30.5.56
พอดี :)
1.พอดีอยู่บนรถบัส เลยถ่ายรูปตึก CL เก็บไว้
2. พอดีฟ้าหน้าเอแบค หัวหมากมันสวย เลยได้ภาพนี้มา
3. พอดีฝนลงเม็ด เลยกดภาพเก็บไว้แถวบางเตย
4. พอดีฝ้าขึ้นกระจก เลยเขียนบอกรักรถตัวเองซะ
เมื่อวานเล่านิทานให้ลูกฟัง 5 เรื่อง...
พอดีว่า ลูกมันตุ๊ยมือเรา ในขณะที่เราเล่านิทาน ก็เลยฮึกเหิม เล่าเพิ่มจาก 3 มาอีก 2
พอดีว่า ปลื้มใจ
:)
พ.ค. 56
27.5.56
วิสาขบูชา 2556
พักร้อน 5 วันสุดท้ายของปีนี้ ตรงกับวันวิสาขบูชาพอดี (24 พ.ค.56) เป็นพักร้อนเกือบจะสุดท้ายและส่งท้ายปีการศึกษา 2555-2556 ไปรับ-ไปส่ง พร้อมกับไปนั่งเฝ้าคนท้องและคนในท้อง ที่ออฟฟิศเกือบทุกวัน แบกจักรยานไปปั่นรอบสนามราชมังคลา แก้ว่างไปพลางๆ
ถึงวันพระใหญ่ พาทั้งสองคนไปไหว้พระที่ วัดประชุมราษฎร์ ลำลูกกา เพื่อเป็นศิริมงคลตามประเพณีอันดีของคนไทย ไม่คิดเหมือนกันว่า จะได้มาเวียนเทียนแบบไม่คาดคิด กับวัดที่เคยขับรถผ่านมาตั้งหลายรอบ - เราเคยคุยกันเสมอว่า ช่วงน้ำท่วมปี 54 วัดนี้เป็นวัดเดียวของละแวกลำลูกกา ที่น้ำไม่ท่วม
ได้มีโอกาสมาไหวหลวงพ่อองค์สีทองอร่าม รู้สึกอุ่นใจ :)
หยุดเสาร์-อาทิตย์ ไปเพชรบุรี เลี้ยงส่งรุ่นน้องที่คณะวิศวะ ลาออกจากการทำงานที่เอแบค ไปขายของส่วนตัว ที่มีชีวิตต่างจากเราไปอีก 1 คน - เวลาผ่านมานาน เกิน 15 ปีเห็นจะได้แล้วที่คบหาสมาคมกัน วันนี้ถึงเวลาต้องแยกย้าย
ทุกอย่างรอบๆ ตัวเรา ปรับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป
ตามปกติ อย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เลือกได้ เป็นอย่างนี้ไปเสมอ
พ.ค. 56
ปล.ลูกชายไม่ยอมเล่นด้วย เอามือไปจับท้องไม่มีการกระทุ้งเหมือนทีแรกที่รู้สึก แต่พออยู่กับแม่ กระทุ้งกันตุ่กตั่กๆๆๆ อิโถ่ ลำเอียงชัดๆ 5555
20.5.56
สัมผัสแรก
23:02 วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2556 ลูกกระทุ้งโดนมือเรา
จากในท้องหญิง เป็นครั้งแรก
พ.ค.56
รู้สึกดี :)
14.5.56
มะเร็งของแม่ฉัน 2
เคยเขียนไว้ใน มะเร็งของแม่ฉัน เมื่อปี 2552
เมื่อวานคุย LINE กับพ่อ แกส่งภาพขาของแม่ ที่พ่อพาไปเข้ารับการรักษา ภูษาบำบัด ที่ รัชวิภา MRI CENTER เป็นครั้งแรก ในจำนวน 5 ครั้ง เพื่อลดอาการบวมของขาซ้าย อันเกิดจากระบบน้ำเหลืองที่เสียศูนย์จากผลข้างเคียงของการฉายแสง ตอนเป็นมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนที่ต้นขาใหม่ๆ
ผลการรักษาหลังจากรัดด้วยการ "ขันชะเนาะลดบวม" ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ เพราะขนาดของการบวมลดลง แต่คงต้องรอดูผลหลังจาก 5 วันผ่านไปอีกที ว่าจะเป็นไปในทางไหน ตามคำวินิจฉัยของหมอ
ผลที่ได้เพิ่มเติม หลังจากการรักษาที่นี่อีก 1 อย่างก็คือ หลังจากนี้ แม่จะกินเจตลอดชีวิต เพื่อลดปริมาณไขมันในร่างกาย ที่มีจำนวนมากจนเกินไป ฟังแล้วก็รู้สึกใจชื้น สุขภาพร่างกายของแกจะได้ดี อยู่เลี้ยงหลานคนที่ 3 ไปอีกนานๆ ต้องขอบคุณทั้งหมอ ทั้งวิทยาการของการรักษาต่างๆ ที่แม่ผ่านมาหลายครั้งเป็นอย่างมาก
ผมเคยบอกพ่อกับแม่ หรือใครๆ เกี่ยวกับอาการป่วยของแม่ผมไว้ว่า
"ถ้าแม่อยู่กับพ่อ ผมสบายใจมากกว่าอยู่กับหมอที่โรงพยาบาลซะอีก"
เพราะ กำลังใจ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดของการรักษา หรือในยามที่เราเจ็บไข้ได้ป่วย
แม่ มีพ่อ เป็นเสมือนยาอีกขนานนึง ที่ทำให้แกอบอุ่นเสมอๆ
ณ วันนี้ เกือบ 30 ปีแล้วที่เห็นแม่เดินเข้าออกโรงพยาบาล ผมก็ยังยืนยันคำเดิมๆ เหมือนเคย
"ถ้าแม่อยู่กับพ่อ ผมสบายใจมากกว่าอยู่กับหมอที่โรงพยาบาลซะอีก"
พ.ค. 56
ปล. แม่บ่นๆ ตอนคุยกันว่า อย่าเพิ่งพูดว่าลูกในท้องดื้อ ก่อนที่จะออกมาลืมตาดูโลกสิ - ให้พูดแต่เรื่องดี
ปลล. นี่ก็เป็นอีก 1 เรื่องที่แม่สอนผมเสมอ ไม่ว่าแกจะอายุมากแค่ไหนแล้วก็ตาม
ปลลล. แต่ถ้าขันชะเนาะแม่ทั้งตัวได้ แม่ก็จะไม่อ้วนนะ 5555555555
13.5.56
สมมติว่าตัวเองมีลูก :)
ก่อนไม่เคยคิดจะมีลูก เคยสมมติตัวเองในความคิด
ว่าถ้ามีแล้วจะเลี้ยงมันยังไง (วะ) พ่อมันดื้อซะขนาดนี้
เมื่อวาน หลังจากอัลตราซาวด์ ครบ 5 เดือนเรียบร้อย
--- ได้ลูกชายโว้ยยยยยยยยยยยยยยย ---
แข็งแรง สมบูรณ์ ปรกติดีอยู่ จู๋โด่ชัดเจน คุณหมอวิบูลย์บอกว่า นั่นไง - จู๋ -
โว้ววววว 5555555555555555
12 พ.ค. 56
ปล.ตอนซาวด์อยู่ในห้องคุณหมอ ตื่นเต้นชิบหายครับเย็ดครก ไม่เคยตื่นเต้นห่าอะไรขนาดนี้มาก่อน
10.5.56
กะดุ๊กกะดิ๊ก
เริ่มต้น 5 เดือนของการรับรู้จากในท้อง นั่งเปิดเพลงให้คนในท้องฟัง คนนอกท้องก็นั่งเพ่ง เพราะเห็นคนท้องบอกว่า
ลูกชอบมาดุ๊กดิ๊กๆๆ แถวๆ สะดือ หญิงรู้สึกได้ทุกวัน แต่ทำไมป๊ามันมองไม่เห็นเลยวะ 555
ทีแรกตั้งใจจะเล่านิทาน แต่เปลี่ยนเป็นเปิด App นิทานให้ฟังดีกว่า (ป๊ามันขี้เกียจ 55) แล้วก็เปิดเพลงเพราะๆ ให้แทนละกันนะ หมอบอกว่าไม่จำเป็นต้อง Mozard หรืออะไรหรอก แค่คนอุ้มท้องฟังแล้วรู้สึกสบายหูกับเพลงนั้นๆ ก็ได้แล้ว
ป๊าจะพยายามเพ่งรอยกะดุ๊กกะดิ๊ก ของหนูนะ ว่าจะเห็นชัดเมื่อไหร่
5 เดือนแล้วนี่ อาทิตย์ที่ 12 พ.ค. 56 นี้ก็รู้แล้วว่า หนูจะเป็น เด็กชาย หรือ เด็กหญิง
หลังจากนั้น อีก 3 เดือนกว่า ค่อยเจอตัวจริงละกัน
พ.ค. 56
ปล.เป็นของเล่นที่น่าตื่นเต้นมาก 555
9.5.56
คุณนาย บรูโน่ :)
หลังจากนั้นอีกซักระยะ ก็หาซื้อจักรยานมาปั่นเป็นของตัวเอง เริ่มใช้ Merida Speeder T2 Disc 2012 มาเป็นคันแรกของการใช้ตีนถีบ อัพอะไหล่ไปบ้างตามความอยากรู้ ปั่นไปได้ซักพัก เบื่อกับการต้องมานั่งถอดล้อเข้า ถอดล้อออก บางทีอาจจะเลยเถิดไปถึงการต้องซื้อแร็คยึดจักรยาน เพื่อบรรทุกใส่ท้ายรถ เวลาอยากไปไหนด้วย
สำนึกได้ดังนั้นแล้ว ก็ลงขาย Merida ซะ แล้วก็เอาตังค์นั้นมาซื้อ Mini Velo BRUNO ซะ สิ้นเรื่องสิ้นราวสมใจนึกบางลำภู จากความกรุณาของทางร้าน AIM BIKE เป็นอย่างสูงที่อุตส่าห์ขึ้นจักรยานรอเราไปถึง
บรรทุกใส่เบาะหลังแท๊กซี่กลับมา หลังจากจ่ายเงินไป 19,500 บาท ไม่ต้องถอดล้อ
ถือว่าทะลุเป้าในการอยากได้จักรยานซักคัน เอาไว้ปั่นออกกำลังกาย ใส่ท้ายรถได้แบบไม่ต้องเกะกะ
เอวัง เอย
พ.ค.56
ปล.อีกอย่างนึงที่ทำให้ต้องทุรนทุรายมีเจ้าบรูโน่ไว้ในบ้านให้ได้ ก็คือมันสีเขียว โทนเดียวกันกับคุณนายประหยัด ไหนๆ ก็ไหนๆ ตั้งชื่อให้ว่า คุณนายบรูโน่ ไปเลยละกัน อิอิ
7.5.56
19 สัปดาห์แล้ว :)
วันหยุดยาวที่ผ่านมา - นอนเล่นอยู่กับบ้าน พาหญิงไปตรวจครรภ์ ครบ 19 สัปดาห์ แล้ว (โว้ยยย) หมอนัดตรวจอัลตร้าซาวด์ อาทิตย์ที่ 12 พ.ค. 56 จะได้รู้ซะทีว่าในท้องเป็น เด็กชาย หรือ เด็กหญิง
- ตื่นเต้น -
ระหว่างนี้ก็เล่นกับลูกคนอื่นไปชั่วคราว รออีก 4 เดือนค่อยมีของเล่นเป็นของตัวเองอย่างจริงจัง
ฝนเทลงมาตอนเช้าวันหยุด ก่อนที่ช่วงบ่ายจะไปเดินเล่นงานจักรยานที่ Impact ซึ่ง
ไม่เห็นจะมีจักรยานเยอะอย่างที่คิดไว้เลยแฮะ
จากนั้นก็กลับบ้าน - ทำกับข้าว
พร้อมกับข่าวกะหรี่แค่ขายตัว แต่หญิงชั่วขายชาติ เกลื่อนทีวีและโลกออนไลน์
รวมไปถึงการแพ้ของแมนยูต่อเชลซี 1:0 ซะด้วย...
เช้าวันจันทร์ ปั่นจักรยานไปซื้อกับข้าว กลับมาทำกินที่บ้าน เป็นเรื่องปรกติไปเสียแล้ว
ทำเอง อร่อย และสะอาดแบบตาเห็น มากกว่าซื้อกับข้าวถุง
หมดไปอีก 3 วันหยุด
อาทิตย์หน้าคงมีเรื่องให้ตื่นเต้นอีกรอบ
พ.ค. 56
2.5.56
พาลูกไหว้พระ
วันแรงงานปีนี้ โดดงานพาหญิงกับลูก (ในท้อง) ไปไหว้พระที่วัดใหญ่ชัยมงคลและวัดพนัญเชิงวรวิหาร แค่สองวัดก็ทำให้เราสามคน เหงื่อตก เพราะอากาศที่ร้อนนนนนนนน มากกกกกกกกกก
ถึงมากที่สุดเมื่อวานนี้ แถมคนเยอะอีกต่างหากเราสองคนเริ่มงานและเลิกงานไม่ค่อยเป็นเวลา เช้าวันหยุดส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยได้ทำบุญกันนัก การโดดงานและมีวันหยุดเพื่อไปทำบุญ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ได้ถวายปัจจัย ถวายสังฆทานที่วัด ถึงแม้มันจะเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ในการทำบุญก็ตามที ก็นับว่าเป็นสิ่งดีๆ วันนึงในชีวิต
ออกจากอยุธยาบ่ายสองโมง ขับมาทางวงแหวนบางปะอิน-บางนา มุ่งตรงไปหามีฮา (55555) ถึงกรุงเทพปั๊บ ฝนตกปุ๊บ อยู่เล่นกับมีฮาจนทุ่มกว่า กินข้าว แล้วก็แยกย้ายกลับบ้าน
ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องขับรถเลยบ้านไปตั้งไกล เพื่อไปหาเด็กคนนึงที่
ญาติก็ไม่ใช่
เพื่อนก็ไม่เชิง
รู้จักกันมานานก็ไม่อีกแหละ
รู้แต่ว่า เคมีมันตรงกัน
พอไปเห็นหน้ามันแล้วฮา
หายเหนื่อย 555
พฤษภาคม 2556
29.4.56
(เปลี่ยน)การเดินทางครั้งใหม่
เข้ามาทำงานปี 41 ซึ่งเป็นปีแรกหลังจากเรียนจบ มาทำงานโดยนั่รถไฟ จากชุมทางฉะเชิงเทรา มาลงรถที่สถานีรถไฟหัวหมาก อยู่เป็นเวลา 1 หรือ 2 ปี หลังจากนั้นเริ่มรู้จักรุ่นพี่ในที่ทำงาน ก็เลยเกิดการชักชวน ให้มาเช่าห้องที่ซ.พนาสิน (ราม 24/2) อยู่ด้วยกัน ตามประสาคนโสด
อยู่ที่พนาสินได้ 5 ปีก็ออกมาซื้อคอนโดอยู่เอง ที่ซ.พัฒนาการ 54 เพื่อขี่มอเตอร์ไซค์ไป-กลับ ที่ทำงาน ย่างเข้าปีที่ 7 ปี ก็ย้ายวิทยาเขตมาทำงานที่บางนา กม.26 เปลี่ยนการเดินทางมาทำงาน มาเป็นขับรถจากแปดริ้ว คลองสวน มาทำงานเส้นบางบ่อ เข้าทางสี่แยกเปร็ง
เวลาผ่านไป 5 ปี กลับเข้าเขต กทม อีกครั้ง แต่อยู่ละแวกลาดกระบัง เดินทางโดยใช้เต่า ขับมาทำงานเส้นลาดกระบัง-คลองสวน เป็นเวลาเกือบ 2 ปี
ก็เปลี่ยนการเดินทางมาทำงานอีกรอบ โดยการย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านหญิง รามอินทรา 65 มาทำงานโดยขับป้าเต่า (คันที่ 2) เส้นทางรามอินทรา-มอเตอร์เวย์-ร่มเกล้า-บางบ่อ ซึ่งเป็นอะไรที่โหดร้ายมาก เพราะรถรอบเย็นหลังเลิกงาน ติดแบบไม่สนใจคนอยู่ไกลบ้างเลย
15 ปีผ่าน - มาวันนี้ เปลี่ยนการเดินทางมาทำงานอีกครั้ง หลังจากทดลองเส้นทางล่าสุด คำนวณค่าน้ำมัน ค่าสึกหรอ (ของรถ) แล้วไม่น่าจะคุ้มทุน ก็เลยขับมาจอดไว้ที่วิทยาเขตหัวหมาก แล้วนั่งรถบัสของมหาวิทยาลัย มาทำงานบางนา อีกครั้งหนึ่ง
15 ปีผ่านหมุนวนมาครบรอบอีกครั้ง กับรถบัส
15 ปีนี้ ผ่านเส้นทางใน กทม มาแล้วทุกเส้นทาง ผ่านรถติดระดับ A+ มามากมาย
วันนี้ขอเริ่มเดินทาง กับเส้นทางใหม่ คล้ายๆ ของเดิม เพื่อประหยัดอะไรที่ควร เผื่อไว้ให้คนในท้อง
ได้สบายในวันหน้า
เมษายน 2556
22.4.56
ทะลายกำแพงความกลัว
ก่อนซื้อจักรยาน - เคยคิดว่า กูจะปั่นได้ซักกี่น้ำวะ
หลังซื้อจักรยาน - เคยคิดว่า กูจะปั่นไปได้ซักแค่ไหน
พอมีจักรยาน เริ่มปั่น - แค่ปากซอยยังเหงื่อทะลัก กลับบ้านแทบไม่ไหว
ปั่นไปเรื่อยๆ นานวันเข้า
จาก 2 กิโลเมตร ใกล้ๆ บ้าน เริ่มเป็น 5 6 และ 7 รอบๆ บ้าน
จากที่ปั่นอยู่ในซอย เริ่มออกนอกถนน ลองปั่นข้ามฝั่ง ไปอีกฝั่ง ไกลไปอีกนิด
ค่อยๆ คลืบคลาน ทะลุไปเรื่อย
วันเสาร์ เปลี่ยนจานหน้า กระโหลก ให้ปั่นลื่นขึ้น - คิดอยากลองปั่นจากรามอินทรา ไปสายไหม
ก็เลย ลองดู - 10 กิโลเมตรจากบ้าน จนถึงสายไหม ไม่เหนื่อยอย่างที่คิด
ไม่น่ากลัวเลยด้วย ว่าจะมีแรงปั่นมั้ย - ผลปรากฏว่า ยังมีแรงเดินเหลืออีก อิอิ
ไม่ยากเท่าไหร่ แต่มันก็ไม่ง่ายเลยทีจะทำได้ในครั้งเดียว ถ้ายังไม่ยอมทะลายกำแพงความกลัว
รอบๆ ตัวทิ้งไป
เมษายน 2556
ปล.รามอินทรา-สายไหม ไป-กลับ 20 โล สำหรับมือใหม่หัดปั่น มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
ปลล. เมื่อทราบดังนี้แล้ว - มาปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพกันเถอะโว้ยยยยยยยย วู้ววว
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
สิ้นปี 2568
ส่งท้ายปี 2568 ด้วยการ เมาพับที่ร้าน SlidingDoor น้าเน๊ก อีกวัน (31) พาหญิงไปซิ่งในเมือง กินมิตรโกหย่วนกันตอน 3 ทุ่ม อากาศดี ผู้คนดี ชีวิ...
-
เมื่อวานไปรับตัว Nissan March รุ่น 1.2 E(A/T) มาจากศูนย์สยามนิสสัน สะพานใหม่ (ไม่ถึงหรอก จริงๆ อยู่ตรงโรงพยาบาลเซ็นทรัล เยอเนอรัล) มาเมื่อตอ...
-
ในโลกของการวิ่ง มี BAREFOOT เป็นต้นกำเนิดแห่งรองเท้า ( ธรรมชาติ ) ครับ ถัดมาจากนั้นก็เห็นจะเป็น Fi...



















