15.11.56

My Surly Long Haul Trucker










หลังจากขาย Bruno ไปแล้วเมื่อสองวันก่อน - ก็หาเฟรม Surly Long Haul Trucker มาเพื่อประกอบเป็น Touring ซักคัน หวังจะเริ่มต้นชีวิตการปั่นรถถีบตั้งแต่วันนี้ (ในวงเล็บคือหลังจากว่างเลี้ยงลูกนะ) เพื่อพิสูจน์คำถามของตัวเอง ให้ได้คำตอบว่า ... มึงทำได้ไหม ...

น้องที่มาซื้อ Bruno นิสัยน่ารักมาก นอกจากซื้อรถเราไปแล้ว ก็ยังแถมขนมให้อีก 2 อย่าง นับเป็นคนที่ซื้อของต่อจากเรา คนแรก แล้วมีของติดมือมาให้แบบนี้ แถมยังจะกดเงินเกินมาอีก 2,000 อีกแหน่ะ (555 อันนี้ฮานะ) ก็ขอให้น้องพินสนุกกับการปั่นคุณนาย Bruno นะครับ - พอเห็นรถกับตัวน้องเค้าแล้ว ก็รู้สึกว่า นี่กูซื้อรถคิกขุมาเพื่อขี่ทำไม เพราะมันเหมาะกับผู้หญิงมากกว่าซะอีก 55

หลังจากประกอบ Surly เสร็จ - ทริปแรกขอปั่นกลับแปดริ้วซักทีเป็นการลองวิชาอนุบาลทัวร์ริ่ง
สำหรับคนที่เล่นมันซะทุกอย่างแบบเรา - นี่ก็นั่งนับวันรอ (ไปพร้อมๆ กับป้อนนมลูก)

วางมือจากบิดมอเตอร์ไซค์ ย้ายมาอยู่ภาครถถีบ - เริ่มต้นแล้วนะ

พ.ย. 56

ปล. ตั้งชื่อ Surly คันนี้ว่า ถั่วดำ ละกันวะ ... กากดี 55

4.11.56

เราทำได้







เมื่อวานตื่นตั้งแต่ตี 5.00 เพื่อเตรียมตัวเอาจักรยานใส่รถไปปั่นกับเพื่อนๆ ที่งาน A Day Bike Fest 2013 ที่ท้องสนามหลวง ใจนึงก็คิดว่าจะไหวเหรอวะ ทางไกลไม่ใช่เล่นๆ สำหรับมือใหม่อย่างเรา ขาไปปั่น แต่ขากลับนี่กูโบก Taxi แน่นอน

แต่อีกใจนึงก็อยากพิสูจน์ลิมิตของตัวเองเหมือนกันว่า จะปั่นไปได้มั้ย ... คิดเสร็จก็ขยับรถออกจากบ้าน มุ่งหน้าเอแบคหัวหมาก แวะกินกาแฟ และขนมรองท้องก่อนที่ McDonald สุขาภิบาล ก่อนถึงหน้ามหาลัย 6.00 โมงเช้า อ๊อดกับโต๊ดและรุ่นน้องอีก 2 คนมารอเรียบร้อยแล้ว (ส่วนพี่พงษ์ขี้แตก ตามมาคนสุดท้าย)

จัดแจงประกอบล้อเข้ากับรถเสร็จเรียบร้อย ก็มุ่งหน้าไปร่วมงานปั่นที่ท้องสนามหลวง เข้าสนามกีฬาราชมังคลา ข้ามถนนรามคำแหง ผ่านสี่แยกเหม่งจ๋าย มาเจอยูโทเปีย (ไม่ได้แวะนะ มันเช้าเกิน) ออกเส้นพระราม 9 ปั่นเลียบถนนข้างริมทางรถไฟคลองตัว ไปโผล่อีกทีตรงมักกะสัน ก่อนแวะกินยาแก้แพ้แว้บนึง (5555) คือรู้สึกว่าแปลกๆ ที่ใต้ท้องแขน มันคันยิบๆๆ ถ้าฝืนปั่นต่อไปมีหวังลมพิษแดกตายแน่ อิอิ

ครึ่งทางแถวมักกะสันรู้สึกเมื่อยขา เพราะปั่นต่อเนื่องตลอดเวลา แต่นึกในใจไว้ตลอดทางว่า
... เราต้องทำได้ ...

ปั่นต่อมาจนถึงแยกราชปรารภ ตรงผ่านวังสวนจิตร วัดบวร และพระที่นั่งอนันตสมาคม มุ่งหน้าต่อไป อากาศดี มีลมโชยมาเรื่อยๆ จนมาโผล่ท้องสนามหลวง 07:30 น.

รถที่เข้าร่วมปั่นไม่มีแล้ว (55555) คงเหลือหางแถวที่ขึ้นทางยกระดับไม่ทัน (เช่นพวกเรา) ก็เลยเดินเล่น ทอดน่องอยู่บนสนามหญ้าหน้างาน ถ่ายรูปชิวๆ  หิวข้าวแล้วก็ปั่นไปกินข้าวแถวท่าพระจันทร์ เป็นการพักขาไปในตัวด้วย

อิ่มข้าวสร็จแล้วพวกเราก็ปั่นกลับครับ เลาะทางเดิมกลับมา ถึงเอแบคอีกที 10:00 โมงนิดๆ รวมระยะทางทั้งสิ้น 41 ก.ม. ขาแรงและขาประจำทั้งหลายทำหน้านิ่งๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนมือใหม่อย่างเรา เหงื่อไหลลงง่ามตูด เพราะ 41 ก.ม. ของเรานี่มันเยอะมาก (จริงๆ นะ) แล้วก็เป็นการปั่นจริงจังครั้งแรกซะด้วย ตื่นเต้นยิ่งกว่าหมาออกลูกเสียอีก

แต่ในที่สุดเราก็ปั่นได้ ถึงจะใกล้แค่นี้เอง
นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีกับจักรยาน ซึ่งเราเลือกเอง

ทีแรกอยากลบคำสบประมาทจากคนอื่น แต่คิดไปคิดมา มันไร้สาระเกินไปที่จะปั่นเพื่อเอาชนะใคร สู้พิสูจน์ตัวเองดีกว่า ว่าเราก็ทำได้ เพราะถ้าอยากรู้ ก็ต้องลงมือทำ ถึงจะได้คำตอบให้กับตัวเอง นั่นสนุกยิ่งกว่าอีก

พฤศจิกายน 2556

กลับถึงบ้าน สลบไป 1 ชั่วโมง โอยยยย 555







29.10.56

My Hobby



สะดุดตีนตัวเองอยู่เสียนาน ว่าจะใช้จักรยานแบบไหนดี ที่ขี่แล้วมันไปได้ไกลๆ
สะดุดความคิดคนอื่นอยู่เสียพักใหญ่ ว่าขี่ยังไงให้ชนะคำสบประมาท
โดยที่ ลืมความคิดตัวเอง เป็นสำคัญว่า ชอบและต้องการอะไร มีความสุขในแบบไหน

เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วก็ จบเรื่องจักรยานไปโดยปริยาย ลืมเรื่องการปั่นเพื่อเอาชนะผู้อื่นไปหมดสิ้น
เหลือแต่เพียง ..."ทำยังไงให้สนุก กับสิ่งที่ชอบและเลือกเอง" ...

คือใจความสำคัญของชีวิต

ต.ค. 56

ปล. ทริปเป็นทางการแรกน่าจะเป็น 
Coca-Cola presents a day BIKE FEST 2013

ทุกอย่างอยู่ที่ใจ รถอะไรก็ไปได้ถ้าใจถึง แมวแก่ว่าไว้

14.10.56

วัคซีนเข็มที่สอง





วัคซีนเข็มที่ 2 ของพอดี ป้องกันไวรัสตับอักเสบ ฉีดเรียบร้อย มีร้องเสียงดังตอนที่เข็มจิ้มลงไปที่ต้นขาซ้ายเล็กน้อย แต่ก็เงียบหลังจากพยาบาลส่งมาให้พ่ออุ้ม (น้ำตาหยดแหม่ะๆ)

พอดีน้ำหนักตัวขึ้นมา 1.56 กิโลกรัม จากเดิม 3,020 กรัม กลายเป็น 4,560 กรัม ภายในระยะเวลาแค่ 1 เดือน จากการกินนมแม่เพียงอย่างเดียว แน่นอนจริงๆ น้ำนมจากอก

ต.ค. 56

พอดี มีความสุข

Silpagum 37 REUNION


ไม่ได้เจอกันราวๆ 10 ปีขึ้นไปแล้ว สำหรับไอ้เพื่อนๆ ชุดนี้ ศิลปกรรม วิทยาลัยครูพระนคร รุ่น 37 วันเสาร์ที่ผ่านมา นัดกันไปร้องคาราโอเกะ ที่ร้าน Sheep Village แถวจรัญสนิทวงศ์ 86/1 (แม่งเล่นซะไกล) หนีลูกไปได้ซัก 5 ชั่วโมง ก็ขอตัวกลับ 4 ทุ่ม เพราะมีภาระกิจต้องดูแลเด็กน้อยต่อจากยาย ที่ฝากไว้ช่วงเย็น

ในงาน ฮาและประสาทแดกมาก 555 พวกมันยังคงบ้าบอกันเหมือนเดิม
เอาไว้รอบหน้า ลูกโต จะพาไปสวัสดีๆ ลุงๆ ป้าๆ อีกที

ต.ค. 56


30.9.56

เขื่อนแม่วงก์



กร้าวกำหนดกฎนำด้วยกำหนัด
วิสัยทัศน์มึงสั้นเสมอหู
โลกทรรศน์คับแคบเสมอรู
ถามกูกูตอบเพื่อย้ำเตือน

ถามได้จะเอาเขื่อนหรือเอาป่า
กูขอตอบมึงว่า..กูเอาเขื่อน
ปากใช่ตูด พูดด้วยใจ ใช่เลอะเลือน
ก็ป่านั่นแหละเพื่อน..เขื่อนแท้จริง

กูเอาเขื่อนยืนยง คือพงไพร
เทือกสิงขรนั่นไงวิเศษยิ่ง
ระหว่างคนกับสัตว์..กูเลือกลิง
เอาเสือสิงห์กระทิงกวางช้างกูปรี

พูดไปได้ป่าสร้างได้สัตว์สร้างได้
มึงผสมเองเลยไหมกับแม่หมี
กับแม่หมูแม่ค่างบ่างชะนี
ปลูกป่าดงพงพีได้ฉันใด

ปลูกป่าหรือมนุษย์เอ๋ย ไหนเลยคิด
นกขี้ปริ๊ดก็ปลูกต้นตะขบได้
คนจะปลูกป่าหาโตมรอะไร
ปลูกสำนึกยังไม่ได้เพราะใจพาล

หลงผิดแล้วมึงหรือ คือผู้สร้าง
เกรี้ยวกราดกร่างว่ากูเป็นผู้ต้าน
วิถีธรรมดำเนินมาช้านาน
พวกมึงนั่นแหละใจด้านต้านคลองธรรม

ปลุกระดมสมุนมารให้ต้านป่า
หมายรุกบุกฆ่าบ้าระห่ำ
เพื่อสร้างเขื่อนอวิชชาบ้าระยำ
กี่เขื่อนมึงถึงน้ำยังท่วมไทย

มนุษย์ผิดไม่สำนึกยังคึกบ้า
โง่เขลาเบาปัญญาปัญหาใหญ่
มึงไม่รู้ว่าต่อสู้กับอะไร
ไม่รู้หรือกูมิใช่ศัตรูมึง

ปลูกป่าหรือ..ได้โปรดปลูกสำนึก
ต้นน้ำในห้วงลึกไปให้ถึง
ใสเย็นบริสุทธิ์สุดลึกซึ้ง
เป็นหนึ่งกับแม่วงก์พบจบเขื่อนแล้ว

---- - - - - - - ---- - - - - - -

ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

---- - - - - - - ---- - - - - - - 

กันยายน 2556
ในวันที่หลายคนสู้เพื่อป่า


27.9.56

ความเปลี่ยนแปลงที่คุ้นเคย










ตั้งแต่พอดีมาอยู่บ้านได้ 20 วัน เราสองคนปรับพฤติกรรมหลายอย่าง 
เพื่อให้เข้ากับชีวิตที่เพิ่งจะเริ่มต้นของลูก เริ่มจาก
- กินข้าวด้วยเสียงที่เบาที่สุด เพราะกลัวไปรบกวนพอดี ที่เพิ่งเริ่มหลับ
- กินข้าวด้วยความรวดเร็วที่สุด เพื่อจะได้จัดการธุระส่วนตัว จะได้รอพอดี ที่พร้อมตื่นเสมอ
- กับข้าวที่ไม่เคยชอบ เช่น แกงเลียง แกงเห็ด ต้องซื้อให้หญิงกินบ่อยๆ เราก็เลยต้องกินตาม

และอื่นๆ อีกมากมาย
- ซักผ้าด้วยมือ ผ่านมา 20 กว่าปี เพิ่งกลับมารื้อฟื้น ถึงฝีมือการซักจะห่วยแต่ก็ทำ
- อาบน้ำทันทีที่กลับถึงบ้าน จะได้สะอาด เล่นกับลูกได้ ปกติอาบก่อนนอน บางทีไม่อาบซะงั้น
- เช็ดตูดเด็กที่ขี้แตก บางครั้งก็รู้สึกอึ้งกับขี้ลูกมาก
- ไม่ดูทีวี ข้อนี้พบว่า ไม่เห็นเฉาตาย
- ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ทุกครั้งที่จะสัมผัสลูก 
- ทุกอย่างที่ทำบนห้อง ต้องเบามืด

และอื่นๆ อีกมากมาย ถึงมันจะเป็นความเปลี่ยนแปลง แต่เราก็รู้สึกคุ้นชินกับในหลายเรื่อง
แค่ต้องมารื้อฟื้น เคาะสนิมออก เท่านั้น

กันยายน 2556
พอดี มีสุข

23.9.56

สองอาทิตย์พอดี :)






พอดีออกจากท้องแม่วันที่ 7 กันยายน 2556 ออกจากโรงพยาบาลมาอยู่บ้านวันที่ 10 กันยายน 2556 จนถึงวันนี้ อยู่บ้านมา 13 วันแล้ว ลูกชายเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตลอดเวลา ทั้งเรื่องการมองเห็น การได้ยิน และสัมผัส

แรกๆ มาอยู่ที่ชั้นล่าง การเป็นอยู่ลำบากนิดหน่อย เพราะคนในบ้านเดินผ่านไปผ่านมา อีกทั้งเรายังไม่เป็นส่วนตัวในเรื่องของการนอน เลยตัดสินใจเอาพอดีขึ้นมาเลี้ยงชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องที่เรานอน

เลยต้องทำการบูรณะ ปัดกวาดกันครั้งใหญ่ ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและรวดเร็วพอสมควร เพราะบนห้องเงียบ สะอาด และไร้สิ่งรบกวนมากกว่าข้างล่าง พอดีได้นอนหลับแบบไม่มีเสียงอื่นๆ มาปะปน รวมทั้งพ่อกับแม่ก็ได้ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันส่วนตัวบนห้องเหมือนเคย (หมายถึงอาบน้ำ แปรงฟันน่ะนะ)

16 วันที่พอดีเกิด และ 13 วันที่เขาเข้ามาอยู่ในบ้าน สร้างความแปลกใหม่ให้กับชีวิตพอสมควรในทุกๆ เรื่อง ต่อจากนี้ไปก็เป็นเรื่องของ พัฒนาการ ที่จะต้องเฝ้าดูกันทั้งคู่ ว่าลูกเปลี่ยนไปอย่างไร

กันยายน 2556

ปล.ไม่เคยชอบเด็กผู้ชาย แต่พอลูกเกิดมา กลับไม่มีความคิดนั้นอยู่ในหัวแฮะ  :)

16.9.56

พอดี :)





คืนวันศุกร์ กลับถึงบ้านกันราวเที่ยงคืน เพราะหญิงเคลียร์งานที่คนอื่นทำค้างไว้จนเกือบจะเรียบร้อย กว่าจะได้นอนก็ราวตี 1 กว่า หญิงบอกตลอดว่าท้องเริ่มแข็งเป็นระยะๆ มีเมือกออกมาจากทางช่องคลอดเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะดูจากข้อมูลต่างๆ ที่ค้นหาในเว็บแล้ว ยังไม่เป็นไร
...แล้วเราก็เข้านอน

เช้าวันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2556 ตื่นนอนแต่เช้า ทำธุระส่วนตัวต่างๆ เรียบร้อย เที่ยงกว่าๆ ก็พาหญิงไปพบหมอ ตามใบนัดก่อนที่จะตรวจภายใน ในอีก 1 อาทิตย์ข้างหน้า และคลอดในอีกอาทิตย์ถัดไป (กำหนดวันคลอด 16 กันยายน...ชิวๆ มาก) ถึงคิวที่คุณหมอเข้ามาตรวจ เราบอกอาการต่างๆ ให้ท่านได้ฟัง แล้วหมอก็ให้หญิงเข้าไปอีกห้องเพื่อตรวจภายใน (....ตรวจทำไมวะ ยังไม่ถึงเวลานี่...เริ่มเอะใจ)

หมอเดินกลับออกมาพร้อมเรียกเราเข้าห้องพักแพทย์ - หมอกระหยิ่มยิ้มมุมปากนิดนึง แล้วบอก
...ภรรยาคุณผ่าคลอดวันนี้นะ...บ่ายสามครึ่ง

หญิงเดินกลับเข้ามาจากห้องตรวจภายใน - หมอกระหยิ่มยิ้มมุมปากนิดนึง แล้วบอก
...ยินดีด้วย คุณผ่าคลอดวันนี้นะ...บ่ายสามครึ่ง
เราสองคนมองหน้ากัน .... . .. . . . . . . . . . .......

บ่ายสองครึ่ง เวลาในห้องตรวจหยุดเดิน ทุกอย่างอยู่ในภวังค์ เพราะสิ่งที่หมอบอกก็คือ หญิงกำลังจะถูกผ่าคลอด ในอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้า (เตรียมใจไว้ตั้งวันที่ 16 นู่น...แต่นี่มันอีกแป๊บเดียวเองนะเว้ยเห้ย...) ไม่นาน หลังจากความโกลาหลในห้องจบลง...

ภาพในละครที่เคยเห็นหน้าห้องผ่าคลอด ผุดขึ้นมาฉายตรงหน้าอย่างชัดเจน
- เราคุยกันสองคนหน้าลิฟต์ หญิงนั่งบนรถเข็น กำลังรอลงไปชั้น 4 ห้องผ่าคลอด (เราอยู่ชั้น 17)
- คนท้องน้ำตาคลอเบ้า (ตอนแรกคิดว่าซึ้ง หลังๆ ที่ถามไป ตอบมาดันบอกว่า ... กลัว -"-)
- คนท้องโทรบอกที่บ้าน พ่อ แม่ LINE บอกเพื่อน (LINE ช่วยให้ไม่ต้องกดเบอร์โทรหาหลายคน...ดีว่ะ)
- คนท้องเตรียมตัวลงไปชั้น 3 และรอที่ห้องรอคลอด (ใส่ฟอร์มคนไข้ ... ก็แหง๋ล่ะ)
- เรา (ณ เวลานี้แทนตัวเองว่าพ่อได้แล้ว) กรอกเอกสารต่างๆ นาๆ หน้าห้องรอคลอดชั้น 3
- คนท้องโดนเข็นขึนไปที่ห้องผ่าคลอดชั้น 4 (ทำไมไม่อยู่ชั้นเดียวกับชั้น 3 วะ ขึ้นๆ ลงๆ)
- พ่อ (เราเนี่ยล่ะ) เดินวนไปวนมาๆๆๆๆๆ อยู่หน้าห้องคลอด โดยที่เข้าใจตัวพ่อในหนังแล้วว่า มันเดินทำไมนัก (คือมันต้องเดินจริงๆ นะ เพราะอยู่คนเดียวหน้าห้องคลอดแม่งเครียดชิบหาย...)
- โทรบอกญาติโก โหติกา มิตรรักแฟนเพลงว่า เมีย แม่ แฟน .... ของกู กำลังจะคลอดลูกเว้ย
- บลาๆๆๆๆๆ ฯลฯ

บ่าย 3 โมง 30 นาที ... หน้าประตูห้องคลอด
พยาบาลเข็นตู้ปรับอุณหภูมิออกมา ข้างในนั้นมีเด็กอยู่นอนอยู่ 1 คน ... ลูกผมใช่มั้ยครับ ... (ถามพยาบาล)
... ไม่ใช่ค่ะ (อ่าว เหี้ยละ) คนนี้ก่อนหน้าภรรยาคุณ 10 นาที ของคุณรอซักครู่ค่ะ ...  (อ่อๆ แล้วไป)

บ่าย 3 โมง 40 นาที ... หน้าประตูห้องคลอด
พยาบาลเข็นตู้ปรับอุณหภูมิออกมา ข้างในนั้นมีเด็กอยู่นอนอยู่ 1 คน ... คนนี้ต้องเป็นลูกเราแน่นอน
(ไม่ถามแม่งละ กูว่าชัวร์)

พยาบาลเข็นรถออกมาจอดหน้าลิฟต์ เพื่อจะลงชั้น 3 ผมหยุดมองลูก ทางช่องมองของตู้ปรับอุณหภูมิ

"สวัสดีครับลูก - สบายดีมั้ย เราได้เจอกันแล้วนะ 
เดี๋ยวพยาบาลจะพาหนูลงไปข้างล่าง แล้วเราค่อยเจอกันอีกทีนะ" 
เป็นคำพูดแรกที่เจอหน้าลูก :) (สั้นชิบหาย)

พยาบาลอมยิ้ม... แล้วพาเราสองคนลงลิฟต์ไปห้องเด็กแรกเกิด ชั้น 3
ผมเอ่ยปากตอบคำถามคนในลิฟต์ 2 คน ที่ขึ้นมาก่อนหน้าเราว่า
..."ลูกชายครับ ชื่อพอดี"...  พวกเราในลิฟต์ต่างยิ้มให้กัน :)

ประตูลิฟต์เปิดออก ผมส่งลูกชายหน้าห้องเด็กแรกเกิด ยิ้มให้ แล้วกลับบ้านไปเตรียมของสำหรับหญิง
เป็นวันเสาร์ที่น่าจดจำวันนึงในชีวิต ถึงแม้มันจะโกลาหลมาก และพูดอะไรซึ้งๆ ไม่ออก เหมือนในหนังก็ตามที

7 กันยานยน 2556

ปล. ตอนยังไม่เป็นพ่อ ผมคิดเสมอว่า จะสรรหาวลีซึ้งๆ ทำหน้าซึ้งๆ เพื่อบอกทุกคนอย่างไรดีวะในเวลาที่ลูกเราเกิดมา แต่พอเอาเข้าจริง เจอลูกตัวเป็นๆ อยู่ข้างหน้า แม่งปั้นความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก น้ำตาก็ไม่ไหล ไม่เห็นเหมือนในละครเลย ...ได้แต่จุกอยู่ในคอ




2.9.56

ของชอบที่มีล้อ #2


เคยเขียนไว้ใน ของชอบที่มีล้อ เมื่อไม่นานมานี้ (555) ว่าเริ่มปั่นจักรยานจาก FixedGear แล้วก็มา Hybrid ต่อด้วย Mini Velo 20" สุดท้ายก็ไปลาก Maruishi มาอีก 1 คัน

รวมเบ็ดเสร็จกลายเป็นมีรถ 2 คันในบ้าน ให้ความรู้สึกที่ ฟินมากกกก

หลังจากซื้ออะไหล่มาเพิ่มเติมทั้งสองคัน เหลือบางอย่างอีกนิดหน่อยจะครบที่ต้องการ ก็จับเอามาถ่ายรูปคู่กันไว้ก่อน วันอาทิตย์เช้าเอา Maruishi ออกไปปากซอย ยางหลังดันไปรับตะปูเข้ามา 1 ดอกมิดด้าม ทำให้ต้องเข็นแท่ดๆๆๆ กลับบ้าน มาเปลี่ยนเอา Bruno ออกไปส่งของ

แหม่ ... เท่ห์จัง 5555

กันยายน 2556

ปล.สนุกกับการปั่นจักรยานมาก ไกลใกล้ ไม่ใช่ประเด็นแล้ว ที่สำคัญคือ มันทอนเวลาว่างได้หมดจด

36 สัปดาห์พอดี :)






เสร็จสิ้นภารกิจอาทิตย์อันแสนวุ่นวาย หลังจากวันเสาร์ พาลูกไปหาลุงหมอ เพื่อตรวจครรภ์ 36 สัปดาห์เต็ม ทุกอย่างปรกติ และพร้อมคลอดในอีก 2 อาทิตย์ข้างหน้า ประมาณ 15-21 กันยายน 2556 แต่เราเลือกวันที่แล้วคือ 16 กันยายน จากที่ยายจิ๋มเป็นธุระไปดูดวงให้เรียบร้อย (เกิดวันจันทร์ วันเดียวกับป๊ะป๋าเลย สนุกล่ะ 555)

เสร็จจากโรงพยาบาลก็แวะกินข้าวกับเกด ออย ที่แฟชั่นไอซ์แลนด์ ต่อด้วยการขับรถไปหาปู่กับย่าที่แปดริ้ว เพื่อเอาของไปฝาก

วันอาทิตย์สายๆ ออกไปงาน Workshop ที่จัดโดย AVENT ในหัวข้อ "My Baby & Me" เกี่ยวกับการให้นม และประโยชน์ของนมแม่ที่บางคนยังไม่เข้าใจ งานจัดแบบเรียบง่าย (แต่ของว่างอร่อยม๊ากกก) เชิญวิทยากรที่เชียวชาญเรื่องการให้นมแม่ อย่าง ป้าหมอ และอีกหลายท่านมาบรรยาย ได้ความรู้กลับบ้านกันไปอย่างสนุกสนาน

ถือเป็นการเตรียมตัวก่อนสุดท้าย ที่ ด.ช.พอดี จะออกมาป่วนโลกเร็วๆ นี้

ที่เหลือก็ จักรยานโดนตะปูบ้าง วาดรูปเสือบนพุงหญิงบ้าง ตามสมควร อิอิ

กันยายน 2556




สิ้นปี 2568

 ส่งท้ายปี 2568 ด้วยการ เมาพับที่ร้าน SlidingDoor น้าเน๊ก อีกวัน (31) พาหญิงไปซิ่งในเมือง กินมิตรโกหย่วนกันตอน 3 ทุ่ม   อากาศดี ผู้คนดี ชีวิ...