลเมตร
วันนึงวิ่ง 1-2 รอบ (ก็ขี้แตกแล้ว)
ตอนนี้เจ็บขาเป็นบางจุด
แต่คิดว่า วิ่งไปเรื่อยน่าจะหาย
ตามตำรา BAREFOOT ว่าไว้

อะไรทำให้คิดที่จะวิ่ง
...คือวิ่งเนี่ย มันง่าย...
ใส่หรือไม่ใส่รองเท้าก็วิ่งได้
งั้นวิ่งแม่งเลยละกัน (ขายรองเท้าไปละ 1 คู่)

ปลายทางคืออะไรนี่ไม่อยากจะคิด
แต่ใกล้แค่ตาเห็นนี่คือ
อยากวิ่งติดต่อกันให้ได้ 5-10 กิโลเมตรดูก่อน
น่าจะเป็นระยะแบบฝึกหัดที่เหมาะสม
และดูท้าทายกับชีวิตช่วงปลาย 30 ดีนะ

บางทีก็รู้สึกว่า เราเสียเวลากับการอยู่เฉยๆ
มานานเกิน 10 ปี ไปเพื่ออะไรกัน

สู้ออกกำลังกายให้เหงื่อมันออกตอนที่ยังมีพลัง
พออายุเยอะๆ จะได้มีแรงทำอะไรได้อีก
ดีกว่าต้องไปนอนให้หมอแทงสายน้ำเกลือเข้าตูดเป็นไหนๆ

ถ้าถามว่าวิ่งแล้วได้อะไร นี่ตอบยังไม่ได้
แต่ถามว่าวิ่งแล้วสนุกมั้ย
ตอบทันทีว่า เหนื่อยชิบหายครับ
และคิดว่า มันเป็นการเหนื่อยที่
คุ้มค่า ในอนาคต แน่ๆ
เชื่อสิ :)

ก.ค. 58
มาวิ่งกันเห้อะ

1.7.58

Vibram Fivefingers BIKILA EVO











ลองใส่ Vibram Fivefingers รุ่น Bikila Evo วิ่ง
ครั้งแรกที่สัมผัสมันคือ เบา และ บางมากครับ
ลองใส่ดู ยากนิดหน่อย เพราะเราไม่ชิ้นกับรองเท้า 5 นิ้ว
จำต้องขยับนิ้วยุ๊กยิ๊กๆๆ ก่อนที่จะดันเท้าเข้าไป
เพื่อให้ใส่ง่ายขึ้น

เริ่มวิ่ง เบาเหมือนวิ่งเท้าเปล่า แต่มียางใต้ฝ่าเท้ามากันของแหลมทิ่มเอา
ถือว่าทำให้การวิ่ง สบายใจขึ้นมา 50% ถ้าเทียบกับถอดรองเท้าวิ่ง
เพราะถนนในเมืองไทย - เหี้ยจะตายครับ (รวมถึงที่ทำงานด้วย)
ใครจะไปรู้ได้ว่า วิ่งไปดีดี อาจจะโดนไม้เสียบลูกชิ้นแทงโด่ ปักคาเท้า

วิ่งไปเรื่อยๆ ทำความคุ้นเคยกับรองเท้า
ด้วยการลง หน้าเท้า ก่อนที่ส้นเท้าจะแตะพื้นแว้บนึง
แล้วดึงขาวิ่งต่อ

เจ็บข้อเท้า ด้านนอก เอ็นตึงนิดหน่อย
แต่คิดว่าน่าจะเป็นผลข้างเคียงของการใช้ร่างกายวิ่งจริงๆ
โดยที่ไม่พึ่งการ Support ของรองเท้า

น่าสนุกนะ เพราะหลังจากอาบน้ำแล้ว
ขาสองข้างมันก็ยังปกติดีอยู่
ดีกว่าตอนวิ่งเท้าเปล่าแรกๆ เยอะ

จะพยายามวิ่งต่อไป แบบไม่รีบ
เป้าหมายมี แต่คงถึงช้าหน่อย
ไม่เป็นไรหรอก

ก.ค. 58

16.6.58

วิ่งตีนเปล่า




Barefoot Running
----------------------------------------------
ทดลองออกกำลังกาย
ด้วยการวิ่ง โดยการ
ใส่รองเท้าวิ่งได้แว้บนึง
รู้สึกว่า - รองเท้ามันดีมาก
คือวิ่ง 5.6 กิโลเมตร
โดยใส่รองเท้าวิ่งแบบไม่เมื่อย
หรืออยากเลิกวิ่ง
มันเบา และ บาง
มากซะจน
----------------------------------------------
(
คิดในใจ )
ถ้าไม่ใส่รองเท้าวิ่ง
มันก็น่าจะคล้ายกัน ... รึเปล่าวะ
(
แต่มือเคาะหาข้อมูลในกูเกิ้ล)
----------------------------------------------
เจอคำกล่าวจากครูท่านนึงว่า
เวลาวิ่ง ถ้ามันสนุก
มันจะหยุดวิ่งไม่ได้
(
เหี้ย โคตรน่าลอง)
ตอนนี้
เรายังไม่ถึงขั้นนั้น แค่เริ่มต้นวิ่ง
เพียงแต่รู้สึกว่า เวลาใส่รองเท้า
ถ้ามันจะเบาและบาง
แถมไม่ได้รู้สึกอะไร
กับการสะเทือนเลยซักนิด
สู้ถอดมันออกไป
แล้ววิ่งตีนเปล่า
หรือ หารองเท้า
ที่ใช้กับตีนเปล่า
น่าจะดีกว่า
เพราะธรรมชาติการวิ่งของมนุษย์
เกิดมาจากเท้าเปล่า
รองเท้าที่ซัพพอร์ทต่างๆ
มันถึงตามมาทีหลัง
แต่ใครจะใส่รองเท้าวิ่ง
ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
มันเป็นความชอบของแต่ละคน
ซึ่งการวิ่งตีนเปล่า มันเป็นอีกทาง
ที่บางคนเลือกกัน
----------------------------------------------
คุณภรรยาไม่บ่นซักคำ
หลังจากรู้ว่าเราเปลี่ยนรองเท้าวิ่ง
เป็นอีกประเภท (อย่างเร็ว)
เพียงแต่บอกว่า ต้องศึกษาให้ดี
เอาให้รู้แน่ว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่
สิ่งที่ตัวเองชอบ
----------------------------------------------
ได้ฟังคำพูดแบบนี้
กูวิ่งลืมตีนครับ
ตอนนี้รู้ว่า วิ่งแบบนี้ มันใช่
แต่ไม่รู้จะชอบหรือไม่
ขอวิ่งไปเรื่อยๆ ก่อนนะ
แต่รองเท้าเค้าสั่งไปแล้วล่ะ
เหิ้วว~

มิ..58
สนุกง่ะ // มาออกกำลังกายกัน

3.6.58

วานนี้วิ่ง วันนี้ปั่น








"....เอาชนะคนอื่นง่ายมาก เอาชนะตัวเองนี่ยากโคตร..."

การได้ออกกำลังกายแล้วนั้น
ไม่ยากเท่ากับ
การคิดที่จะ เริ่มออกกำลังกาย 
เมื่อใดที่สลัดตัวขี้เกียจออกไปได้ 
เมื่อนั้นคุณจะมีเวลาในชีวิตเพิ่มมากขึ้น 
เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับร่างกาย
ถือเป็นการเอาชนะตัวเองได้ ซึ่ง

แม่ง...ยากอย่างเหี้ย ครับ 
(แต่เค้าทำได้ทำล๊าววว วว~)  =^_^=

ทั้งเริ่มปั่น และเริ่มวิ่ง
ซึ่ง เกิดมาในชีวิต
ก็ไม่เคยคิดที่จะทำไอ้สองสิ่งนี้
แต่พอได้ทำ 
เสื้อกกกกมาทำพร้อมๆ กัน
555555+

กายออกกำลังกาย 
ไม่ได้ทำให้เราตายยากขึ้นครับ
หนำซ้ำเรายังไม่มีวันล่วงรู้อีกเช่นเดิม
ว่าจะตายเมื่อไหร่
แต่ถ้าใช้ชีวิตแบบอยู่ไปวันๆ 
ไม่ดูแลรักษาตัวเอง
พอเจ็บป่วยแล้วเราเรียกสุขภาพ
คืนมาไม่ได้นะ 

ถึงวันนั้นไม่รู้ว่าจะใช้คำว่า สาย 
หรือคำว่าอะไรถึงจะดี
ออกกำลังกายนี่ไม่ต้องจริงจังมาก
ถึงขนาด ทำอาทิตย์ละ 7 วันก็ได้ครับ
(คือใครทำได้นี่ก็ดีนะ โหดสัส)

เพียงแค่แกว่งมือ 
หรือทำกิจกรรมอื่นๆ
นอกเหนือจากกิจวัตรประจำวัน
เป็นระยะเวลานานพอสมควร
ที่จะสามารถรีดเหงื่อออกมาได้
เท่านั้นก็เรียกว่า ออกกำลังกาย 
แล้วล่ะครับ

ส่วนความยากของมัน
ไม่ได้อยู่ที่ ขั้นตอน 
หรือ ประเภทของการออกกำลังกายครับ
แต่มันอยู่ที่ 

... เมื่อไหร่จะเริ่ม  ... ??

ทุกคนมีเวลาเท่ากันหมด
อยู่ที่ว่าใครเริ่มก่อน
คนนั้นก็ได้สนุกก่อน
เท่านั้นแหละนะ

ทุกวันนี้สนุกมาก
ปั่นจักรยานวันนึง วิ่งวันนึง
เหลือว่ายน้ำที่ยังลังเล
ถ้าทำได้ครบ เดี๋ยวลงแข่งไตรกีฬาแม่งซะนี่

รักนะ / แดง ไบเลย์ อาร์มสตรอง

ปล. อยากกินเหล้าเบียร์ เหมือนกันนะ แต่ช่วงนี้ไม่ว่าง เอาไว้ว่างๆ ค่อยกิน

29.5.58

I RUN : เมื่อฉันวิ่ง 2015 #2







หลังจากคิดได้ว่า
ที่ทำงานก็มีพื้นที่ให้วิ่ง (นี่หว่า)
เช้านี้ก็เลยพาตัวเองมาจากบ้านแต่เช้า
เพื่อมาวิ่ง! ก่อนเข้าทำงานครับ

เริ่มวิ่ง 7.00 น. วนรอบข้างใน ราวๆ 2.5 กม.+-
สะเทือนถึงหัวเข่าแบบรู้สึกได้ (หัวเข่าพังเพราะบอลมานานแล้ว)
ค่อยๆ ลดความเร็วจากวิ่ง สลับมาเป็นเดินเร็ว เดินช้า แทน

รองเท้า เป็นหนึ่งเดียวกับตีนมากครับ
คือเบาจนแทบไม่รู้สึกว่าใส่อะไรอยู่ที่เท้า
จะรู้สึกก็แค่ตอนวิ่งลงส้นและฝ่าเท้า

ถ้าใช้รุ่นที่มี Gel หรือ Spring คิดว่าการวิ่ง
น่าจะมันกว่านี้ หมายถึงบนถนนคอนกรีต ลาดยาง สลับกับพื้นแข็ง
แบบนี้น่ะครับ น่าจะช่วยซับแรงกระแทกได้เยอะโข

แต่การวิ่งสลับเดินก็ผ่านไปด้วยดี
หลังจากจบ 5 กิโลเมตรกว่าลง
เหนื่อยกว่าปั่นจักรยานนะ ถ้าเทียบว่าปั่นมา 5 กิโลเท่ากัน
เหงื่อยังไม่แฉะเท่านี้

อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ทำงาน
ก็ไม่ถึงกับเฟรชมากเท่ากับปั่นจักรยานนะ
(แต่ง่วงเหมือนกัน อิอิ) แอบหลับไปแป๊บ

คิดว่าต่อๆ ไป คงดีขึ้น คือการวิ่งนะครับ
หัวเข่านั่นช่างมันเถอะ ถ้าไม่ไหวก็เดินเร็ว เดินช้า เอาได้
ไม่มีหยุดเลิกกลางคันหรอก

เพราะมันสนุกว่ะ

พ.ค. 58

มาวิ่ง สลับเดินกัน

28.5.58

I RUN : เมื่อฉันวิ่ง 2015






ใจไม่เคยคิดอยากจะวิ่งเลยนะครับ
คือ วิ่งได้นะ เป็นปกติอยู่แล้วเวลา รีบ (ไล่จับลูก)
หรือ วิ่งไปไหนๆ อะไรงี้

แต่วิ่งแบบ จริงจัง ดูลักษณะเท้า เพื่อเลือกรองเท้า
ดูประเภทการวิ่ง ลักษณะการวิ่ง แบบนี้เนี่ย
ก็เพิ่งคิดเมื่ออาทิตย์ก่อน...


.... . .. .. กู อยาก วิ่ง ... . .. ... . .


จบ

















ล้อเล่นน่ะ
จริงๆ ก็คือ อยู่ดีๆ มันก็อยากวิ่งขึ้นมา
แบบไม่มีเหตุผลครับ หลายครั้งคนเรามักหาเหตุผล
เข้ามาซัพพอร์ทการกระทำนะ

แต่ครั้งนี้ไม่มี...ไม่สิ มีแหละ
ก็ ไม่มีเหตุผลนั่นไง ที่เป็นเหตุผล
555+ วะ เข้าท่า

ครับ ต่อไปนี้
ยังไงต่อดีวะ
วิ่งแม่งเลยละกันสัส
ไหนๆ รองเท้ามันก็มารอแล้ว 55

พ.ค. 58

วิ่งสิวะ
ปล. ปั่นจักรยานก็เหมือนกันนะ ก็ไม่เคยจริงจัง ไม่คิดจะปั่นบ้าๆ บอๆ แบบนี้
พอได้ปั่น เริ่มสนุกละเป็นไงล่ะ ออฟชั่นพรึ่บ กูไปรบได้เลย ทีนี้เรื่องวิ่งมีของอะไรให้กูเล่นมั่งวะเนี่ย

20.5.58

ขนมหวานบ้านคุณหญิง





แทบไม่ได้พูดถึง ขนมหวานที่บ้านเราทำเลยแฮะ 55
ลืมไปซะสนิท ว่าเริ่มจากการที่คุณแม่เลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน แล้วใช้เวลาทั้งวันร่วมไปกับการนั่งอ่านเพจ
หรือกลุ่ม การทำขนม จดสูตร ลามไปถึงการทดลองทำ

เริ่มจากทำครองแครงกินเองก่อน ซึ่งก็เป็นโชคอันดีที่เราเจอสูตรขนมอร่อยจากในเพจ
ซึ่งมีผู้กรุณามอบสูตรไว้ให้เป็นสาธารณะ (กราบบ) ต่อมาเราตระหนักว่า การทำครองแครงนั้น
มันใช้เวลานานมากกกก ก กก กกกกกกก

ก็เลยมองหาขนม (ไทย) ประเภทใหม่ในการทดลอง
ได้มาเป็น ขนมชั้น ขนมฟักทอง ขนมกล้วย และขนมแครอท (อันนี้คิดลองทำกันเอง)
บวกกับการลองทำเบเกอรี่เบื้องต้นอย่าง เค้กหน้านิ่ม ทั้งรสส้มและชอคโกแลต

นี่ยังไม่รวมวุ้นไข่ ซึ่งขนมประเภทนี้ใช้เวลาสั้นกว่าครองแครงมากมายครับ
แต่ก็ยังเหมือนเดิมคือ สูตรที่ได้มาอร่อยมากกกกกกกกกก (กราบบบบ อีกที)
บางอย่างเราก็ปรับ เปลี่ยน ปรุง ใหม่จากสูตรที่ได้มานะครับ เพื่อให้มัน หวานมาก หวานน้อย เข้มข้นมาก หรือน้อยลง ตามความชอบของเรา

ทำไปเรื่อยจนมีออเดอร์มาทีละอย่างสองอย่าง
ล่าสุดเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากเราโพสต์ผลงานการทำขนมอย่างต่อเนื่อง
ก็มีลูกค้าสั่งขนม 1200 กว่าชิ้น

ดีใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

แน่นอนว่าได้ตังค์เยอะครับ ดีใจแหง๋ๆ อยู่แล้วแหละ
แต่อีกใจนึงก็คือ เราได้ทำขนมดีๆ ให้คนอื่นได้กิน แล้วเขาชอบ
ฟีดแบ็คกลับมาดี ชื่นชม และนิยมเรา

นี่คือที่ดีใจมากกว่าการได้เงินครับ (หน้าบานนั่นแหละ)

ต่อๆ ไปเราเองก็ยังไม่รู้ว่า จะมีคนออเดอร์ #ขนมของหวานบ้านคุณหญิง อย่างต่อเนื่องแค่ไหน
จะมาก หรือ น้อย เราก็ไม่ได้หวังอะไรมากครับ แค่มีคนกิน แล้วยิ้ม ชม นิยมเรา
รักขนมหวานเหมือนบ้านเรา

แค่นี้ก็ดีใจตายแล้ว

วี๊ดดดดดดด

พ.ค.58 #ขนมหวานบ้านคุณหญิง

สิ้นปี 2568

 ส่งท้ายปี 2568 ด้วยการ เมาพับที่ร้าน SlidingDoor น้าเน๊ก อีกวัน (31) พาหญิงไปซิ่งในเมือง กินมิตรโกหย่วนกันตอน 3 ทุ่ม   อากาศดี ผู้คนดี ชีวิ...