27.10.52

Love is all around


ในบางเวลาที่ใจต้องการใครซักคน...
คนเดียวที่เข้ามาทำให้ใจที่เคยได้สับสน
กระวนกระวายไม่เป็นอันทำอะไรและทุกทน
กลายมาเป็นสุขล้นกลายมาเป็นอีกคนได้ทันที

เพราะว่าคนเราในบางเวลาก็คงต้องเจอกับปัญหา
บางคนที่หาทางออกไม่ได้ก็เลยต้องกลายเป็นคนบ้า
แต่มีสิ่งหนึ่งที่พอจะทำให้ใจได้เยียวยา
เข้ามารักษาติดปีกให้ใจล่องลอยไปในนภา

รักยิ่งใหญ่ของใคร... ใครซักคนนึง
จะพอให้ใจได้ซึ้งตราตรึงไม่จางหายไป
ถ้าหากความรักยังอยู่รอบตัวเต็มทุกหัวใจ
โลกนี้ก็คงสดใสด้วยใจแห่งรักของเรา

ก็มีบางคนในบางเวลาที่เขาไม่มีใคร
เมื่อเธอต้องเดินไปเจอไม่รู้จะเดินไปทางไหน
คงทำได้เพียงแค่เตือนตัวเองว่าเค้าต้องทนได้
ต้องเจอจุดหมายและใจก็คงได้เจอกับรักจิง

ไม่ว่าจะพูดไม่ว่าใปก็คงต้องการจะมีบ้าง
ที่อยากเจอก็ลองอดใจแล้วคงมองเห็นไม่ยากนัก
ไม่นานก็คงประจัก.. สิ่งที่เรียกว่าความรัก
เลิกซักเลิกถาม ไปตามหามันด้วยใจตัวเองซักครั้ง

รักยิ่งใหญ่ของใคร... ใครซักคนนึง
จะพอให้ใจได้ซึ้งตราตรึงไม่จางหายไป
ถ้าหากความรักมีอยู่รอบตัวเต็มทุกหัวใจ
โลกนี้ก็คงสดใสด้วยใจแห่งรักของเรา

จิงๆในใจใครๆก็รู้และคงเข้าใจดี
อะไรที่ทำให้เรายังคงอยู่บนโลกใบนี้
อะไรที่ทำให้เราได้มีเวลาที่แสนดี
เพียงแค่ทำเท่านี้พูดอีกทีให้ดังให้ซึ้งใจ

ก็เส้นลึกๆแต่คนที่ทำให้โลกนี้มีความรัก
ก็อยากจะทิ้งจับมืออีกทีก็นี่หละความรัก
และขอให้รักที่อยู่บนโลกมีมากกว่าดวงดาว
Love is all around ยัวเฮิด Love is all around

รักยิ่งใหญ่ของใคร... ใครซักคนนึง
จะพอให้ใจได้ซึ้งตราตรึงไม่จางหายไป
ถ้าหากความรักยังอยู่รอบตัวเต็มทุกหัวใจ
โลกนี้ก็คงสดใสด้วยใจแห่งรักของเรา

นั้นมันก็คือรักยิ่งใหญ่ของใคร... ใครซักคนนึง
จะพอให้ใจได้ซึ้งตราตรึงไม่จางหายไป
ถ้าหากความรักยังอยู่รอบตัวเต็มทุกหัวใจ
โลกนี้ก็คงสดใสด้วยใจแห่งรักของเรา
เขาใหญ่ - ปากช่อง
24 ตุลาคม 2552
:)

20.10.52

no more. i'm yours


Jason Mraz - I'm Yours
http://www.youtube.com/watch?v=LHnJGXwr-HU

Well, you done done me and you bet I felt it
I tried to be chill but your so hot that I melted
I fell right through the cracks, now I'm tryin to get back
before the cool done run out I'll be givin it my best test
and nothin's gonna stop me but divine intervention
I reckon it's again my turn to win some or learn some

But I won't hesitate no more,
no more, it cannot wait
I'm yours

Well open up your mind and see like me
open up your plans and damn you're free
look into your heart and you'll find love love love love
listen to the music of the moment people dance and sing
We're just one big family
And it's our godforsaken right to be loved loved loved loved loved

So, i won't hesitate no more,
no more, it cannot wait i'm sure
there's no need to complicate our time is short
this is our fate
I'm yours

I've been spendin' way too long checkin' my tongue in the mirror
and bendin' over backwards just to try to see it clearer
But my breath fogged up the glass
and so I drew a new face and I laughed
I guess what I'd be sayin' is there ain't no better reason
to rid yourself of vanities and just go with the seasons
it's what we aim to do
our name is our virtue

But I won't hesitate no more,
no more it cannot wait
I'm yours

Well open up your mind and see like me
open up your plans and damn you're free
look into your heart and you will find that the sky is yours

so please don't, please don't, please don't,
there's no need to complicate,
Cause our time is short
This, this, this is our fate,
I'm yours

สวัสดีเดือนตุลาคม 2552
"วันฝนพรำ"

14.10.52

โล่ง ว่าง ไม่ต่างจากความเหงา

ในเมื่อเลือกแล้วว่าทางนี้เราคงจะเดินต่อไปอย่างสบายใจ ต่อให้ข้างหน้าไม่มีใคร โล่งและว่าง หรือเงียบเหงาแค่ไหน ก็จะเดินต่อไปแบบไม่หันหลังกลับมามอง แต่ไม่ได้รู้สึกว่าที่ผ่านมานั้นมันเลวร้าย เพียงแต่อึดอัดกับสิ่งที่ได้ทำลงไปเพียงเพราะคำว่า "หน้าที่" แต่วันนี้ก็ได้ผ่านมาแล้ว ก้าวข้ามมาแล้ว

ต่อให้โล่งและว่างหรือเงียบเหงาแค่ไหน
ก็จะเดินต่อไปแบบไม่หันหลังกลับมามอง
ถึงแม้มันจะไม่ต่างจากความเหงา...ซักเท่าไหร่ก็ตาม

เอแบค 2552

6.10.52

บ า ง ค รั้ ง ... มี เ พี ย ง เ ร า ที่ เ ข้ า ใ จ


ย่างเข้าเดือนตุลาคมมาได้อาทิตย์กว่าๆ ฟ้าและฝนยังคงทำหน้าที่ ที่เหมือนจะเกินฤดูกาลไปซักนิด ฝนยังคงตกแบบไม่ลืมหูลืมตาแบบชนิดที่ว่า ปีหน้าไม่รู้ว่ามันจะยังคงตกได้หนักเท่านี้อีกหรือเปล่า อาทิตย์ที่ผ่านมาได้ไปเที่ยวปากช่องกับเพื่อนๆ ที่ขี่ Harley ด้วยกัน ทั้งจากกรุงเทพ ระยอง จันทบุรี ตราด ร่วมๆ 30 คัน (ความจริงไม่ได้แบ่งแยก แค่ส่วนใหญ่คนที่มาเสือกมีแต่ harley) -_-'

เป็นการนัดกันขี่เที่ยวตามประสาคนอยากขี่รถ ไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากความอยากขี่ อยากไปกับเพื่อนและคนที่คุยภาษาเดียวกัน ถึงแม้คนอื่นจะมองว่า พวกนี้มันบ้า ขี้แอ๊ก ร้อนก็ร้อน ฝนก็ตก ฝนตกมันก็ยังขี่กันได้ไม่ยอมหยุด รถมีขับสบายๆ ก็ไม่เอา...เปล่าประโยชน์ที่จะอธิบายว่าเพราะอะไร หากคนเหล่านั้นไม่เข้าใจความเป็นเรา และความคิดของเราจริงๆ

หากสงสัยว่า

ขี่รถตากฝนมันสนุกตรงไหน?
ขี่รถตากแดดมันสนุกตรงไหน?
มันก็เปล่าประโยชน์ที่จะอธิบายว่าเพราะอะไร?

แต่หากจะย้อนถามกลับไปว่า ทำตามใจตัวเองมันผิดตรงไหน?
มันก็เปล่าประโยชน์ที่จะฟังคำอธิบายว่าเพราะอะไร? อีกเช่นกัน
เพราะบางครั้งก็มีเพียงเราที่เข้าใจ

ปากช่อง
4 ตุลาคม 2552

1.10.52

นั บ ห นึ่ ง ใ ห ม่ ใ น เ ดื อ น ตุ ล า

สวัสดีเดือนตุลาคม 2552 ครับ (เหมือนเดิม...คือกูสวัสดีใครวะ) ใครก็ได้ละกันที่พลัดหลงเข้ามาอ่านบล็อครั่วๆ ของผมเข้าให้แล้ว สภาพอากาศของต้นเดือนตุลาคม ยังคงมีฝนปกคลุมทั่วทุกพื้นที่ (กรมอุตุมาเอง) ฝนตกแบบไม่ลืมหูลืมตามาเป็นเวลาสามเดือนกว่าแล้ว แว่วมาว่ามันจะยังคงตกต่อไปอีกนาน

เริ่มต้นเดือนใหม่ในปีนี้ ชีวิตเรามีเรื่องสำคัญที่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้น คือการตัดสินใจทำอะไรอย่างที่ใจคิดมาเป็นเวลา 5 ปี ได้เสียที รู้สึกเบา และโล่งสบายมากกว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้ว อะไรๆ ที่เคยแบกรับไว้ด้วยคำว่าหน้าที่ มาวันนี้ไม่มีอีกแล้ว ปล่อยมือแล้วให้มันลอยขึ้นฟ้าไปหมดทุกสิ่ง

ขอโทษที่ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่สัญญากับแม่ไว้ในใจ ผมทำได้แต่ไม่ทั้งหมด แต่คิดว่าทำดีที่สุดแล้วครับ มันได้เท่านี้จริงๆ มากกว่านี้ก็คงเหมือนการหลอกตัวเองไปเรื่อยๆ ตัวเราไม่สำคัญเท่าหลอกคนอื่นให้เขามีความสุข ทั้งๆ ที่ตัวเองนั่งอยู่บนความทุกข์

ความทุกข์ที่แม่เคยสอนไว้ว่าให้ละ ให้วางมันบ้าง ก็พยายามทำนะครับ แต่ทำได้เท่านี้แหล่ะ นับแต่นี้ก็ได้แต่หวังอย่างเดียวว่า หลังฝนคงมีความสดใสให้กับเราบ้าง เพราะว่าได้หลุดพ้นพันธะที่มันมัดตัวไปได้แล้ว จากนี้ก็คงเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ได้อย่างสบายใจเสียที

มีหรือไม่มีใครไม่ใช่เรื่องสำคัญแล้วล่ะ..

สุวรรณภูมิ 2552

15.9.52

ลื ม คิ ด ถึ ง หั ว ใ จ ค น ใ ก ล้ ตั ว

บางครั้งเรามองแต่คนไกลตัว และห่วงว่าเขาเหล่านั้นจะมองเราและคนใกล้ตัวเราในลักษณะไหน ดีหรือร้าย? จนลืมคิดถึงความรู้สึกของคนใกล้ตัว ว่าบางที เขาก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า ความเข้าใจระหว่างเรา 2 คน โดยที่เขาเองก็ไม่ได้สนใจ คนไกลตัว มากไปกว่าเราเท่าไหร่นัก

ลืมไปว่า รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนที่ผมรัก มีค่ามากกว่าความสุขของเราเพียงใด

ปล. ช่วงนี้เมนส์ไม่มา เลยมีเรื่องให้คิดเยอะ
โดยลืมไปเหมือนกันว่า เมื่อก่อนมึงก็ไม่ได้คิดอะไรขนาดนี้ วันๆ เอาแต่บ้าๆ บอๆ ไปตามเรื่อง
ซึ่งมันก็มีความสุขดี ถ้าได้เห็นรอยยิ้มของคนที่เรารัก

มิใช่เหรอวะ ?

ห ลั ง ฝ น พ ร ำ


ในขณะที่รอบๆ ตัวมีแต่ความมืด
เชื่อว่าอีกไม่นานมันก็จะสว่าง
และสดใส

ในเวลาที่ความคิดส่วนตัวยังดูอึมครึม
ความรู้สึกกลับบอกว่า ไม่นานมันก็จะสว่าง
และสดใส

ถ้าบนทางข้างหน้านั้นชัดเจนและมีพื้นที่ว่างพอ
ก็คงได้เจอสิ่งที่หายมานาน...ซักที

14.9.52

บ น ท า ง ข้ า ง ห น้ า

หนทางข้างหน้าที่ว่าง โล่ง และเงียบสงบ คงจะทำให้พบความสุขเล็กๆ ที่ค้นหามานาน หากแต่เพียงว่ามันยังคงคลุมเครือและไม่ชัดเจน หมอกบางๆ ยังไม่จางลง ควันสีเทาบนถนนยังคงปกคลุมอยู่ ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปต่อดี หรือจะหยุดรอให้มันสะดวก และชัดเจนมากกว่านี้ 2 เดือนที่ผ่านมา เกิดความรู้สึกที่ดีๆ ขึ้นอย่างมากมาย บางครั้งมั่นใจและมั่นใจว่า นี่คงใช่อะไรๆ ที่เราหามานาน แต่ในบางจังหวะและบางอารมณ์ของคนเช่นเรา มันก็อดคิดไม่ได้อยู่ดีว่า

...จะไปต่อดี หรือหยุดรอให้มันสะดวกและชัดเจนมากกว่านี้กันแน่ ???

ครบรอบ 2 เดือน
17 กันยา 2552
bypass road, rayong

11.9.52

ก ร ะ ตุ ก ห า ง เ หี้ ย


เมื่อวานเมาแฮงค์จากงานปาร์ตี้ทาสีบ้าน (เพ้นท์เฮาส์) ก็เลยลางานแม่งซะ 1 วันครับ (ครับกะใครวะ??) นอนอยู่กะบ้านเฉยๆ เพื่อชดเชยพลังงานที่เสียไปจากคืนวันก่อน นอนหลับไปได้ซักครึ่งชั่วโมงในห้องนอนส่วนตัว เสียงโทรศัพท์ก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับปลายสายลั่นเข้ามาในหูว่า "อยู่บ้านเหรอ งั้นลงมาช่วยยกของข้างล่างหน่อย ช่างมาทำประตูไสลด์กั้นห้อง" เสียงแม่ตะโกน (ใช่ครับ ตะโกน) ในโทรศัพท์มาว่ายังงั้น ก็เลยกระดกตูดลุกจากเตียงแบบมึนๆ ลงมาช่วยยกของ

ช่างมาทำประตูกั้นกลางบ้านเพื่อแทนผ้าม่าน ที่ฝุ่นเริ่มเกาะ ได้ชั่วโมงกว่า ก็ได้เวลาเล่นเนท เปิดดูเว็บฮาร์เลย์ได้พักนึงแม่ก็ตะโกนข้ามหัวมาว่า "รถนะเพลาๆ บ้าง จะซื้อทำไมนัก เงินทองมีไว้ก็เก็บมัั่ง โตแล้ว" เท่านั้นก็ร่ายยาววววววววววววววววววววววววววววววววววว

นั่งสะอึกกับคำของแม่อยู่พักใหญ่ เพราะได้คิดแว่บนึงว่า 2 ปีที่ผ่านมาเราเองใช้เงินแบบระยำมาก มีไว้ใช้ก็ใช้เข้าไป ไม่ได้สนใจอะไรว่ามันจะเกิดในภายหน้า เงินเก็บที่เคยมีครึ่งแสน แล่นผ่านหน้าเหมือนรถแข่งแดร็ก เร็วหายไปในสายลม ทั้งกลม แล้วก็แบน...อะไรที่เรียกว่าชีวิต กันวะ??? เรามีคำถามในหัวสมองขึ้นมาฉับพลัน แล้วก็สะบัดตูดไปธนาคารเพื่อเก็บเงิน ณ แต่วินาทีนี้ ???!@#%@%$

ลำพังแค่เพียงแม่พูดคนเดียว ก็คงทู่ซี้ต่อไปเรื่อยๆ เพราะชินกับคำที่แม่ชอบแซะเราเป็นนิจอยู่แล้ว
แต่นี่ มีคนอีก 1 คน ที่พิเศษ...
มากระตุกหางเหี้ย ให้หันหลังกลับเข้าฝั่ง
ยามที่มันกำลังจะหันหน้าออกทะเล (เหี้ยที่ไหนอยู่ในทะเลวะ)

ขอบคุณนะที่เป็นห่วง
ขอบคุณนะที่พูดแบบนั้น
ขอบคุณนะที่เข้าใจและหวังดี

ปล. เขินว่ะ เหี้ยเอ้ย
ปลล. 11-09-09 ก็เป็นวันที่ดีๆ เท่ากับวันที่ 09-09-09 เหมือนกันนะโว้ย

7.9.52

ห นึ่ ง ค ว า ม ห ม า ย แ ต่ ห ล า ย ค ว า ม คิ ด


ผมเก็บภาพนี้ไว้จากแพวัดแหลม เพราะว่าชอบในโทนสีที่ใกล้เคียงกันของผิวเรือและผืนน้ำ รวมทั้งความสงบนิ่งของกระแสน้ำ ความเก่าที่เล่าเรื่องราวของเรือแจวสมัยโบราณได้เป็นอย่างดี นั่นเป็นความชอบส่วนตัว ที่ไม่ได้คิดอะไรเกินกว่าที่มือกดชัตเตอร์ (มือถือ)

บางครั้งเราคิดเพียงแค่นิดเดียว และไม่ได้ต้องต่อยอดความคิดให้ยาวไกลไปอีก แต่คนรอบๆ กลับมองไปอีกรูปแบบนึง ซึ่งต่างจากที่เราคิดไปคนละทาง มันห้ามกันไม่ได้

บ้างก็ว่ารูปนี้เรือเอียง สีของฉากกลืนไปกับวัตถุ ทำให้ไม่มีจุดเด่น หรือหาคอนทราสไม่ได้ อะไรก็ตามแต่ เราก็ยังเป็นเราอยู่วันยังค่ำ คือต้องการทำเพื่อนสนองความคิดและจิตใต้สำนึกของตัวเองเพียงเท่านั้น และเมื่อได้คิดและลงมือทำแล้ว ก็คิดเพียงเท่านั้น ทำเพียงเท่่านั้น เพื่อให้ก้อนความคิดมันละลายไปกับสิ่งที่เราได้ทำ

เคยเอ่ยกับคนๆ นึงไว้ว่า ไม่ได้ต้องการอะไรเหมือนที่เคยได้ เพราะหมดความต้องการแล้ว ก็หมายความว่าหมดจริงๆ ไม่สามารถย้อนกลับมานั่งนับหนึ่งใหม่ได้ ก็ได้ทำตามอย่างที่พูดและคิดแล้ว และมันจะไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น... ได้สัญญาอะไรไว้กับคนๆ นึง ก็จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้ แต่จะคิดต่อกันไปอย่างไร คงห้ามกันไม่ได้

ในเรื่องของความคิดของคนหนึ่งคน
หลายคนจะตีความกันไปกี่ความหมาย หรือได้กี่ใจความก็ไม่เป็นไร
เราแค่หมายความ ตามที่เราคิดเพียงเท่านั้น

1.9.52

ม ะ เ ร็ ง ข อ ง แ ม่ ฉั น


ขึ้นต้นได้อย่างน่าใจหายจริงๆ สำหรับคำว่า มะเร็ง โรคที่หลายคนเป็น และหลายๆ คนไม่อยากที่จะเป็น (แต่มันเลือกไม่ได้ว่ะ) และมันยิ่งน่าใจหายเข้าไปอีก เมื่อคำว่ามะเร็ง เสือกทะลึ่งมานำหน้าคำว่าของแม่ฉัน หมาย ความตามนั้นนั่นล่ะครับ คือแม่ผมเป็นมะเร็ง...

มะเร็งในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง มาแค่เล็ง แต่ไม่ได้ยิงนะครับ (ทำเป็นขำไป) แต่ผมกำลังหมายถึง กลุ่มของโรคที่เกิดเนื่องจากเซลล์ของร่างกายมีความผิดปกติที่ DNA หรือสารพันธุกรรม ส่งผลให้เซลล์มีการเจริญเติบโตมีการแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์ รวดเร็วและมากกว่าปกติ ดังนั้น จึงอาจทำให้เกิดก้อนเนื้อผิดปกติ และในที่สุดก็จะทำให้เกิดการตายของเซลล์ในก้อนเนื้อนั้น เนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยง...

ซึ่ง เผอิ๊นนนน มาเกิดกับแม่ผมในรอบอายุ 65 ปีของแกพอดิบพอดี ราวกับว่าฟ้าได้ submit แล้ว ว่าคนนี้น่ะ เอามะเร็งไปแดก (ทำเป็นขำไป) เพราะงั้นก็จงเป็นมะเร็งซะ จะว่าโชคดีหรือว่าโชคไม่ดีก็ไม่รู้ครับ เพราะไอ้มะเร็งของแม่ผม มันดันไปเกิดอยู่บนต้นขาซ้าย ในรูปแบบของก้อนไขมันส่วนเกินที่โตวันโตคืนมาเป็นเวลา 20 กว่าปี ช่วงหลังมานี่มันคงกินอิ่มนอนหลับ โตเอาอ้วนเอา ทำให้ต้นขาข้างซ้ายของแม่ผมมีขนาดใหญ่กว่าปรกติ

ที่ว่าใหญ่กว่าปรกติเนี่ย ให้นึกภาพก้อนไขมันส่วนเกิน ขนาดความยาวจากหัว ถึงหาง 1.5 ฟุต ลำตัวกว้าง .5 ฟุต และน้ำหนักที่ชั่งเมื่อเช้าวันนั้น (วันที่หมอผ่ามันออกมา) ได้ปริมาตรสุทธิ 2.4 กิโลกรัมอย่างเป็นทางการถ้าเทียบกับน้ำหนักเด็กแรกเกิดนี่ถือว่าน้อยจัดทีเดียวละครับ อาจจะต้องเข้าตู้อบหลายวัน แต่นี่เผอิญมันเสือกเป็นมะเร็งน่ะ มันก็เลยไม่น้อย จนต้องเดือดร้อนให้หมอที่โรงพยาบาลศิริราช หั่นมันออกซะ

หั่น ออกไปแล้วพร้อมกับสบายใจว่าไปซะได้ก็ดี ไอ้มะเร็งนรก มาเกาะแม่กูทำไมครับ ผลการผ่าตัดหลังจากนอนศริราช 2 อาทิตย์ ผลการพิสูจน์ก็ออกมาครับ ปรากฏว่าก้อนไขมันที่มีเศษชิ้นเนื้อต้นขาของแม่ติดไปด้วยนั่นเป็นเนื้อร้าย เรียกง่ายๆ ว่ามะเร็งเนื้อเยื่ออ่อน...

แสรดดดด ตัวจากไปแล้วยังทะลึ่งฝากทายาทไว้อีกแหน่ะ ว่าแล้วพ่อกับแม่ รวมทั้งที่บ้านก็เซ็งครับ ว่าแม่เป็นมะเร็งอีกโรคนึงแล้วเหรอวะ? เพราะแม่ผมเป็นสมาชิกตลอดชีพของโรคภูมิแพ้มาก่อนหน้านั้นแล้วครับ (ราวๆ ซัก 20 กว่าปีเห็นจะได้) ใครไม่เคยเจอ แม่นี่ล่ะเจอมา เป็นโรคน่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในโลกใบนี้แต่นี่มาเป็นสมาชิกใหม่ของโรงมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนเข้าไปอีก ถึงกับฮากันไม่ไหวเลยทีเดียว แต่ก็ยังดีที่มันไม่ได้ร้ายแรงเหมือนกับมะเร็งในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ที่ส่วนใหญ่เป็นแล้วก็เตรียมบอกลาโลกกันได้เลย

มะเร็งของแม่ได้สร้างความลำบากกาย หรือลำบากใจให้กับตัวเขาเองซักเท่าไหร่นัก อาจเป็นเพราะว่าแกเจอกับโรคภูมิแพ้และเป็นหนักมาตลอดชีวิตแล้วก็ว่าได้มะเร็งมันก็เลยดูเด็กๆ ไป การดูแล และระวัง มันก็เป็นแค่การที่ต้องเข้าตรวจร่างกายที่ศริริราชบ่อยครั้งขึ้น เพื่อตามติดสถานการณ์ว่าไอ้เชื้อมะเร็งมันจะลามไปที่ไหนบ้างหรือเปล่าถ้าไม่ลามก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้ามันเกิดลามขึ้นมาก็ค่อยว่ากัน

อ่านดูเหมือนแม่ผมไม่ได้ยี่หระกับโรคนี้เท่าที่ควรเลยนะครับ
แต่มะเร็งไม่ได้น่ากลัวเลย รู้ไว้ซะ เพราะคนเราเต็มที่ก็แค่ตาย
ที่ผ่านมาก็เจอความตายมาแล้ว 3 รอบ ถ้าเจออีกรอบก็ไม่เห็นแปลก
แม่ผมบอกแบบนั้น

ผมเชื่อใจของแม่ผมนะครับ ว่าแกมีความคิดแบบนั้นจริงๆ และตลอดมาแม่มีทัศนคติกับโรคภัยไข้เจ็บแบบนี้ตลอด คือมันห้ามให้เกิดโรคกับเราไม่ได้หรอก แต่เราห้ามใจให้ไม่คิดป่วยตามโรคได้ ในวงเล็บ ถ้าหัวใจแข็งแรงพอ

ขอให้แม่มีสุขภาพแข็งแรง มีกำลังใจด่าผมนานๆ ละกันครับ
ผมเห็นแม่ผ่านด่านชีวิต Level ระดับเทพมาแล้ว 3 ครั้ง
อะไรมันจะเกิดขึ้นกับแม่ในครั้งหน้าอีกที มีผมอีกคนที่จะไม่ยี่หระกับคำว่าเสียใจเป็นครั้งที่ 4
เพราะว่าแม่ผมได้บรรลุถึงคำว่า "ความสุขในชีวิต" มาแล้วน่ะครับ

ขอให้สุขภาพของคนที่รัก ของทุกคน แข็งแรง
และที่สำคัญ ในวงเล็บ (ด้วยหัวใจที่แข็งแรง)

ปล. ใครสนใจ (ผมหมายถึงสนใจศึกษาเกี่ยวกับโรคนี้นะครับ ไม่ได้สนใจที่จะเป็นมะเร็ง)
หรือว่าคนใกล้ตัวของใครกำลังเป็นโรคนี้อยู่ ให้เข้าไปอ่าน ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคมะเร็ง
ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติเขาได้เลยครับ จะได้ทำความรู้จักกับโรคนี้ซะ ว่ามันเป็นอย่างไร
และมีวิธีการดูแลรักษา หรือป้องกันยังไง

ขอบคุณครับ

สิ้นปี 2568

 ส่งท้ายปี 2568 ด้วยการ เมาพับที่ร้าน SlidingDoor น้าเน๊ก อีกวัน (31) พาหญิงไปซิ่งในเมือง กินมิตรโกหย่วนกันตอน 3 ทุ่ม   อากาศดี ผู้คนดี ชีวิ...