19.1.58
กว่าจะเป็น Sherpa
ปั่นตามความหนาวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในกลางเดือน มกราคม 2558
รามอินทรา - มีนบุรี - ร่มเกล้า - คลังสินค้า - ลาดกระบัง - คลองหลวงแพ่ง
หนาวม่ากก กก ก ก ก.......
ขอพี่ยามหน้าคลังสินค้าถ่ายรูปจักรยาน กับฉากหลังเป็นตู้คอนเทนเนอร์ได้สำเร็จ
หลังจากเล็งๆ เลาะๆ อยู่หลายปี ตั้งแต่รถเต่า และมอเตอร์ไซค์ฮ่าง
มาสำเร็จเอาก็ตอนที่ปั่นจักรยานนี่ล่ะ
ถ่ายรูปได้แล้วก็ปั่นมาทำงานต่อ แบบหนาวๆ ยะเยือกๆ
ปีนี้หนาวต่อเนื่องซึ่งเป็นเรื่องที่ดี
ดี...ถ้าได้นอนห่มผ้าอุ่นๆ อยู่กับบ้าน
แต่มาปั่นจักรยานโต้ลมแบบนี้นี่แม่ง ไส้แทบขาด
T_____T
ม.ค. 58
6.1.58
ปั่นแรกของปี 58
จริงๆ เป็นปั่นที่ 2 ของปี 58 (อ่าว..) คือวันอาทิตย์ก่อนเปิดทำงาน แอบไปปั่นแถวชอคโกแลตวิลล์มาแว้บนึง เพื่อเป็นการปลุกน่องตัวเองว่า เห้ยๆๆ ตื่นเว้ย เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องปั่นจักรยานไปทำงานนะ หลังจากจอดไว้ 5 วันเต็มเพื่อดูแลไอ้ตัวเล็กที่ไข้กิน
แต่ระยะการปั่นจากบ้านไปชอควิลล์ ณ ตอนนี้ ถือว่า จิ๊บๆ มากครับ คือเราได้ก้าวผ่านระยะทาง 100 กม. มาแล้ว ไอ้ระยะที่เคยปั่นแค่ 10-20 กม. กลายเป็นอดีตอันเด็กๆ ไปซะ (ไม่ทันไรก็โม้ซะและ)
เรื่องจริงคือ มันไม่เครียดแล้วน่ะครับในระยะที่เคยเริ่มปั่นแบบนี้ 10-20-30 กม. นี่ถือว่า เรากะเวลาได้แล้ว ว่าจากตรงนี้ ไปตรงนี้ ใช้เวลาเท่าไหร่ จะเจออะไร ผ่านที่ไหน ยังไง อีกอย่างคือ ระยะใกล้ที่เราปั่นแรกๆ มันไม่ค่อยมีอุปสรรค (คือความไกล) มาทำให้ใจท้อแล้วน่ะครับ
ก็เลยปั่นกะย๊องกะแย๊ง ได้แบบสบายใจ พร้อมหิ้วกระเป๋าข้างถ่วงน้ำหนักไปด้วย จะได้กลับมาชินกับความหนักเร็วขึ้นอีกหน่อย
เช้าวันจันทร์ก็เลยกลายเป็นเรื่องเล่นๆ ไป คือปั่นแบบไม่ได้สนใจอะไร เรื่อยเปื่อย และเฉื่อยแฉะ มากกว่าตอนเริ่มปั่นมาทำงานแรกๆ เสียอีก คือ แรกๆ นั้นไม่รู้ความสามารถของตัวเองน่ะครับ ก็เลยไม่กล้าช้า สับตีนลูกเดียว อีกอย่างคือมากับเพื่อนหลายคัน จะหยุดก็เกรงใจมัน เดี๋ยวจะหาว่าอินดี้
การหยุดบ่อยๆ หลายที่นี่ก็เกือบเป็นเรื่องไม่ดีครับ เกือบจะเข้าทำงานสาย
กลับมารอบหน้า ... หมายถึงวันศุกร์ที่จะถึง ก็จะกลับโหมดเดิมครับ คือ ปั่นเรื่อยๆ ถ่ายรูปบ้าง
แต่ไม่ใช่ย้อนกลับไปจุดที่ชอบ แบกรถลงไปยืนชิลล์แบบวันจันทร์อีก
ขี้เกียจสปริ้นท์เข้ามหาลัยตอนช่วงท้าย...เห้อ
จบแล้วแม่งก็ยังจะแอบโม้นิดๆ 5555555
ม.ค. 57
สวัสดีปี 2558
เป็นอันต้องยกเลิกทริปที่คิดกันไว้ทั้งหมด เหลือไว้แค่ทริปเล็กๆ ที่ร้านป้านุ่น แว้บนึงแทน
พอดีติดหวัดจากใคร อันนั้นเป็นเรื่องที่เราไม่อยากเสาะหาความจริง เพียงแต่งงว่า อยู่ดีๆ ทำไมถึงตัวร้อน 39.9 องศา ขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นพอดีก็อยู่สภาวะปกติมาโดยตลอด
เราทำได้แค่เช็ดตัว ดูอาการของลูก รวมไปถึงพาไปให้หมอตรวจไข้ซักรอบ เพื่อความแน่ใจว่าจะไม่เป็นอะไรมากกว่าที่เห็น หลังจากนั้นก็กลับมาดูแลกันต่อที่บ้าน ใช้เวลา 2-3 วันก็หายเป็นปกติ
ไม่ได้ไปไหนช่วงปีใหม่นี้ แต่ไม่ได้รู้สึกว่าขาดอะไรไป
กลับกลายเป็นการได้อยู่กับลูกเป็นเรื่องที่ทดแทนทุกสิ่งที่เคยทำมา รอบๆ ตัวได้อย่างเต็มเปี่ยม
ม.ค. 58
12.12.57
ในวันที่พ่อป่วย
สามทุ่ม วันที่ 8 ธันวา 2557 เกือบจะนอนละ แต่เหลือบเห็นแสงจากโทรศัพท์สายเข้า เสียงจากพี่สาวและแม่ ตะโกนมาแว่วๆ ว่าให้ช่วยมาดูพ่อ แกเป็นลมล้มลงหน้าห้องน้ำที่บ้าน
ยืนคิดซัก 3 -4 นาทีพร้อมเสียงร้องไห้ของพอดีที่ตื่นขั้นมา เลยบอกกับหญิงว่าให้ดูลูก ส่วนเราขับรถมุ่งหน้าไปบ้าน ช่วง 3 ทุ่มกว่า ถนนโล่งและเงียบมาก มือถือโทรศัพท์คอยเช็คอาการและคนรอบข้าง ว่าอยู่ใกล้พ่อหรือเปล่า ขับต่อไปเรื่อยๆ พร้อมกับคิดว่า จะทำยังไงดี...
ในเวลานั้นต้องขอบคุณเพื่อนรักทั้งสองคน นกกับทิน ที่ช่วยเช็คข่าวและไปดูพ่อให้ก่อนหน้าที่เราจะไปถึงช่วง 4 ทุ่มซึ่งตอนนั้นพ่ออยู่บนชั้น 4 ของตึกศัลยกรรมเรียบร้อย อาการโดยรวมที่เห็นครั้งแรกคือ พ่อดูโทรมมากจากการที่นอนไม่เพียงพอ และเป็นไข้ร่วมด้วยจากวันที่ทำบุญบ้านยาย
คืนนั้นอยู่ดูพ่อพร้อมกับแม่สองคน นั่งคุยสลับกับงีบหลับจนถึงเช้าเป็นระยะๆ (ส่วนแม่ไม่ค่อยจะนอน) อาการเบื้องต้นในเช้าอีกวันถือว่าดีกว่าเมื่อคืนก่อนเยอะมาก ทำให้ใจชื้นขึ้นไปอีกนิด
ในวันที่พ่อป่วย
- แม่อดทนมาก มากกว่าคนเป็นหอบหลายคนจะทำได้ เห็นนั่งเฝ้าพ่อทั้งคืน
- แม่ไม่หลับเลยตลอดที่เฝ้าพ่อ มีงีบบ้างแต่ก็ไม่เกิน 5 นาทีก็ลุกมาดู จับตัว ขา มือ เรียกชื่อพ่อตลอด
- เราสามคนพี่น้อง พร้อมใจกันสลับหน้าที่ดูแลพ่อกัน นั่นเป็นหน้าที่ของลูกที่เราควรทำเมื่อถึงเวลา
- ญาติพี่น้องเราทุกคนยังคงพร้อมหน้ากันเสมอ เมื่อยามที่ใครซักคนป่วยไข้ กำลังใจนั้นโคตรสำคัญ
- และสติ ก็สำคัญไม่น้อยกว่ากันเท่าไหร่
- การมีลูกและภรรยาอยู่ข้างๆ ทำให้เรามีคนคอยช่วยคิด และแชร์ความรู้สึกเวลาความคิดมันไม่แล่น
- พ่อเข้มแข็งเสมอ แม้วันนี้แกจะอ่อนแอที่สุดในรอบหลายสิบปี
- ได้เช็ดตัวให้พ่อครั้งแรกตั้งแต่เกิดมาเป็นลูก
- เลยนึกถึงตอนยายกับก๋งป่วย เราไม่ได้ดูแล แต่ได้โอกาสทดแทนพระคุณกับพ่อแทน
- ถ้าคิดว่าเราแย่ ให้หันไปมองคนอื่นรอบตัว คนที่แย่กว่าเรา มีอีกเยอะ
- เอาจริงๆ การไม่ได้นอนทั้งคืน มันก็ไม่ได้เลวร้ายหรอก ถ้ามันทำให้พ่อกับแม่อุ่นใจได้
- เทียบกับการแดกเหล้ายันสว่างเหมือนเมื่อก่อน คราวนี้เท่ห์กว่าเยอะ
- แม่รักพ่อ และพ่อก็รักแม่
- บ้านเราเล็ก ที่คับแคบ แต่อบอุ่นพิลึก
- ลูกกูซนมากกกกกกก... แต่นี่ล่ะ กำลังใจเจเนอเรชั่นล่าสุดของบ้าน
ธันวาคม 2557
ในวันที่พ่อป่วย
4.12.57
รอวัน Full Load
วันนี้ปั่นมาทำงาน ก่อนที่จะหยุดยาว 3 วันในเดือนสุดท้ายของปี
ระหว่างทาง เจอรถ Full Load คันนึงจอดอยู่ใกล้ๆ คล้ายเรา คือ บรรทุกของ เพื่อออกไปทำงาน
เราหนักหน้าเพราะกระเป๋า 3 ใบ
เขาหนักทั้งคัน เพราะของขายพะเรอเกวียน
รีบจอดรถ (ติดไฟแดง) เปิดกล้อง วาง แล้วเก็บภาพ
หลังจากนั้นไม่กี่วิ ไฟเขียวก็มา
เราสองคนแยกย้ายกันตรงนั้น ไปคนละที่
จุดหมายเดียวกันคือ ทำงาน
ซักวัน จะ Full Load กระเป๋า 5 ใบ แบบพี่มอเตอร์ไซค์คันนั้นบ้าง
น่าจะดี
ธ.ค.57
1.12.57
ปัญหาระดับทอด
หนึ่งปัญหา ในความปวดหัวชวนให้รถล้มของชาวจักรยานที่ทุกคนต้องเจอนั่นก็คือ หมา
... เมื่อเช้า (และหลายวันก่อนที่ผ่านทางนี้) มีอยู่ 10 ตัวหน้าโรงเรียนสารสาส์นวิเทศมีนบุรี
มุ่งหน้าสุวินทวงศ์
แม่งเป็นชุมชมหมาจรจัดซึ่งคิดว่า อลังการที่สุดเท่าที่เคยเจอมาตามทางละ
20 กว่าสายตา พร้อมใจกันมองมาที่ขาเราอย่างสามัคคี
และพร้อมที่จะปรี่เข้ามาแดกขาเราเป็นอาหารเช้า (แน่ๆ)
ปัญหาเหล่านี้จะถูกกำจัดไปด้วย ปาท่องโก๋ทอด อร่อยๆ ... ครับ แนะนำๆ
ซื้อติดรถมาซัก 20 บาท (ในถุงมีอยู่ราวๆ 20 คู่)
เมื่อเห็นฝูงหมาก็ปาแม่งลงไปในกลุ่มซัก 3 ชุดเป็นการหยั่งเชิง
พร้อมกับตะโกนบอกไปดังๆ
...ใครกัดกู อดแดก!!!...
ซักพัก พอแน่ใจว่ามันไม่แดกขาเรา และหันไปแทะปาโก๋แทน
แถมบางตัวยังเปลี่ยนใจมากระดิกหางใส่ ก็จงตั้งกล้อง
แล้วเอาแม่งมาประจานบนโซเชียล ให้มันเสื่อมเสียหมากันไป
แสดดดดดดดดดด
ธ.ค.57
ปล.คิดถึงนังน้ำตาล หมาทาสขนมปังไส้กรอกขึ้นมาทันที 55
http://nuugo.blogspot.com/2014/08/blog-post.html
http://nuugo.blogspot.com/2014/08/blog-post.html
21.11.57
เลน ที่เป็นไปไม่ได้
ออกจากบ้าน ตี 4.55 มุ่งหน้ามีนบุรีเหมือนเคย
แต่วันนี้ลองเปลี่ยนทางวิ่งจากสุวินทวงศ์ เข้ามาทางร่มเกล้าแทน
เช้าๆ รถเยอะมาก แต่แลกกับอากาศที่เย็นลงก็พอทำใจไหว ปั่นกะย๊องกะแย๊งมาเรื่อยๆ จนถึงไฟแดงใหญ่ ตรง Airport Link ลาดกระบัง ก็ได้เวลาจอดถ่ายรูปซักนิด
รถใน กทม. แม่งขับกันยังกับจรวดติดเทอร์โบครับ
เห็นท่านผู้ว่า กทม ว่าจะออกกฏระหว่างเลนจักรยาน กับ รถใหญ่ ว่าห้ามมาก้าวก่ายกัน
แล้วก็ได้แต่ส่ายหัว
ช้าไปแล้วครับทั่น...
กทม เลยจุดที่จะสร้างเลนจักรยานเพื่อประโยชน์ของคนรักการปั่นซะแล้วแหละ
เพราะคนส่วนใหญ่ที่ปั่นจักรยาน เขาใช้เส้นทางลัดกันเพื่อการเดินทางเกือบทั้งหมด
ยกเว้นก็พวกคนกวาดถนน ยาม หรือแรงงานพม่า ที่ยังคงจำใจต้องใช้เส้นทางหลักร่วมกับรถยนต์
บางทีย้อนศรกันมาเป็นกิโล ก็เพียงเพราะต้องการความปลอดภัยกว่าการเสียเวลาไปยูเทิร์น 8 กิโลข้างหน้า ซึ่งในความเป็นจริงอันโหดร้าย การย้อนศรนี่ล่ะแม่งโคตรอันตราย ... แต่ทำยังไงได้ครับ
ย้อนศร 1 กิโลถึงที่หมาย อาจจะยอมหลีกให้รถเลนปรกติวิ่งไปก่อน ก็ยังดีกว่าท่อไปตั้ง 8 กิโล
โดยที่ไม่รู้ว่า ระหว่างกิโลเมตรที่ 1-8 นั่น กูจะเจอกับรถห่าอะไรบ้าง
ท่านครับ...เลนจักรยานก็สำคัญจริงอยู่
แต่รู้หรือไม่ครับว่า วินัยที่มันขาดหายไปของรถหลายๆ คันนั่นล่ะ
ไม่ได้ทำให้เลนจักรยานที่ท่านกำลังจะสร้าง มีคุณค่า อย่างที่ท่านคิดเลยครับ
ด้วยความเคารพเสมอ
พ.ย. 2557
19.11.57
ธรรมชาติของเด็ก
"ธรรมะสอนเราให้รู้ว่าในฐานะที่เราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เราจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างไรให้เกิดความสมดุล ...แม้จะไม่ได้คาดหวังถึงสิ่งที่ลูกจะได้รับจากการเข้าวัด แต่เราเชื่อว่า สิ่งแวดล้อมที่ดีย่อมเป็นประโยชน์"
บ้านเราอยู่แปดริ้ว ตอนเป็นเด็ก พ่อและแม่
พาพวกเราทั้ง 3 คนพี่น้อง ไปวัดต้นตาล วัดใกล้บ้าน
ทุกวันสำคัญทางศาสนา
ตระกูลเรานั่งแถวหน้าสุดในศาลาการเปรียญ
เสื่อแถวที่ 1 และ 2 ใต้โต๊ะเทศธรรมาสน์ คือพื้นที่เล็กๆ ของครอบครัว
เป็นที่พบปะ ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา และพี่ น้องทุกคน
ในระหว่างที่พระกำลังสวดมนต์ ใต้ศาลาวัดเป็นที่วิ่งเล่นของเรา
ริมคลองท่าไข่เป็นร้านก๋วยเตี๋ยว
และที่จอดเรือนับสิบลำของชาวบ้านละแวกใกล้ๆ
เป็นอย่างนี้ประจำทุกครั้งไป จนกลายเป็นความเคยชินในการใช้ชีวิตที่วัดตอนเช้า
แค่เพียงราวๆ 3 ชั่วโมงเท่านั้น
แต่มันอุ่นหัวใจโดยที่เราไม่รู้ตัว
ภาพทั้งหมดไม่เคยจางหายไปจากความทรงจำ
ถึงแม้บุคคลอันเป็นที่รักจะลาจากกันไปตามเวลา
ถึงแม้บุคคลอันเป็นที่รักจะลาจากกันไปตามเวลา
ผ่านมา 37 ปี ถึงเวลาของเราที่จะทำตามหน้าที่ของพ่อและแม่ที่เคยทำให้
ในความหมายของลูกตัวเอง อยากให้ยายมาเห็นจัง
ว่าเราก็ทำหน้าที่แบบที่พ่อเคยทำได้เช่นกัน
พ.ย.57
ธรรมะ คือ ธรรมชาติ เด็กก็เช่นกัน เรามีสิทธิในการเลี้ยงเขา ลองสอนให้ลูกอยู่กับธรรมชาติดูซักหน่อย แล้วค่อยให้เขาอยู่กับโลกอันทันสมัยเมื่อถึงเวลาอันสมควร...ก็จะดีครับ
18.11.57
สถิติที่แสนห่วย กับรูปสวยของฉัน
กลับมาปั่นทำงานอีกเช้า หลังจากอาทิตย์ก่อนขี้แตกก่อนปั่น ตัดสินใจ ... กลับขึ้นที่นอน ม้วนตัวบิดท้องด้วยความทรมานสัสๆ (คาดว่าอาหารที่กินไป อะไรซักอย่างนี่ล่ะเป็นพิษ) อาการไม่ได้ถึงกับต้องฝืนขับรถออกไปซื้อยาฆ่าเชื้อที่ตลาด
ยังดีที่มีร้านขายยา 24 ชั่วโมงเปิดอยู่ละแวกนั้น ไม่งั้นขี้แตกคาที่นอนอย่างรันทดแน่ๆ
------------------
เช้านี้ อากาศดีผิดปรกติ ลมหนาวมาแล้ว ...
ปาเข้าไปครึ่งเดือนของปลายปี มันคงเพิ่งนึกได้ว่า หน้าหนาว
ก็เลยยกขบวนกันเข้ากรุง (จะได้ซักกี่วัน)
ปั่นกะย่องกะแย่งๆๆๆ มาตามทางเหมือนเดิม นึกในใจว่าจะหนีลม ออกไปทางร่มเกล้าดีมั้ยวะ ให้ตึกสองข้างมันบังตัวเราจากลมหนาวซักหน่อย คิดได้แบบนั้นก็จอด ... ถ่ายรูปแม่งก่อน 555
ไฟแดง 70 วินาทีผ่านไป มุ่งหน้าทางเดิม (ละกันวะ)
ความที่สุวินทวงศ์มันโล่งมาก โดยเฉพาะตอนเช้า ลมหนาวก็เลยวิ่งเข้าหาเราเต็มๆ
และด้วยความที่ ปั่นช้าเป็นทุนเดิม เพิ่มลมเข้ามาอีก
ทีนี้กูเลยไม่ต้องไปไหน กะด๊อกกะแด๊ก ย้อนศร (ลม) แม่งมาตลอดทาง
แต่ก็คุ้มนะ เวลาจอดถ่ายรูปข้างๆ ถนน แม่งชิลล์ชิบหายครับ ลมเย้นนนเย็น
กว่าจะถึงที่ทำงาน ปาเข้าไป 7.50 โน่น
ยิ่งปั่น สถิติยิ่งเหี้ยลงๆๆๆ 55555
แต่ก็ช่างแม่งเถอะ ยังคงถ่ายรูปได้เหมือนเคย
พ.ย. 57
ลมหนาวมา พาพี่เหนื่อย ดีนะพี่ไปเรื่อยๆ ไม่งั้นพี่เมื่อยตาย
11.11.57
Level ดีดีในชีวิต
10/11/2014
53 กิโลเมตรหลังจากเลิกงาน กลับทางคลองหลวงแพ่ง เคหะร่มเกล้า สุขาภิบาล 3 และ 2 ออกชอคโกแลตวิลล์ มุ่งหน้า ก.ม.8 บางเขน
เหนื่อยใช้ได้ แต่สนุก
พ.ย. 57
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
Banner เวอร์ชั่นเดจาวู ที่ดีกว่าเดิม
กลับมาจับกล้องเฉพาะกิจ ชั่วโมงนึง เพื่อเอารูปไปทำ Banner Web ของฝ่ายตัวเองเหมือนเดิม แตกต่างจากเมื่อห้าปีก่อนตรงที่ ตอนนี้ตัดสินใจเองได้ มั...
-
เมื่อวานไปรับตัว Nissan March รุ่น 1.2 E(A/T) มาจากศูนย์สยามนิสสัน สะพานใหม่ (ไม่ถึงหรอก จริงๆ อยู่ตรงโรงพยาบาลเซ็นทรัล เยอเนอรัล) มาเมื่อตอ...
-
ในโลกของการวิ่ง มี BAREFOOT เป็นต้นกำเนิดแห่งรองเท้า ( ธรรมชาติ ) ครับ ถัดมาจากนั้นก็เห็นจะเป็น Fi...




















































