18.10.53

สะท้อนความเป็นเรา



ฝนยังกระหน่ำอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 10 ของเดือนตุลา ทุกเส้นทางบนถนน เต็มไปด้วยน้ำที่เจิ่งนองจากฝนที่เพิ่งผ่านพ้นไป หลังฝนตก เขาว่าทุกอย่างนั้นจะสะอาดเหมือนทุกชีวิตที่เริ่มใหม่ แต่ในความรู้สึกเรา มันก็เป็นเพียงแค่น้ำที่ล้างคราบความคิดต่างๆ ออกไปเพียงช่วงหนึ่งของเวลา ที่พอแห้งแล้วมันก็ยังคงกลับมาเป็นเช่นเดิม

10 เดือนนับต่อจากนี้ ได้แต่อดทนรอ สิ่งหนึ่งที่หวังว่ามันจะเข้ามาล้างคราบความคิดต่างๆ ของเรา ที่คิดวนและซ้ำอยู่ให้หมดไป แต่หนึ่งเวลาของเรานี่มันนานชิบหาย.. ขนาดเริ่มต้นมาแล้วเกือบเดือน มันยังคงเหมือนเวลานั้นเดินอยู่กับที่ เคลื่อนไหวได้แต่ไปไหนไม่ไกล วนไปและวนมาอยู่อย่างต่อเนื่อง

นานเท่าไหร่วะถึงจะได้สัมผัสความโล่งอีกครั้งเหมือนอย่างเคย

ฝนตกมันสดใสก็จริงอยู่ แต่ความคิดที่ถูกล้างคราบเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ
หลังจากฝนผ่านไป มันก็ยังสะท้อนความเป้นเราอยู่อย่างไม่จืดจาง

ตุลา 53
ไม่มีวันไหนไร้ซึ่ง HD

6.10.53

สับสน



เดือนใหม่ที่เริ่มต้นได้ไม่ดีนัก ทั้งเรื่องส่วนตัวและคนใกล้ชิด มีหลายอย่างทำให้ต้องคิดหนัก พยายามตั้งใจและรวบรวมทุกสิ่งที่คิดไปเองว่า ดี ส่งมอบให้กับคนหลายคน จากพฤติกรรมที่เป็นตัวเองอย่างแท้จริง

แต่นั่นมันยังไม่ดีพอ เนื่องจากเราลืมคำว่า อธิบาย ให้เข้าใจตรงกัน เพราะบางครั้งคนเราเข้าใจไม่ตรงกันและคิดต่างกัน (เช่นบล๊อกที่แล้ว) สิ่งเหล้านั้นมันเลยสร้างความวุ่นวายในหัวสมองเป็นอย่างมาก ต้องคิดและเตรียมที่จะพูดหลายสิ่ง ให้ออกมาเป็นความหมายที่เข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่าย

พยายามอยู่
พร้อมที่จะเรียบเรียง
และ อธิบาย ให้เข้าใจตรงกัน

เพียงแต่ว่าบางครั้ง
มันสับสน เท่านั้นเอง

ตุลา 53
ไม่มีวันไหนไร้ซึ่ง HD

5.10.53

bubbly



I've been awake for a while now
you've got me feelin like a child now
cause every time i see your bubbly face
i get the tinglies in a silly place

It starts in my toes
makes me crinkle my nose
where ever it goes i always know
that you make me smile
please stay for a while now
just take your time
where ever you go

The rain is fallin on my window pane
but we are hidin in a safer place
under the covers stayin dry and warm
you give me feelins that i adore

It starts in my toes
makes me crinkle my nose
where ever it goes
i always know
that you make me smile
please stay for a while now
just take your time
where ever you go

What am i gonna say
when you make me feel this way
I just........mmmmmmmmmmm

It starts in my toes
makes me crinkle my nose
where ever it goes
i always know
that you make me smile
please stay for a while now
just take your time
where ever you go

I've been asleep for a while now
You tucked me in just like a child now
Cause every time you hold me in your arms
Im comfortable enough to feel your warmth


It starts in my soul
And I lose all control
When you kiss my nose
The feelin shows
Cause you make me smile
Baby just take your time
Holdin me tight

Where ever, where ever, where ever you go
Where ever, where ever, where ever you go…

หน้าหนาวกำลังมา
ตุลา 53
ไม่มีวันไหนไร้ซึ่ง HD

แตกต่างในความเหมือน



ความคิดของคนเราไม่เท่ากัน หลายคนมีความคิดคล้ายกัน แต่ทุกคนนั้นคิดไม่เหมือนกัน จะยืนอยู่บนพื้นฐานความเป็นตัวเองนั้น มันก็อาจจะทำให้เกิดทางตัน หรือเดินเข้าสู่มุมแคบซึ่งบางทีอาจจะเดินต่อไปไม่ได้ หรือยากจนเกินพยายาม

หนทางนึงซึ่งจะเป็นตัวช่วยที่จะทำให้สิ่งที่เราเรียกว่า คิดต่าง ได้กลับมาเข้าใจซึ่งกันและกันเพิ่มมากขึ้น ในมุมเดียวกันนั่นก็คือ อธิบาย และ ปรับความเข้าใจ

เพื่อที่จะให้ได้รับรู้ความต้องการ และความคิดของคนตรงข้าม
ที่ คิดต่าง กับเรา
ให้เข้าใจกันได้ดี

เพราะบางที มันก็แตกต่างในความเหมือน เช่นกัน

ตค. 53

1.10.53

อีกซักระยะ



24.00 น. บนเก้าอี้สีแดงในบ้าน ทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหวหลังจากที่ย่างเข้าวันใหม่ 1 ตค 53 ก่อนนอนผมนั่งมองทุกพื้นที่รอบๆ บ้าน มันมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แบบที่เราเองก็คาดไม่ถึง จากพื้นดินว่างเปล่าไม่มีสิ่งปลูกสร้าง แต่ ณ วันนี้ทุกอย่างดูเหมือนจะเต็มไปด้วยอนาคต ต้นไม้ ดอกไม้ที่พ่อและน้อง บรรจงปลูก เริ่ม ผลิ ดอก ออกกิ่งก้านใบเพื่อความร่มเย็นสบายตาในอนาคต

ตื่นเช้ามาพบกับลมหนาว และคาดว่าจะเป็นหนาวแรกของปีนี้ ที่มาไวกว่าปีก่อน วันนี้ไม่มี HD ให้ขี่ ด้วยเหตุผลบางประการที่ทำให้ต้องเลือกสิ่งที่เป็นจริงตรงหน้ามากกว่าความฝันเหมือนวันก่อนๆ

คิดไว้ในใจเพียงคนเดียว
ว่าขอตั้งหลักอีกซักระยะ..
แล้วจะกลับไปหากลิ่นไอที่คุ้นเคย

สมองไม่ต้องคิดอะไร เมื่ออยู่หลังอานมอเตอร์ไซค์
ภาพทั้งหมดคงยังไม่จางหาย แต่ทว่ายังคงชัดเจน
ในทุกวินาทีที่หยิบมันขึ้นมาดู

อีกซักระยะ คงได้พบกัน
สัญญา

1 ตค 53
สวัสดีลมหนาว~

27.9.53

จินตนาการได้ดี



หลังจากที่หมดธุระเรื่องหอที่พัฒนาการ ก็ย้ายเข้ามาอยู่บ้านที่ลาดกระบังอย่างเต็มตัว ซื้อนู่นซื้อนี่เข้าบ้านด้วยการใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ในเรื่องของการคิดก่อนซื้อ ซึ่งเมื่อก่อนไอ้เรื่องแบบนี้ไม่เคยอยู่ในหัว คิดจะซื้อกูซื้อเลย ได้ไม่ได้ค่อยว่ากัน แต่พอมาคราวนี้ จะซื้ออะไรทีต้องนั่งคิดนานๆ ห้องชั้นบนเป็นห้องเล็กขนาด 3x3 เมตร โล่งและเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส คิดอยู่ในหัวว่าจะเอาตู้ซัก 2 ใบมาใส่เสื้อผ้า ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็จ่ายเงินอย่างเดียว แล้วก็มานั่งลุ้นว่า มันจะใส่ไปในห้องได้มั้ยวะ (55)

แต่ตู้ใบใหม่ กว่าจะซื้อได้ วนหาแปดทิศจาก Home Pro และร้านโชว์ห่วยแถวบ้าน ขับรถพร้อมหนีบเศษกระดาษที่จด scale ของห้องติดมือไปด้วย ถึงจะเว่อร์ไปนิด แต่ตัวเลขลายมือไก่เขี่ยบนกระดาษก็ช่วยให้ตัดสินใจก่อนที่จะซื้อได้เยอะ เดินวนมาสามห้างก่อนที่จะมาจบตรง Fashion Island อนิจจา มันกลายเป็นห้างประจำของกูตั้งแต่เมื่อไหร่ (วะ)

วันที่ของมาส่ง ประกอบในห้องแล้วยกวาง ลงล๊อคเป๊ะๆ แบบพอดีกับที่จด scale ไว้คร่าวๆ พระเจ้าจ๊อดมันยอดมาก ทำไมเมื่อก่อนไม่ทำอะไรแบบนี้วะ (ไอ้ห่า) เหลือก็เพียงแต่มุมห้องเล็กๆ ที่ยังมีพื้นที่พอให้ได้วางโต๊ะเล็กๆ สูงๆ ซัก 80 ซม. x 30 ซม. ได้ เอ้า เห้ย เจ๋งว่ะ ตัวเลขไก่เขี่ยบนเศษกระดาษกูแม่งดีแบบนี้นี่เอง

เดี๋ยวนี้ทำอะไรก็เป็นตัวเลขไปหมด ชีวิตที่ติดกับจินตนาการหายไปเกือบครึ่ง (โถ พ่อติสแมน)
เมื่อก่อนจะนั่งนึกและวาดรูปในมโนภาพ เดี๋ยวนี้จับมโนภาพลงมาบนกระดาษ ถึงจะชุ่ยแต่มันก็ช่วยอะไรได้เยอะ (นะโว้ย)
โดยที่ไม่ต้องมาทำซ้ำอีกเป็นรอบที่ 2 เหมือนเคย

มันดีจริงหรือ? กับการหั่นจินตนาการในความคิด เอามันลงมาบนกระดาษแทนอย่างที่ไม่เคยทำ
คำตอบที่ลอยมาในความคิดก็มีแค่ จินตนาการเหมือนเดิมได้นั่นแหละ
แต่มึงก็ค่อยๆ คิดด้วยสิสัดเอ๊ย - -''

กันยา 53

21.9.53

รักหมาวันละนิด




ของฝากจากคนรักหมาย่านลำลูกกา
หมาใคร ใครก็รัก ไม่อยากให้หมาคอหัก
ทำตามที่เขาบอกเถิด..(โอยย สยองแทนหมา)


กันยา 53

20.9.53

แค่บอกซักนิด คงเข้าใจสิ่งที่คิดมากกว่าเดิม



เมื่อวานตอนสาย นอนหูอื้ออยู่ในบ้านลาดกระบัง เพื่อรอพ่อเอารีโมทกลับมาให้? เหตุเกิดจากแม่ดันหยิบรีโมท UBC ติดมือไปบ้านที่แปดริ้ว ไม่ได้บอกเหมือนกันว่าหยิบไปทำไม รู้แค่ว่าคืนวันเสาร์ไม่ได้เปลี่ยนช่อง UBC เลย นั่งดูแม่งช่องเดียวยันสว่าง (ดีเหมือนกันได้ดูบอลอย่างเต็มคราบ)

เช้าพ่อมาพร้อมกับไอ้อ้วน(ลูกพี่สาว) หอบของพะรุงพะรังซึ่งคาดไว้ไอ้อ้วนมันคงให้ตาซื้อนั่นแหละ ถึงได้ล้นหลามขนาดนี้ นั่งกินข้าวเช้าพร้อมกับคุยเรื่องสำคัญหนึ่งเรื่อง คือเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเรา กับการ manage ชีวิตตนเองในอนาคต ซึ่งก็ได้ทำความเข้าใจกันแล้ว กับรายละเอียดค่าใช้จ่ายของเรา ที่ยังไม่เคยคุยกันแบบจริงๆ จังๆ ซักที

ได้ความมาสองอย่างว่า ให้ประหยัดและไม่สร้างหนี้...

เลยได้บอกพ่อถึงความเป็นมาของหนี้ ที่เรามี ณ ตอนนี้ ซึ่งที่จริงแล้วไม่มีใครใส่ใจว่าก่อนที่จะมีหนี้ เราไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนี้ซักหน่อย อยู่เฉยๆ แบบปลอดหนี้ สบายจะตายห่าครับ หากแต่ว่าเราเคยได้ถามความเห็นก่อนที่จะซื้อบ้านใหม่ ว่าต้องการจะให้ช่วยออกค่าใช้จ่ายเรื่องซื้อบ้านมั่งมั้ย?? ถ้าทุกคนสนใจ เราก็ยินดีที่จะกู้เงินมาช่วยด้วยความเต็มใจ..

แต่คำตอบ ก็เงียบไป..พร้อมกับเวลา

ณ วันนี้ บ้านเสร็จไปแล้วทั้งหลัง โดยที่มีเราเพียงคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องราวว่า พ่อกับน้องไปกู้และทำสัญญากันตอนไหน โดยที่ก่อนหน้านั้นไม่เห็นมีใครบอกความคืยหน้าบ้างเลย..เงินที่เรากู้ธนาคารเพื่อคิดที่จะช่วยแบ่งเบาค่าดาวน์บ้าน ก็กลายเป็นรถยนต์หนึ่งคันที่เราเป็นเจ้าของกับหญิงไปแล้ว

ถ้าบอกกันซักนิดนึงก็คงชะลอการซื้อรถเอาไว้ แล้วเอาเงินก้อนนั้นมาช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายก่อนซื้อบ้านนี้แทน มันก็น่าจะดี

จะได้อยู่บ้านนี้แบบสบายใจและนอนได้เต็มตาทุกวัน
ไม่ต้องอยู่เพียงเพราะว่า รอวันที่จะออกจากบ้านไปในอนาคต
หรืออยู่กับบ้านนี้โดยมีหน้าที่เพียงแค่ ช่วยแบ่งเบาภาระเล็กๆ น้อยๆ เพียงแค่นั้น

เหมือนมองข้ามคนหนึ่งคนไป โดยไม่คิดถึงความสำคัญ

ไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูก..แต่
แค่บอกกันซักนิด คงเข้าใจสิ่งที่ทุกคนคิด
มากกว่าเดิม

กันยายน 2553

หืออื้อออ



หายหัวจากหน้าจอไป 1 อาทิตย์เต็มๆ เนื่องจากเกิดอาการหวัดแดกเฉียบพลันครับ ถ้าเป็นเฉพาะหวัดอย่างเดียวคงไม่ต้องถึงกับลาพักร้อนแบบนี้ แต่นี่ดัน หูอื้อ พ่วงท้ายมาด้วย จากแค่เรื่องมึนหัวก็เลยกลายเป็นมึนหูไปอีก นอนซมอยู่บ้านลาดกระบังตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว 1 อาทิตย์เต็มอิ่ม หลังจากที่เลิกทำร้านเหล้าปั่นก็ตื่นขึ้นมาในเช้าวันเสาร์พร้อมกับอาการที่พูดแล้วได้ยินแต่เสียงตัวเอง

ชิบหายแล้วกู แล้วทีนี้จะคุยกับใครได้ล่ะวะ...

ทนคุยกับตัวองอยู่สองวันก็เลยจำใจขับรถไปหาหมอที่แปดริ้ว (ไม่สนิทกับหมอลาดกระบัง ขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า) ก็ได้ยาระงับการหืออู้มาล็กน้อยครับ 3 สีสามสไตล์ใช้ทานหลังอาหารทุกวัน ไข้หวัดกับอาการหูอื้อนั้นเกิดจากท่อยูเตเชียนที่อยู่ระหว่างหูชั้นกลางกับบริเวณลำคอด้านหลังโพรงจมูกซึ่ง มีหน้าที่ช่วยปรับความดันภายในหูชั้นกลางกับบรรยากาศภายนอก อาจเกิดทำงานผิดปกติ http://www.doctor.or.th/node/7367 ครับ

(อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่) http://docs.google.com/viewer?a=v&q=cache:uqSUry7TCCYJ:www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/admin/article_files/797_1.pdf+%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99&hl=th&gl=th&pid=bl&srcid=ADGEESgjQgewcQBgGZiNdKKA3klFMUdkoXC_jPeALEXGnVOmce6ApwASVaRwCipQRBPivZgvoC73aHf-G8knwpZFzDuQyHFnU7NyHfo8nBU_W_f9oeQ-7rTjKy8KIiWXbjo1wK6fITH2&sig=AHIEtbSvTZo36QJSXqE34_1zKT8nDWNqDQ

บางคนเป็นหวัดก็อาจจะหูไม่อื้อได้นะครับ (อ่านออกเสียงยากชิบหาย) อย่ากังวลไป ว่าจะเป็นโรคนี้ทุกคน ช่วงนี้ฝนตกหืออื้อเลย ระวังเป็นหวัดกันบ้างก็ดีนะครับ หือจะได้ไม่อู้ เป็นแล้วพูดได้ยินแต่เสียงตัวเอง เซ็งอย่าบอกใคร

กันยายน 2553

6.9.53

สวัสดีเพื่อนรัก




เช้าวันอาทิตย์ ขนของจากที่หอมาบ้านที่ลาดกระบัง หลังจากทะยอยปล่อยของใช้ไปทีละนิดๆ เพราะขี้เกียจแบก ก็มาถึงบ้านหลังใหม่ในลาดกระบัง 54 เข้าบ้านมาคนเดียวช่วงสายๆ จอดรถเรียบร้อยก็เก็บของทำนู่นทำนี่ โดยไม่ได้สนใจอะไรรอบบ้าน

งี๊~~
.
งิ๊กก~ ~~~~
.
.
งื็ดดดดด~~~
.
.
.
.
.
งู้ววว~~~



เสียงอันรัญจวนผ่านหูไปได้ซักพัก
ก็เริ่มกวาดสายตามองหาต้นตอ..
อยู่ไหนวะ??

เดินไปหาที่หน้าบ้านก็ไม่มี หลังบ้านก็ไม่เจอ
มองไปที่บ้านอีกฝั่งก็ไม่เห็น
แต่มีอะไรยุกยิกอยู่ที่รั้ว..


อ้าว..555

ไปเล่นกับมันอยู่พักใหญ่ สนุกล่ะกู มีหมาอยู่ข้างบ้าน
สวัสดีเพื่อนรัก
ยินดีที่ได้รู้จัก


กันยายน 2553

ปล.มันชื่อ บีเวอร์ ครับ สมชื่อบีเวอร์จริงๆ เพราะพื้นหญ้าหน้าบ้านของข้างบ้านผม
มีแต่รู รู แล้วก็รู 55
ดีนะแม่งไม่คาบไม้มาทำเขื่อน

30.8.53

อ่านแล้ว...อมยิ้ม







เกิดมาเป็นหมาก็เซ็งจะแย่
พูดก็ไม่ได้ เห่าก็ถูกด่า
แถมยังมาขาหักอีก
ชีวิตครึ่งซีกของ "อมยิ้ม"

แต่นี่คงไม่แย่เท่าโดนเอาลำโพงครอบหัว
แถมตัวเองยังต้องนอนค้างโรงพยาบาล
ใครก็ไม่รู้อยู่ข้างๆ ไม่สนิทด้วย

คิ้วย่นไป 3 พับวันรับกลับ
อยากกลับบ้านใจจะขาด
พลาดที่เกิดเป็นหมา แต่ที่เซ็งกว่าก็คือ
ไม่ได้อยู่บ้านตัวเอง แถมมีลำโพงเซ็งแถมมาอีก


หมอหรือใครจะไปรู้ว่า































กูไม่กัดเฝือกตัวเองหรอก
โว้ยยยยยยย....แต่กูพูดไม่ด้ายยยย

สิงหามคม อมยิ้ม
:)

สิ้นปี 2568

 ส่งท้ายปี 2568 ด้วยการ เมาพับที่ร้าน SlidingDoor น้าเน๊ก อีกวัน (31) พาหญิงไปซิ่งในเมือง กินมิตรโกหย่วนกันตอน 3 ทุ่ม   อากาศดี ผู้คนดี ชีวิ...